วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ตำนานปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง

คือว่ากูเคยเขียนถึงเรื่องปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง มาแล้วครั้งหนึ่ง จะเขียนอีกก้อคงจะไม่หนักหัวใคร ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง เป็นสุดยอดแห่งความชั่วร้ายที่ปรากฏกายขึ้นมาในช่วงเปลี่ยนเข้าสู่กลียุค ซึ่งจะพบปีศาจตัวนี้ได้ตลอดยุคสมัยตั้งแต่หลายพันปีมาแล้ว ในประวัติศาสตร์ของ อินเดีย จีน ญี่ปุ่น ก้อล้วนแล้วแต่เคยประสบกับความโหดเหี้ยมของปีศาจจิ้งจอกเก้าหางมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งปีศาจจิ้งจอกเก้าหางไม่มีใครสามารถฆ่ามันได้ ถ้ามันถูกขับไล่จากประเทศหนึ่งจะแอบไปโผล่อีกประเทศหนึ่ง ที่น่าแปลกก้อคือ ตำนานปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ในทั้งสามประเทศเป็นการเขียนจากเรื่องจริง ตัวละครมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์แต่ นักประวัติศาสตร์กลับเลือกที่จะเขียนบรรยายออกมาในรูปแบบตำนานปีศาจ คล้ายๆกับว่าไม่สามารถเขียนบอกตรงๆได้ สงสัยจะบ้านารูโตะ ซึ่งก้อไม่น่าจะเป็นไปได้ ในทั้งสามประเทศนั้น ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางจะมาในแนวเดิมๆ ยังกับเรื่องศุกร์สิบสาม คือ เริ่มจากฆ่านางสนมทิ้งแล้วแปลงกายมาในคราบของนางสนม แล้วใช้ความงามที่สยดสยองนั้น เข้าครอบงำ มหาราชา ฮ่องเต้ และโชกุน ให้ตกอยู่ในอำนาจมนต์สะกด หลังจากนั้นมันจะขึ้นปกครองประเทศแบบลับๆบงการสังหารผู้คนไปมากมายนับศพไม่ถ้วน(อาการเสพติดการฆ่า) พร้อมทั้งมอมเมาผู้คนให้ตกเป็นทาส ใครยอมศิโรราปมันก้อจะปล่อยให้เป็นสัตว์เลี้ยง โยนเศษเนื้อให้กินเป็นครั้งคราว เมื่อผู้คนถูกฆ่าตายไปมากมาย คนก้อเริ่มจะสงสัย วันดีคืนดี พวกข้ารับใช้ก้อจะเห็นหางจิ้งจอกในห้องบรรมทม บรื๋อออ เสียงร่ำลือชักจะดัง ก้อจะเริ่มมีนักบวชมาเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ทำให้มันโผล่หางทั้งเก้าออกมาให้ผู้คนได้เห็น หลังจากนั้นผู้คนที่สมองหมาปัญญาควายจึงจะตาสว่างแล้วร่วมกันขับไล่มันออกไปจากประเทศ กูเชื่อว่านี่เป็นรหัสที่นักประวัติศาสตร์โบราณได้ทิ้งเอาไว้ให้คนรุ่นหลังรู้ว่า ยามใดที่ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางกลับมาสร้างความทุกข์เข็ญต่อผู้คน เราจะมีวิธีใดในการกำจัดมันออกไป ท่องเอาไว้ว่าถ้าหางโผล่ออกมาไม่ครบเก้าหาง เราจะกำจัดมันไม่ได้

วันพุธที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Red Wind - Ninja Tokusou JUSTYWIND

ระบบการกระจายข้อมูลในแบบ feed มีไว้เพื่อใช้ในการกระจายข้อมูลจากเว็บหนึ่งไปยังเครือข่ายได้อย่างไม่จำกัดจำนวน ซึ่งก้อเป็นวิธีง่ายๆในการรับข่าวจากเว็บ 2.0 แต่ถ้าเว้บไหนยังมีการออกแบบเว้บที่ยังล้าหลังอยู่ระบบ feed ก้อจะอ่านข้อมูลไม่ได้อ่ะน่ะ แต่ถ้าเป็นเว้บ 3.0 ที่ออกแบบมาสำหรับมือถือก้อจะเป็นอะไรที่ปิดกั้นยากขึ้นไปอีก ไม่เชื่อลองไปที่ m.facebook.com อ่ะจะรู้ว่าอะไรคือเว้บ 3.0 คนไม่เข้าใจว่ามีไอ้โม่งชุดดำไม่ประสงค์ดีคอยสอดส่องดูแลเว้บให้เสียยิ่งกว่าแอดมินิสเตรเตอร์เสียอีก ทำให้กูนึกไปถึงหนังหลอกผู้ใหญ่เรื่องโกเรนเจอร์ จะมีตัวประกอบที่ชื่อ คุโร โจจุกัน นินเด็น (กองทัพนินจากางเขนดำ) ซึ่งเป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่ายที่แต่งชุดดำตั้งแต่หัวจรดตีน แต่ว่าพวกมันโง่บัดซบเพราะโดนล้างสมองมาเรียบร้อยแล้ว มีหน้าที่ฆ่าคนตามแต่หัวหน้ามันจะสั่ง ไปที่ไหนก้อทิ้งศพไว้เกลื่อนกลาด มีเป้าหมายสูงสุดในการฆ่าล้างเผ่าพันธ์มนุษย์ แล้วก้อครองโลกเสียเอง เวลาจะเล่นงานเหยื่อพวกมันก้อจะร้องทักทายว่า "โฮ้ยยยย" ซึ่งอาจจะเป็นการร้องข่มขวัญธรรมดาหรือไม่ก้ออาจจะสื่อถึงชื่อหัวหน้ามันก้อเป็นได้ จากหนังที่กูยกตัวอย่างมานี้มันสอนให้เรารู้ว่า ไอ้พวกทหารเหี้ยมึงอย่าเหี้ยให้มันมากนักประชาชนเขาทนไม่ไหว เขาจะฆ่าตัดหัวพวกมึงมาทำแกงกะหรี่ กูอยากจะบอกว่าเกิดมาไม่เคยเห็นอะไรที่มันประทับใจเท่ากับการที่เห็นกรุงเทพลุกท่วมไปด้วยควันดำเลยง่ะ สายลมสีแดงแห่งคุณธรรมกำลังพัดประเทศไปสู่ทิศทางที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ

วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สร้างสังคมแห่งการรู้เท่าทัน

คนยังสงสัยกันมากใช่ไหมว่า ทำไมการโหหกชนิดไม่มีพื้นฐานของความน่าจะเป็นมารองรับ ถึงได้มีคนจำนวนมากเชื่ออย่างสนิทใจ มันก้อเหมือนการโฆษณาชวนเชื่อให้ควายหลงว่าจะรวยเงินล้านออนไลน์จาก adsense amazon อะไรแบบนั้นนั่นแหล่ะ เขาเรียกว่าการย้ำคิดย้ำทำ อัดความทรงจำลงในหัวของของควายได้อย่างอิสระเพราะไม่ต้องรับผิดชอบกับการโกหกของตน ไม่มีใครมาปิดกั้น จนสุดท้ายควายก้อเชื่อโดยสนิทใจ ถ้าสู้กันตรงๆยังไงเสื้อแดงก้อต้องแพ้ เพราะว่ามีสื่อในการสะกดจิตคนได้น้อยกว่าชนิดฟ้ากับเหว คนที่พูดความจริงถ้าไปพูดคนเดียวในป่าช้า กับคนโกหกที่พูดผ่านทีวีแทบจะทุกช่อง วันละสามเวลาหลังอาหารและก่อนนอน คนมันจะเชื่อใครมากกว่ากัน เหมือนที่คนไทยเคยคิดว่าโจรใต้เป็นคนใจบาป แต่แท้ที่จริงแล้ว โจรใต้เป็นวีรชนคนรากหญ้าที่สู้เพื่อเอาความยุติธรรมกลับคนมาจากเผด็จการทหาร ที่ชาวบ้านตายห่ากันส่วนมากในภาคใต้น่ะฝีมือทหารส้นตีนทั้งนั้น

วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

กางเกงในสีดำ




กูอยากจะชมเชยเหลือเกินกับการทำงานของสื่อที่ช่วยกันใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์จนคนตายห่า ไปกี่ร้อยคนแม่งก้อยังหน้าด้านโกหกอยู่นั่นแหล่ะ และยกย่องในความกล้าหาญของ ทหารไทยที่เก่งกาจสามารถในการยิงคนไม่มีทางสู้ สังหารเด็กและสตรีได้อย่างเลือดเย็น ไอ้พวกหน้าหนังหี กูขอเอากางเกงในไปครอบหัวพวกมึงทุกตัวเลย เพราะพวกมึงมัน พวกกะหรี่การเมืองหน้าหนังหี ไม่ต้องแย่งกันน่ะได้กันทุกตัวนั่นแหล่ะ เพิ่งม้วนออกจากหว่างขากูเลยเนี่ย ยังไม่ได้ซักด้วย

วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ประวัติศาสตร์จะกลายเป็นเรื่องเล่าชวนหัว

สิ่งที่ใครๆก้อคาดไม่ถึงก้อคือ ไม่เชื่อว่าในยุคที่การสื่อสารมันก้าวหน้าขนาดนี้การโกหกสร้างละครในแบบยุค 6 ตุลา ยังมีขึ้นมาได้เฉย โดยคนสั่งฆ่าก้อยังเสือกเป็นคนกลุ่มเดิมๆจากเมื่อสามสิบกว่าปีที่แล้ว นำโดยตระกูลห้อยจอมปกป้องสถาบัน เรื่องที่เป็นเหมือนฝันร้ายยังสามารถเกิดขึ้นได้อีกซ้ำๆซากๆ เป็นอย่างนี้ไปจนกว่าจะสิ้นชาติ

นี่คือเหตุผลว่าทำไมไทยจะต้องสิ้นชาติ ถ้าชาติยังอยู่คำสาปแห่งรัฐก้อจะยังอยู่ คำสาปที่ว่ามันจะสงบลงระยะหนึ่งเหมือนเชื้อร้ายที่ฝังตัวในกระแสเลือด วันดีคืนดีเชื้อร้ายที่ว่าก้อจะกำเริบแล้วคนก้อจะต้องมาตายอย่างเปล่าประโยชน์อีกมากมาย

ถ้าอย่างนั้นระบบการสื่อสารห่าเหวทั้งหลายจะมีประโยชน์ห่าอะไร ถ้ามีแค่เอาไว้ดูละครน้ำเน่า ดูเกมส์โชว์ปัญญาอ่อน ดูเรียลลิตี้ส้นตีน ในขณะที่ประชาชนไม่มีอาวุธต้องโดนปืนซุ่มยิงฆ่าวันละห้าสิบคน แต่คนทั้งประเทศกลับทำราวกลับว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สื่อช่วยกันโหมประโคมคำว่าการปะทะกันอย่างรุนแรงสร้างภาพให้เข้าใจว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธสงคราม ทั้งที่ความจริงทหารแม่งยิงอยู่ฝ่ายเดียวแถมขี้โกงสุดๆให้ปืนสไนเปอร์ส่องจากระยะไกลเข้าหัวแทบจะทุกศพ อืมมมเชิญฆ่าไปเถอะ แล้ววันพรุ่งนี้มันก้อจะไม่มีใครพูดถึงความจริง

สมัยนี้การสังหารหมู่เขาใช้คำว่าขอคืนพื้นที่ ประวัติศาสตร์จะกลายเป็นแค่นิทานหลอกเด็ก เหยื่อจะกลายเป็นผู้ก่อการร้าย มาตกรจะกลายเป็นฮีโร่ คนตายสองร้อยมันจะบอกว่าสองศพ คนฆ่าอ้อนวอนให้คนถูกฆ่าหยุดการกระทำอันโหดร้าย(กูงงตายห่าเลยง่ะ)

ยอมเป็นทาสเพื่อรักษาชีวิตไว้เถอะ ไม่มีทางเอาชนะอำนาจที่อำมหิตขนาดนี้ได้หรอก ประวัติศาสตร์ก้อบอกอยู่แล้วพลังของประชาชนไม่มีทางชนะอำนาจที่ยิ่งใหญ่โคตรๆแต่อำมหิตไร้เมตตานี้ได้

ผู้คนที่ถูกปลูกฝังค่านิยมในการบนบานสานกล่าวอ้อนวอนสิ่งศักสิทธิ์ยังมีความหวังลมๆแล้งๆว่าจะได้รับความเมตตาหรือพรอันประเสริฐจากปีศาจ ปีศาจในคราบนักบุญมันน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจจริงๆเสียอีก

โลกนี้ไม่มีคนดีอย่างในโฆษณาชวนเชื่อหรอกโว้ยยยยย ที่กูเคยเขียนไว้มันไม่ผิดจากความเป็นจริงสักนิดเดียวให้ตาย แต่ถึงขนาดนั้นคนก้อไม่เชื่อกูอยู่ดี แล้วกูควรจะเชื่อตัวกูเองดีไหมเนี่ย

Prachatai's Facebook Wall

อ่ะ ทำทางเข้าประตูหลังของ ประชาไทเฟซบุ้คให้อ่ะ รับประกันว่าเข้าได้ทุกส่วนของประชาไทเฟซบุ้ค ไม่ต้องกูเกิ้ล ไม่ต้องพร้อกซี่ ไม่ต้องอัลต้าเซิฟ ลองดูอ่ะ


http://facebook.com/feeds/page.php?format=atom10&id=108882546698

วันศุกร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

บุปผาประชาธิปไตย ณ ลานประหาร


ทหารกำลังฆ่าคนตามท้องถนนอย่างสนุกสนาน และดูเหมือนว่าผู้คนในประเทศไทยจะเฉยชากับความอำมหิตนั้นเสียแล้ว และสุดท้ายการสังหารหมู่ที่ราช ประสงค์ที่มีเด็ก สตรี คนชรา อยู่เต็มไปหมดคงจะเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และด้วยการมอมเมาของสื่อมวลชนกระแสหลักชาติชั่ว มันใช้สื่อทีวี วิทยุกล่าวหาว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธสงคราม เลวระยำที่สุด ถ้าจริงผู้ชุมนุมจะโดนยิงตายห่าวันละยี่สิบคนแต่ทหารกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน ที่บัดซบก้อคือ คน จำนวนไม่น้อยที่เป็นไพร่ก้อหลงเชื่อแล้วพลอยรู้สึกยินดีไปกับความระยำของทหารครั้งนี้เสียอีก ราวกับว่าคนเสื้อแดงที่เป็นไพร่เหมือนกันไม่ใช่คนแต่เป็น แมลงสาปที่ควรถูกกำจัดให้หมดสิ้นเพื่อคืนความสงบให้กับท้องถนน

คนที่ไร้ทางสู้ต้องถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเป็นผู้ก่อการร้ายทั้งๆที่มีแต่ก้อนหินกับท่อนไม้ อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดก้อแค่มิสไซล์แบบพื้นสู่อากาศที่เรียกว่าบั้งไฟ ถึงพวกเร้ดการ์ดที่เอาไปจุดขึ้นฟ้าก้อไม่ได้คิดว่ามันจะฆ่าหรือทำอันตรายใคร เวลาจุดกันทีก้อยังมีการเชียร์บั้งไฟของตัวเองว่าจะขึ้นไม่ขึ้น กูเห็นแล้วกูยิ้มทั้งน้ำตาเลย ทหารจากนรกจะมาฆ่าล้างโคตรพวกมึงอยู่รอมร่อก้อยังจะมีอารมณ์สนุกกันอยู่ได้

กูสงสัยมาแต่แรก แล้วว่าเสื้อแดงใช้กลยุทธ์อะไรในการชุมนุมครั้งนี้ เพราะกลยุทธ์ที่ใช้มันไม่มีทางชนะมาแต่แรก และมีแต่จะทำให้คนตายกองเป็นภูเขา เพราะกูเคยเห็นความ กล้าหาญของทหารไทยแล้วว่าตอนที่ยิงคนไม่มีทางสู้พวกแม่งช่างฮึกเหิมเสียหลือเกิน พวกโจรใต้ช่วยฆ่าทหารเหี้ยๆพวกนี้ให้มันหมดเสียทีเหอะ สุดท้ายแล้ว แกนนำและผู้ชุมนุมอาจจะตัดสินใจใช้ไม้ตายคือตายจริงๆ เสี่ยงเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาในประเทศไทย

มองดูตาของคนที่อยู่หน้าเวทีสิ พวกเขาพร้อมยอมตายด้วยความเต็มใจแลกกับประชาธิปไตย พวกเขาต้องตายเพราะสื่อทีวีใส่ร้ายว่าพวกเขามีอาวุธสงครามต้องถูกปราบปรามให้ตายให้หมด พวกเขาจะต้องตายเพียงเพราะพวกเขาปิดถนนแล้วเผด็จการมาขอพื้นที่คืนด้วยอาวุธสงคราม พวกเขาเลือกที่จะตายแทนที่จะมีชีวิตอยู่อย่างทาสซึ่ง อย่างหลังจะยิ่งเป็นจุดจบที่เลวร้ายยิ่งกว่า

พวกเขาคงจะไม่ต้องการงานศพใหญ่โต ไม่ต้องการอนุสาวรีย์หรือคำจารึกใดๆบนหลุมฝังศพ ขอเพียงแต่ก่อนตายขอ ได้ด่าไอ้พวกเผด็จการจัญไรให้มันเจ็บๆ ขอด่ามันให้สะใจสักทีก่อนตายเหอะน่า เผด็จการมันฆ่าก้อฆ่าได้แต่ตัวแต่มันจะฆ่าหัวใจที่รักเสรีภาพไม่ได้แน่นอน

ต้นไม้แห่งประชาธิปไตยจะเติบใหญ่ก้อด้วยการรดด้วยเลือดของผู้รักประชาธิปไตย อย่าให้พวกเขาต้องตายเปล่า ได้โปรดบอกให้โลกรู้ความจริงว่าเกิดอะไร ขึ้นในประเทศเผด็จการที่เต็มไปด้วยความปลิ้นปล้อนตอแหลอย่างบัดซบชนิดไม่มีถ้อยคำใดจะมาสาปแช่งมันได้สาสม

การิฑัตผจญภัย

กาลครั้งหนึ่งเมื่อการิฑัตได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจออกแสวงหาโลกที่ประเสริฐที่สุดในบรรดาโลกทั้งหลายที่เป็นไปได้ สุดท้ายเขาได้รับข้อสรุปจากนก เค้าแมวตัวหนึ่งว่า

"ลองดูประเทศทั้งหลายที่คุณไปเยือนสิ ซึ่งก้อไม่เห็นว่าคุณจะอยู่ได้สักที่ ต้องลาจากมาทุกที แต่ละประเทศต่างทุ่มเทให้แก่การแสวงหาเป้าหมายที่ทรงคุณค่าอัน ใดอันหนึ่ง ประเทศหนึ่งมุ่งประกันความเป็นระเบียบเรียบร้อยด้วยความมั่นคง อีกประเทศหนึ่งมุ่งสร้างสวัสดิภาพให้สูงสุด อีกประเทศมุ่งรักษาความมั่นคงของ เอกลักษณ์ต่างๆ ซึ่งบันดาลให้ผู้คนเหมือนกับว่าได้อยู่บ้านร่วมกับคนจำพวกเดียวกัน อีกประเทศมุ่งบรรลุวิสัยทัศน์บรมสุขที่ปัจเจกบุคคลจะมีเสรีภาพอย่างแท้ จริง โดยประสานสอดคล้องกลมกลืนกับคนอื่นทั้งหมด อีกประเทศมุ่งปกป้องทรัพย์สินของปัจเจกบุคคลและทรัพย์สินของเขาให้พ้นจากการแทรกแซง เพื่อเขา จะได้ดำรงชีวิตตามแบบที่พวกเขาเลือก แต่กระนั้นแต่ละประเทศก้อมุ่งแสวงหาเป้าหมายที่ตนนิยมโดยกีดกันเป้าหมายอื่นออกไปจนหมดสิ้น และในกระบวน การดังกล่าวก้อได้สังเวยปัจเจกมนุษย์ไปนับไม่ถ้วน ณ แท่นบูชาบรวงสวงอุดมคตินามธรรมของตน ชีวิตมนุษย์จำนวนเท่าไหร่ที่ย่อยยับอับปางและถูกทำลายชิ บหายลงในนามของอุดมคติที่ว่านั้น? มนุษย์ช่างโฉดเขลากระไรเช่นนี้!!!"

"งั้นทางเลือกคืออะไรล่ะ"

"มีแต่ต้องเชื่อมโยงกันเท่านั้น!" นกเค้าแมวตอบ "ทางเลือกคือมองให้เห็นว่าไม่มีอุดมคติเหล่านั้นอันใดอันหนึ่งจะมีค่าเลยหากปราศจากอุดมคติอันอื่น เมื่อนั้น แหละคุณจึงจะสร้างโลกที่คู่ควรกับมนุษย์ และก้อ"

"นกเค้าแมวด้วยงัย"เขาเสริมขึ้นเหมือนเพิ่งฉุกคิดได้

วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วัฒนธรรมของความหวาดระแวง

กระแสปัจเจกชนนิยมส่งผลให้คนในสังคมมีลักษณะปิดกั้นตนเองไม่ไว้ใจใคร ไม่สนใจที่จะขยายขอบเขตความสัมพันธ์ เลือกคบหาเฉพาะกลุ่มที่มีอะไรหลายอย่างเหมือนกัน ไม่สนใจการเมือง ไม่สนใจการสร้างอำนาจต่อรองทางการเมืองด้วยการสร้างแนวร่วมที่ยั่งยืน

ประชาชนถูกบีบให้เข้าสู่บรรยากาศของความเคียดแค้นชิงชัง พร้อมที่จะปะทะกันได้ตลอดเวลา แบ่งแยกเป็นพวกมึงพวกกู สังคมแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ กลุ่มที่ไม่มีปากมีเสียงทางการเมืองต้องกลายเป็นเหยื่อ เหยื่อที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา

การพร่ำบ่นต่อปัญหาไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้น อย่าบ้าคลั่งกับปัญหา แต่ให้ลงมือลงแรงเพื่อทำให้ปัญหามันทุเลา สังคมที่ดีจะเกิดขึ้นได้จากการเสียสละของคนในสังคมเอง การวางแผนในการสร้างเครือข่ายสังคมในชีวิตจริง จะเป็นการเชื่อมโยงเพื่อน คนที่ทำงาน กลุ่ม สมาคม สโมสร ให้เกิดการช่วยเหลือกันในการรักษาความสัมพันธ์ของคนในสังคม

การทำให้สังคมมันดีขึ้น อาจจะเริ่มจากการพูดคุยกับคนในสังคมให้มันมากขึ้น เพื่อที่จะได้เข้าใจกันมากขึ้น เหมือนในเฟซบุ้คอ่ะน่ะ การสนทนา การปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ การแลกเปลี่ยนไอเท็ม การหาคู่สมสู่ การล่าแม่มด สิ่งต่างๆเหล่านี้เราสามารถนำไปปรับใช้กับการพัฒนาสังคมได้อ่ะน่ะ

การพึ่งตนเองของคนในสังคมเป็นทางรอดทางเดียวในเวลานี้ หลังจากที่อำนาจรัฐตกต่ำจนไร้น้ำยาที่จะทำอะไร และรัฐเองเองก้อหันไปใช้กำลังในการแก้ไขปัญหาแทนที่จะหาทางออกโดยใช้สติปัญญา การเมืองภาคประชาชนจึงเป็นอะไรที่มากกว่าการรอความเมตตาจากรัฐ ประชาชนเป็นได้แค่ทาสที่ถูกครอบงำจนโงหัวไม่ขึ้น ผู้คนถูกครอบงำด้วยระบบชนชั้น คนชั้นล่างถูกสอนว่าที่เขาต้องยากจนแร้นแค้น นั่นเป็นเพราะกรรมเก่า อดีตนายกติดคุกเพราะซื้อที่ดินเขาเรียกว่ากรรมชั่วตามสนองทันตาเห็น แต่นายกที่สั่งฆ่าประชาชนแล้วไม่ผิดอะไรเลยเขาเรียกว่าทำกรรมดีมาแต่อดีตชาติ การคิดเอาง่ายๆแบบนี้เขาเรีกว่าไสยศาสตร์ทางด้านปรัชญา เป็นการสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ปกครองโดยยกเอาเรื่องบุญบารมีมาเป็นข้ออ้างสนับสนุนระบบอุปถัมภ์ คำว่ากฏแห่งกรรมเลยเป็นแค่คำที่เอาไว้ส่อเสียดทิ่มแทงคนที่เราไม่ชอบก้อเท่านั้น

การแบ่งขั้วเป็นการส่งเสริมให้ผู้คนมีความคิดรุนแรงและปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความรุนแรง การรับฟังแต่พวกเดียวกันเองเป็นการหล่อเลี้ยงความเฉยชาไว้และสุดท้ายเราจะเจ็บปวดอยู่กับความโดดเดี่ยว

วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

สภาไดเอ็ต




นักการเมืองหญิง ที่ชื่อว่าเร็นโฮ รายนี้ เป็นสมาชิกสภาสูง จากโควต้าของพรรคดีพีเจ พวกสภาก้อมีหน้าที่รับร่างกฏหมายเพื่อมาแปรญัตติว่าจะให้ผ่านกฏหมายหรือไม่ ส่วนมากก้อจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณช่วงปลายปีนั่นแหล่ะ เร็นโฮ เธอคนนี้อายุแค่42 อดีตก้อเป็นไอด้อลชุดว่ายน้ำมาก่อน แถมยังเป็นคนเชื้อสายไต้หวัน แล้วได้มาเป็นสมาชิกสภาสูง มันเลยกลายเป็นเรื่องแปลกในสายตาของกลุ่มอนุรักษ์นิยมแบบฮาร์ดคอร์ แต่ตอนนี้ที่ทำให้คนเซ็งกันมากที่สุดคือโปรเจ็คที่รอจะทำมันเยอะ แต่พอเงินมันไม่มีก้อไม่ต้องทำอะไรกันพอดี พอเงินไม่มีก้ออยู่กันแบบเฉยๆไปแล้วกัน บางทีไม่มีเงินจะทำอะไรกูก้ออยู่เฉยๆแบบพอเพียง คนก้อยังมาวุ่นวายกับกูหาว่ากูหายใจทิ้งไปวันๆ อ้าวเหี้ยถ้ากูไม่หายใจกูก้อตายห่าอ่ะ

ราชวงศ์emperor


ราชวงศ์จักรพรรดิของญี่ปุ่นเป็นราชวงศ์เดียวของญี่ปุ่น ยังไม่เคยมีการล้มล้างราชวงศ์มาก่อน ต่างจากราชวงศ์ของจีนที่มักจะมีการก่อกบฎล้มล้างราชวงศ์อยู่ ตลอดยุคสมัย ทำให้จีนมีหลายราชวงศ์มากจนจำไม่หวาดไม่ไหว การสร้างองค์พระจักรพรรดิขึ้นมาโดยอาศัยความเชื่อทางศาสนาชินโตที่ว่าจักรพรรดิเป็นบุตรของพระอาทิตย์ สืบเชื้อสายมาจากเทวีสุริยา อามาเทระสึ ทั้งที่ความจริงแล้วอำนาจในการปกครองจริงๆกลับไปอยู่กับโชกุน โชกุนเป็นผู้มีอำนาจในการ ปกครองสูงสุดในประเทศ(คัมปาคุ) สมัยที่ญี่ปุ่นเริ่มร่างรัฐธรรมนูญ กลุ่มไดเมียวไร้ตำแน่งและกลุ่มซามูไรก้อได้ตกลงกันว่าจะให้องค์พระจักรพรรดิดำรง ตำแหน่งประมุขต่อไปเช่นเดิม แต่เบื้องหลังการปกครองประเทศอำนาจการตัดสินใจยังอยู่กับกลุ่มรัฐบุรุษอาวุโส(เงนโร)ซึ่งว่ากันว่ารัฐบุรุษอาวุโสของญี่ปุ่น เป็นคนที่มีจิตใจสูง เห็นแก่ประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ของส่วนตน ซึ่งก้อน่าจะมีส่วนจริงอยู่มากทีเดียว พวกซามูไรเองเมื่อไม่มีสงครามก้อหัน มาทำการค้าโดยอาศัยอิทธิพลของนักการเมืองคอยช่วยเหลือ อย่างเช่นมิตซูบิชิ ก้อเป็นบริษัทของตระกูลซามูไร มาจากโคตรตระกูลโทสาแห่งเกาะชิโกกุ

วันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

กะหรี่การเมือง

อยากจะเขียนถึงกะหรี่การเมือง ก้อคือพวกที่ขายตัวยอมรับใช้ระบอบเผด็จการ เช่น นักการเมืองที่ย้ายพรรค นักข่าวที่ประโคมข่าวใส่ร้ายป้ายสี ผู้ว่าราชการจังหวัดสอพลอ คือ คนพวกนี้เขาทำไปก้อเพื่อเงิน นักข่าว นักหนังสือพิมพ์พิธีกร ที่ยอมใส่ร้ายเสนอข่าวลวงชนิดรู้ทั้งรู้ นั่นก้อเพราะพวกมันต้องทำเพื่อเงิน เอาตัวรอดโดยเอาชีวิตคนอื่นไปตายแทนอะไรแบบนั้น เป็นความชั่วร้ายอีกรูปแบบหนึ่งของสัตว์มนุษย์ มันจะต่างอะไรกับอีตัวที่แพร่เชื้อเอดส์ หรือฆาตรกรปล้นจี้ฆ่าข่มขืน หรือเอเย่นต์ส่งยาบ้า หรือพ่อค้าอาวุธสงครามหรือหมอทำแท้งเถื่อน ความชั่วร้ายมันเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ เพียงแต่จะแสดงออกมาในแบบไหนก้อเท่านั้น เมื่อสิ่งที่เราต้องการมันมาอยู่ตรงหน้า อะไรคือศีลธรรม หรือจริยธรรม ไม่มีเหี้ยตัวไหนมันจะแคร์หรอกน่ะ สิ่งที่ปิดกั้นเรามากที่สุดอาจจะเป็นหน้ากากคุณธรรมที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเอง แล้วก้อหลอกคนอื่นว่าตัวกูนี้ดีตายห่า คนอื่นผิดหมด อะไรแบบนั้น อย่าแปลกใจว่าทำไมไอ้ห้อยถึงได้กล้าประกาศว่าจะปกป้องสถาบันด้วยชีวิต เพราะบางทีมันอาจจะเชื่อของมันอย่างนั้นจริงๆก้อได้ แต่จะมีใครเชื่อมั่งหรือเปล่าก้อไม่รู้ขนาดเสื้อเหลืองที่เชื่ออะไรง่ายไปหมดยังไม่กล้าเชื่อไอ้ห้อยเลยอ่ะ สังคมไทยกะลังมีปัญหากับการมองว่าอะไรถูกอะไรผิด ซึ่งถ้ามองกันแบบนี้ปัญหาการโต้แย้งมันก้อจะไม่มีวันจบสิ้น กลายเป็นอภิมหาตำนานล้างสถาบัน ภาคที่สามสิบเจ็ด คือคนเราถ้าจะโต้เวทีว่ามึงผิดกูถูกเถียงกันแบบนี้ให้เวลาอีกพันปีมันก้อไม่จบไม่สิ้น เรื่องแบบนี้มันเลยต้องมีกรรมการขึ้นมาตัดสินนั่นก้อคือการเลือกตั้ง แต่ปัญหาตอนนี้ก้อคือมีเหี้ยมาลักพาตัวกรรมการคนนี้ไปฆ่าหมกส้วมอ่ะ พอกรรมการไม่อยู่ก้อเลยฆ่ากันตายห่ามาสองปีติดต่อกันแล้วเนี่ย ในสถานการณ์แบบนี้การก่อการร้ายจึงกลายเป็นธุรกิจที่สามารถทำกำไรได้อย่างเป็นกอบเป็นกำขึ้นมาอีกครั้งและดูท่าจะยังไม่หมดโปรโมชั่นง่ายๆเสียล่วย

วันพุธที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

หมามององุ่นเปรี้ยว

วิธีการพื้นๆโดยการพยายามหาข้อมูลของคนใดคนหนึ่งจากกูเกิ้ล เป็นอะไรที่ออกจะปัญญาอ่อนเต็มที แต่ก้อมีหลายคนติดคุกเพราะเรื่องง่ายๆแบบนี้อ่ะน่ะ คือ การใช้กูเกิ้ลเพื่อสืบหาอะไรเกี่ยวกับกูอย่างนี้ มันก้อมีมานานหลายปี ผ่านไปกี่ปีพวกงั่งมันก้อพยายามสืบอยู่นั่นแหล่ะ ไม่รู้ว่าติดใจอะไรกันนักหนา กูเลยจัด ข้อมูลให้ไปซ่ะ งงหนักกว่าเก่าอีกไอ้สัตว์ คือกูเขียนเรื่องseoมาเนี่ย มันเป็นหลักความปลอดภัยขั้นพื้นฐานในการใช้อินเตอร์เน้ตเลยอ่ะน่ะ พวกล่าแม่มดอยาก จะหาอะไรก้อให้มันหาไป แต่มันจะได้ในสิ่งที่เราต้องการอยากจะให้มันเห็นเท่านั้น ความรู้ด้านนี้มันอาจจะไม่ช่วยให้ใครรวยเงินล้านออนไลน์ แต่อย่างน้อย ก้อได้มีโอกาสใช้เงินอยู่นอกคุกอ่ะน่ะ ผู้คนคงจะไม่รู้ว่ากองทัพ ไอซีที ดีเอสไอ ผนึกกำลังตามล่ากูเลยอ่ะน่ะ ไม่มีปัญญาหาจากกูเกิ้ล ก้อเลยส่งอะไรบ้าๆบอๆ มาในอีเมล์เต็มไปหมด ปัญญาอ่อนชะมัด แต่ยิ่งการตามล่าแบบนี้เกิดขึ้นมากเท่าไหร่ คนก้อจะรู้จักพัฒนาตัวเองขึ้นมากเท่านั้น อย่าคิดว่าแค่ใช้กูเกิ้ลเป็นแล้วจะ รู้ไปหมดทุกอย่างน่ะไอ้พวกงั่ง กูน่ะหน่ายมากๆกับคนที่แสนรู้เพียงเพราะมีกูเกิ้ลเนี่ยโดยเฉพาะไอซีทีเนี่ยเข้ามาทางกูเกิ้ลทั้งนั้น ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงอะไร เล้ย ถ้าหาอะไรเกี่ยวกับกูไม่เจอในกูเกิ้ลพวกมันก้อจะมองกูเป็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนไปแทนแล้วพากันซุบซิบว่าหากูเจอก้อก้อเท่านั้นไปจับไม่ได้เพราะอยู่ไกล เหมือนหมามององุ่นเปรี้ยว อยากแดกแต่ไม่มีปัญญา เหมือนควยเห็นหีอยู่ตรงหน้าแต่แทงไม่ได้ได้แต่เอาควยชี้หน้า

วันอังคารที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

คำเชิญสู่หลุมพราง


ใครๆก้อมองออกว่าการที่รัฐบาลเผด็จการ จู่ๆก้อมาเสนอข้อเรียกร้องให้ยุบสภาแลกกับการสลายการชุมนุม ซึ่งนี่มันเป็นหลุมพรางชัดๆ เพราะยังไงเผด็จการก้อไม่มีทางปล่อยให้มีการเลือกตั้งหรือสอบสวนคนสั่งฆ่าประชาชนแน่ๆ วิธีการอ่อยเหยื่อที่ดัดจริตเกินไปแบบนี้แหล่ะที่เขาเรียกว่า Phishing เอาสิ่งที่เหยื่อต้องการมาล่อเพื่อให้เหยื่อตายใจยอมกินเบ็ด การเอาชนะเผด็จการจะใช้แต่ความกล้าคงจะไม่ได้ ความกล้าที่แท้จริงต้องมีพื้นฐานจากความกลัว ถ้าไม่สามารถคิดแบบนักล่าได้ก้อจะต้องตกเป็นเหยื่ออย่างแน่นอน ข้อเสนอที่จริงใจของรัฐบาลเผด็จการก้อคือ จะฆ่าให้ตายหรือปล่อยให้มีชีวิตอยู่อย่างทาสก้อเลือกเอา ถ้าผ่านกับดักตัวนี้ไปได้ก้อต้องเจอกับ Booby Trap กับดักภาคบังคับที่คณะปฏิวัติทุกคณะยังไม่เคยผ่านไปได้ นั่นคือข้อหาล้มเจ้า ถ้ารอดไปได้โดยไม่ตายห่าไปเสียก่อนคนไทยคงจะพอมีโอกาสได้ชมฉากจบอันสวยหรู

วันเสาร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เหยื่อของระบบเครือข่ายสังคม

การจับคนที่ใช้เฟซบุ้คเข้าคุกในรายของกรณีคดีหมิ่น เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า social network non-technical pretexting attack คือเป็นการอาศัยความปัญญาอ่อนของเหยื่อในการวางกับดักล่อให้เหยื่อมาติดกับโดยแทบจะไม่ต้องใช้เทคนิคชั้นสูงอะไรเลย หรือที่กูเรียกว่าใช้เทคนิคแบบบ้านๆนั่นเอง คือในรายของคดีหมิ่นตัวนี้จะใช้การส่งแบบฟอร์มผ่านอีเมล์ทำเป็นลิ้งค์ไปให้เหยื่อ แล้วหลอกว่าเป็นเว้บหาคู่หรือเว้บชิงรางวัลอะไรสักอย่าง แล้วพอเหยื่อที่สติไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่เห็นก้อหลงเชื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวเช่น ชื่อ วันเกิด เบอร์โทร ที่อยู่ ชื่อพ่อ ชื่อแม่ อะไรก้อว่าไป แล้วทีนี้เหยื่อก้อได้ไปกินฟรีนอนฟรีในคุก คือว่ารายนี้น่ะโง่เอามากๆ โดนยัดข้อความหมิ่นผ่านระบบเบคอนเข้ามาในหน้าโปรไฟล์ชนิดไม่รู้ตัวเลยอ่ะ ซึ่งระบบเบคอนตัวนี้โดนวิจารณ์มามากในระยะหลายปีนี้ แต่คนไทยไม่ค่อยจะสนใจ ก้อเลยกลายเป็นเหยื่อไปซ่ะ การป้องกันแคร้กเก้อร์ที่ได้ผลแบบหนึ่งก้อคือ ทำยังไงก้อได้ให้แคร้กเก้อร์เกิดความสับสนมากที่สุด ถ้าแคร้กเก้อร์ต้องใช้เวลาในการแคร้กข้อมูลมากเท่าไหร่ โอกาสเสี่ยงที่เราจะตกเป็นเหยื่อก้อจะยิ่งน้อยลงมากเท่านั้น จะบอกว่าตอนนี้ประเทศไทยมันเหมือนกับประเทศจีนแล้วอ่ะน่ะ ต่อไปจะต้องมีการสร้างไฟร์วอลล์ขนาดยักษ์ขึ้นมาปิดกั้นข้อมูลเป็นแน่แท้ บล้อกก้อไม่ต้องใช้ อีเมล์ก้อไม่ต้องใช้ เครือข่ายสังคมก้อไม่ต้องใช้ ยูทิวป์ก้อไม่ต้องใช้ กูเกิ้ลก้อไม่ต้องใช้ แล้วจะมีอินเตอร์เน้ตเอาไว้ทำเหี้ยไรว่ะ เรื่องแบบนี้มันตลกร้ายตรงที่ว่า ถ้าไม่มีกูเนี่ยก้อจะไม่มีใครมาอธิบายเรื่องทำนองนี้ให้พวกงั่งมันเข้าใจ ในสังคมอับจนปัญญาที่มีแต่การจับผิด คนที่คิดจะช่วยคนอื่นมันช่างหายากจริงๆ

eternal shine


การชุมนุมประท้วงเพื่อไล่รัฐบาลบเผด็จการไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เสร็จได้ในชั่วข้ามคืน เปรียบเหมือนการเปลี่ยนแปลงการเมืองของญี่ปุ่นจาก LDP มาเป็น DPJ ก้อต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงทีละเล็กละน้อย แต่การเคลื่อนไหวใดๆควรจะคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ประโยชน์ของประเทศก้อพิสูจน์จากผลงาน วิสัยทัศน์ไม่ใช่การปาฐกถา คนที่ดีแต่พูดไปวันๆในขณะที่แต่ละวันประชาชนต้องถูกปล้นฆ่าจากพวกขี้ยาอยู่ทุกวี่วัน คนไทยจะยอมเป็นควายทนให้พวกขุนนางกดขี่ไปถึงเมื่อไหร่ว่ะ ไอ้พวกเหี้ย เมื่อไหร่จะเข้าใจความเป็นอริยะชนเหมือนญี่ปุ่นเสียที วางเมื่อไหร่เป็นต้องหาเรื่องกัดกันตลอด อันเป็นสันดานของพวกว่างงาน ไม่รู้จักทำมาหาแดก

ผู้คนกำลังหลอกลวงตัวเองว่าเศรษฐกิจมันดี สังคมปลอดภัย การที่เราเชื่อสื่อที่ปั่นหัวเราเล่น สุดท้ายเราก้อจะได้อยู่ในโลกที่บัดซบขึ้นเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัว คนไทยต้องรอให้ภยมาถึงตัวเสียก่อนถึงจะรูสึกสำนึก ไอ้พวกเหี้ยที่มัวแต่หลงระเริงโดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นจะตายก้อมีเยอะซ่ะด้วยสิ

มีการใส่ร้ายว่ากลุ่มเสื้อแดงสะสมอาวุธสงครามทั้งปืนและระเบิด โดยมีสื่อจัญไรมากมายช่วยกระพือข่าวที่ว่า พร้อมกับอ้างว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปราบปรามเสื้อแดง ทุกอย่างมันเป็นสเต็ปที่วางเอาไว้ให้ไอ้อภิสิทธิ์เดิน ขั้นแรกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี ขั้นที่สองหาว่าเสื้อแดงเป็นต่างด้าว ฝักใฝ่ต่างชาติ ขั้นที่สามกล่าวหาว่าสะสมอาวุธคิดจะล้มราชบัลลังค์ ขั้นที่สี่ฆ่าล้างโคตรให้เหี้ยน สุดท้ายกงล้อแห่งประวัติศาสตร์สยองก้อย้อนกลับมาเหมือนเช่นเดิม อย่างที่มันควรจะเป็น และสักวันก้อต้องเป็น ผู้คนจะล้มตายมากมาย

ก้อตอนนี้อ่ะน่ะ มีการจับคนไทยที่ใช้facebook เข้าคุกไปซ่ะแล้วก้อต้องสมน้ำหน้าพวกหน้าโง่เซ่อๆซ่าๆที่ต้องกลายเป็นเหยื่อสังเวยคดีหมิ่นไปอีกราย ซึ่งก้อเป็นไปตามที่กูเคยบอกไว้เลยใช่ป่ะว่าคนไทยไปสุมหัวกันมากๆที่ไหน รับรองที่นั่นชิบหายแน่นอน การใช้social network ถ้าหลีกเลี่ยงสถานที่ที่คนไทยอยู่กันมากๆเท่าไหร่ก้อยิ่งจะปลอดภัยมากเท่านั้น เพราะกฏหมายหมิ่นจัดเป็นกฏหมายที่ร้ายแรงมากอันหนึ่งในโลกซึ่งจะพบได้แต่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่คนไทยก้อยังเข้าใจกฏหมายตัวนี้แค่ผิวเผินเท่านั้น
ปัญหาอย่างหนึ่งของคนไทยคือชอบอยู่ในที่ๆมีคนมากแล้วก้อสุดท้ายกลายเป็นการเปิดเผยสถานะของตัวเองจนพาตัวเองเข้าคุกไปอย่างง่ายๆ สถานที่ที่อันตรายมากๆสำหรับคนไทยก้อเช่นที่ exteen 212cafe oknation bloggang panthip youtube hi5 facebook รวมไปถึงการใช้อีเมล์ทุกชนิดด้วยอ่ะน่ะ อันตรายมีอยู่รอบตัวความรู้ด้าน social network engineering เป็นสิ่งจำเป็นมากๆในสมัยนี้
เหมือนระบบฟีดที่เมื่อสองสามปีก่อนยังไม่มีใครเข้าใจว่ามันคืออะไรแต่พอเจอกับการปิดกั้นอย่างหนักหน่วงจากรัฐบาลเผด็จการ ผู้คนก้อจะมีการเรียนรู้เกิดการหาช่องว่างส่งข่าวสารผ่านระบบฟีดกันโดยไม่รู้ตัว นี่จึงกลายเป็นการเปิดศักราชของการก่อการร้ายทางอินเตอร์เน้ตไปเสียแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2553

ชีวิตของมดงาน


ถ้าใครลองสังเกตุชีวิตความเป็นอยู่ของมดก้อมักจะเข้าใจว่ามดงานนั้นเป็นสัตว์ที่เสียสละ ขยันขันแข็ง มีวินัยใฝ่คุณธรรม นำชาติเจริญ แต่อันที่จริงการที่มดงานขยันทำงานหนักปานแบกกระสอบข้าวสารนั้น อันที่จริงไม่ใช่เพราะว่ามดมันมีอุดมคติ หรืออุดมการณ์ห่าเหวอะไรทั้งนั้น แต่เป็นเพราะมดงานโดนมดทหารมันบังคับ คอบควบคุมกำกับอยู่ต่างหาก


แต่ก่อนเดิมทีมดก้อเป็นสัตว์สังคมเหมือนมนุษย์ เมื่อเริ่มเป็นสังคม มดทุกตัวล้วนเสมอภาคกัน มีความเป็นประชาธิปไตย ทุกตัวมีเสรีภาพเท่าเทียมกัน ไม่มีบ่าว ไม่มีนาย เวลาอด อดด้วยกัน เวลาอิ่ม อิ่มด้วยกัน ไม่มีความทุกข์(ความทุกข์ระทมขมขื่น มันเกิดขึ้นมีในภายหลังเมื่อมีระบบทาสแล้ว) ต่อมาหัวหน้าทหารที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำในการรบ เพราะว่ามีสงครามระหว่างเผ่าพันธ์เกิดขึ้นบ่อยๆ ทีนี้หัวหน้ามดทหารเกิดติดใจในอำนาจไม่ยอมวางอาวุธหลังจากเลิกรบแล้ว หันอาวุธเข้าหาพวกเดียวกัน ถือโอกาสยึดอำนาจ ขยายอาณาจักรด้วยการปลุกปั่นสร้างลัทธิชาตินิยม เพื่อปล้นสดมภ์กวาดต้อนเอาทรัพย์สินและทาสจากเผ่าพันธ์อื่นมาเป็นของตน


ทีนี้ในสังคมมด ที่ใหญ่ที่สุดก้อคือควีน ไม่ใช่คิง ถ้าจะเปรีบเทียบกับสังคมนุษย์ก้อคือพระนางซูสีไทเฮา มีมดทหารคอยเป็นบริวาร และมดงานทั้งหมดล้วนเป็นตัวเมียไม่มีสิทธิ์สืบพันธ์ได้ ให้ทำงานอย่างเดียว


และนักวิทยาศาสตร์ยังพบว่าพวกมดงานนี้มีความทุกข์มากและจะพยายามหลบเลี่ยงงานเสมอเมื่อมีโอกาส และลักษณะอย่างอื่นของมดงานก้อเช่น ถ้าเกิดว่าเราเดินผ่านไปในทางเดินของมดแล้วประกาศขอพื้นที่คืนแล้วฆ่ามดไปจำนวนหนึ่ง มดงานที่เหลือจะโกรธมากถ้ามีสัตว์อะไรโผล่ไปตรงนั้นพอดีจะถูกมดงานจับกินให้หายแค้น และผู้คนมักจะประนามหยามเหยียดว่ามดงานไม่มีสมอง เอาไปปล่อยไว้ที่ไหนก้อมักจะหลงทางกลับไม่ถูก อันที่จริงมดเป็นสัตว์ที่ฉลาดมาก สามารถคำนวนทิศทางและระยะทางจากรังสีเบต้าแม้ในวันที่มีเมฆมากมดก้อจะไม่หลงทาง

วันเสาร์ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2553

วันศุกร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2553

รักยาวให้บั่นรักสั้นให้ต่อ

ถ้าเราเข้าใจจิตใจของตัวเราเอง คือถ้าเราซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเอง เราจะรู้ว่าความรักระหว่างเพศนั้นมันมีแค่ในช่วงระยะสั้นระหว่างฮันนีมูนก้อแค่นั้น หลังจากนั้นคู่รักก้อจะไม่ใช่คู่รักแต่จะกลายเป็นคู่สนทนาที่ยาวนานไปแทน ถ้ามีใครมาบอกเราว่าผมจะรักคุณไปชั่วชีวิต คนๆนั้นกะลังโกหก เพราะว่าคุณกะลังจะฝืนกฎของความจริง ความรักในแบบหนุ่มสาวน่ะมันไม่มีอยู่จริงหรอกน่ะ อืมมม หรือแม้แต่ภาวะความสัมพันธ์ของคนในสังคมที่มันง่อนแง่นมันก้อเกิดจากความรักและความเกลียดชัง ถ้าคิดจะทำอะไรเพื่อให้สังคมมันเดินต่อไปได้ก้อขอเพียงให้ทำเฉยๆต่อกันไปจะดีกว่า ไม่ต้องยุ่งเกี่ยว ไม่ต้องรับฟังกัน แยกกันอยู่ไปเลย ดีกว่าจะอยู่ด้วยกันแล้วจ้องจะเชือดคอกันอ่ะน่ะ กูก้อบอกอยู่แล้วว่าไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมเพราะทหารมันใช้กระสุนจริงมาตลอดนั่นแหล่ะ ถ้าจะต่อต้านรัฐบาลไม่ควรใช้หลักอหิงสาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ใช้หลักอุเบกขาด้วย มึงอยากปกครองก้อปกครองไปแต่กูไม่ทำตามที่มึงสั่ง ไม่มีไพร่คอยทำงานให้พวกอำมาตย์มันจะทำงานเองเหรอ คือถ้าคิดจะเป็นอิสระจากระบอบการกดขี่เราต้องมีวิธีคิดที่ลึกล้ำกว่าการจัดชุมนุม การสร้างเครือข่ายมวลชนต้องใช้เวลานานเป็นสิบเป็นร้อยปีกว่าจะทำให้คนที่ไม่เข้าใจหันมาสนับสนุนเรา ใจไม่นิ่งพอทำงานการเมืองไม่ได้หรอกน่ะ การอยู่เฉยๆเพื่อรอให้โอกาสมาถึงก้อเป็นอีกวิธีหนึ่งที่กูใช้บ่อยๆอ่ะ

ไทยแลนด์แดนระเบิด

ปกติประเทศไทยเนี่ยน่ะมันก้ออันตรายมากอยู่แล้วเพราะอาชญกรรม และอุบัติเหตุมันก้อสูงติดอันดับโลกอยู่แล้ว ยิ่งพอมีการก่อการมิดีมิร้าย มันก้อเลยกลายเป็นว่าประเทศไทยกลายเป็นดินแดนมหัศจรรย์ไปซ่ะแล้ว อ่ะน่ะต่อไปถ้ามีการเอากับระเบิดแบบสังหารบุคคลมาใช้มันจะยิ่งน่ากลัวกว่าเอ็ม79 หรืออาพีจีเสียอีก ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีการใช้กับระเบิดสังหารบุคคล นั่นก้อคือในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อ่ะ นอกจากนี้ยังมีอิรัก เกาหลีเหนือ อัฟกานิสถาน กัมพูชา สถานการณ์ตอนนี้ก้อไม่ได้ต่างจากที่กูเคยเขียนเอาไว้อ่ะน่ะ ว่าประเทศไทยยังไงก้อต้องสิ้นชาติ นานหลายปีแล้วอ่ะที่กูเขียนเอาไว้ว่าหลังการเลือกตั้งปี50ยังไงก้อต้องมีการนองเลือด ตอนนั้นคนก้อไม่ค่อยเชื่อกัน พากันมองโลกเป็นสีชมพูระเรื่อ อืมมมม ความจริงมันเจ็บปวดอย่างนี้แหล่ะจ๊ะ การฝันกลางวันมันจึงเหมือนการทำร้ายตัวเองในแบบหนึ่งเป็นอาการของคนที่สูญเสียของที่รักไปอ่ะ ประเทศไทยในแบบที่ทุกคนเคยรู้จักมันจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว

วันอาทิตย์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2553

ทำไมอภิสิทธิ์ไม่ยอมยุบสภา

พ่อแม่พี่น้องชาวเสื้อแดงทุกท่านเหตุผลที่อีอภิสิทธิ์ไอ้ทรราชย์กระหายเลือดมันไม่ยอมยุบสภาสักทีเพราะว่ามันมีควยคอยบงการแม่งอยู่เบื้องหลังอ่ะดิ ก้ออีเปรมนั่นยังไงล่ะพ่อแม่พี่น้อง อีเปรมมันก้อขู่อีอภิสิทธิ์ว่าถ้าอีมาร์คแม่งยุบสภาเมื่อไหร่อีเปรมมันจะจับอีมาร์คอัดตูดสดจนใส้แตกตายคาเก้าอี้นายกเลยนั่นงัย อีมาร์คแม่งเลยไม่มีทางเลือกต้องสั่งฆ่าคนจนตายเป็นเบือ เพราะถ้าคนอื่นไม่ตาย มันนั่นแหล่ะจะตายเสียเอง อีเหี้ย ประวัติศาสตร์จะจารึกเอาไว้ว่าอีอภิสิทธิ์เป็นนายกคนแรกที่ต้องตายคาควย

วันเสาร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2553

ตามล่าไอ้ฆาตรกรโรคจิต

การต่อสู้ของเสื้อแดงกับอำมาตย์ ดูๆไปเหมือบกับพล็อตเรื่องในหนังสยองขวัญของอลลีวู้ดยังไงยังงั้น นั่นก้อคือ เหยื ่อมักจะเป็นประชาชนคนธรรมดามือเปล่าๆไม่ได้เตรียมใจจะต้องมาตายเลยสักนิด ฆาตรกรโรคจิตก้อมักจะแอบอยู่ในมุมมืดคอยดักเล่นงานเหยื่อเหมือนกับนักฆ่าที่ซุ่มยิงประชาชน เวลาจะขอความช่วยเหลือก้อมักจะโดนตัดสายโทรศัพท์ มือถือแบตหมด ไม่ก้อวิ่งไปขอความช่วยเหลือไม่ทัน การจะฆ่าไอ้ฆาตรกรโรคจิตรายนั้นแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เพราะว่ามันโคตรจะเจ้าเล่ห์สุดๆ แถมฆ่ายังไงแม่งก้อฟื้นขึ้นมาใหม่อยู่เรื่อยๆ แล้วจะทำยังไงดีล่ะทีนี้ ความหวังมันช่างริบหรี่ปานแสงหิ่งห้อยในคืนเดือนมืด

งงล่ะสิไอ้สัตว์

ในที่สุดกูก้อแก้ปัญหาไอ้พวกหื่นกามเข้ามาอ่านเรื่องไร้สาระ กับแก้ปัญหาพวกเหี้ยที่ผ่านมาแล้วก้อผ่านไปได้แล้วง่ะ โดยการเอาฟีดของบทความล่าสุดมาใส่ไว้ในทุกหน้าแม่งเลย ที่นี้พอเหี้ยเข้ามาในหน้าไหนมันก้อต้องเจอกับบทความล่าสุดของกูตลอด เพราะกูล่ะเบื่อมากๆกับไอ้พวกหน้าหีที่วันๆเอาแต่ค้นหาคำลามกจกเปรตโดยไม่สนใจสาระที่กูพยายามยัดเยียดให้กับพวกมัน กับคนสันดานเหี้ยแบบนี้จะทำเป็นใจดีกับพวกแม่งคงจะไม่ได้ ต้องให้พวกมันเจอกับสิ่งดีมั่ง เผื่อว่าพวกมันจะเลิกหน้ามืดหยุดงมงายกับรูหีเสียที อาการเงี่ยนนี่ถ้ามันมากเกินไปมันก้อจะกลายเป็นน่าขยะแขยงง่ะ ทะลึ่งวันละนิดก้อพอแล้วง่ะอย่าให้มันล้ำเส้นเกินไปนัก ทีนี้อ่ะน่ะพอไอ้พวกสัตว์เดรัจฉานมันหลงเข้ามาในบล้อกมันจะงงทันทีว่ามันหาเว้บโป๊อยู่ดีๆทำไมแม่งเสือกมาเจอสาระที่เปี่ยมล้นด้วยคุณค่าทางสารอาหารบำรุงสมอง ฮ่าๆๆเฮี๊ยยยกกก

kamikaze


กามิกาเซ่ หมายถึง สายลมเทพเจ้า แต่คนไทยดันเอาไปตั้งชื่อวงดนตรีปัญญาอ่อนซ่ะนี่ กามิกาเซ่ คนทั่วไปรู้จักกันดีในชื่อฝูงบินที่สร้างวีรกรรมในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองที่ยอมเสียสละตัวเองขับเครื่องบินเข้าชนเรือรบของอเมริกัน ทหารแบบนี้สิที่ควรจะยกย่อง การที่คนเสื้อแดงทะลึ่งวิ่งเอาตัวเข้ารับกระสุนจากทหารมันก้อมีอารมณ์คล้ายๆกับฝูงบินกามิกาเซ่นั่นเองแหล่ะ พวกเขาทำไปเพราะความเคียดแค้นที่ถูกฆ่าอย่างไม่เป็นธรรม พวกเขาทำห่าอะไรผิดมากมายนักหนาถึงต้องเจอคำสั่งประหารจากเบื้องบน ถุยยย ยังมีศพที่ถูกลากขึ้นรถทหารเมื่อปีที่แล้วยังตามหาไม่เจอมาปีนี้มันก้อจะฆ่าคนแล้วลากศพไปซ่อนเหมือนเดิม แลกกับยศฐาบรรดาศักดิ์จากอำมาตย์กระหายเลือด ถุยยย สนุกกันนักใช่มั้ยกับการฆ่าประชาชนที่ไม่มีอาวุธ กล้าทำก้อต้องกล้ารับสิไอ้พวกทหารส้นตีน พักซ่ะมั่งน่ะทหารส้นตีน พวกมึงไม่จำเป็นต้องเป็นคนชั่วทุกวันในชีวิตของมึงหรอกน่ะ

วันศุกร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2553

clash of the thailand

คือจะบอกว่ายังไงก้อไม่สามารถโค่นล้มบอสจอมเผด็จการลงได้อ่ะน่ะ เพราะอำนาจมืดที่หนุนหลังเผด็จการอยู่นั้นมันยิ่งใหญ่โคตรๆ แต่ถ้าคราวนี้เอาชนะไม่ได้ก้อจะต้องแพ้ไปตลอดกาลจะมีการตามล้างตามเช็ดชนิดไม่ได้ผุดได้เกิดกันเลยทีเดียว ฮ่วยยยย เอาแค่ดูตัวอย่างหนังเรื่อง clash of the titan สัตว์ประหลาดโผล่มามากมายเป็นกองทัพ มีแต่ตัวขนาดยักษ์ ใครจะไปเชื่อว่าสุดท้ายฝ่ายพระเอกมันจะชนะ บอสใหญ่มันอ่ะเล้บตีนมันก้อใหญ่กว่าตัวพระเอกเราแล้ว ถ้ามั่นจะว่าจะชนะก้อลุยไปโล้ด เพราะผลแพ้ชนะในสงครามมันถูกกำหนดเอาไว้ก่อนการต่อสู้จะเริ่มต้นอ่ะน่ะ แต่อันที่สร้างความหงุดหงิดจนคันง่ามหีมากเลยก้อคือ ในโลกนี้มันมีเว้บอัพโหลดวีดีโออยู่ที่เดียวหรือไงที่ Youtube น่ะ ใครๆก้อไปที่ยูทิวป์ จะลบจะล้างก้อไปหาตามยูทิวป์ ก้อรู้ๆอยู่ว่ายูทิวป์มันลบคลิปง่ายๆ ทำไมไม่ไปที่อื่นกันมั่ง

love is



ความรัก คือ สิ่งที่ทำให้นอนไม่หลับ ค่ำคืนที่นอนไม่หลับคืนแล้วคืนเล่า เพียงเพราะหน้าของคนนั้นมันมาวนเวียนในใจ อืมมม แม้มันจะผ่านมานานหลายปีดีดักแล้วก้อตามทีแม้จะมีคนอื่นเข้ามาแทนที่แล้วก้อตามที สุดท้ายกูก้อเป็นผู้แพ้ แพ้ใจตัวเอง มันกลับยิ่งทำให้กูรู้สึกว่าตัวเองมันช่างอ่อนแอเสียนี่กระไร

ดูทีวี PeoPle Channel




ก้อเป็นโปรแกรมแฟลชเอาไว้ดูทีวีช่องพีเพิลชาเนล อ่ะน่ะต่อไปจะอยู่ที่ไหนในจักรวาลก้อสามารถดูช่องดีสเตชั่นได้แย้ว สมน้ำหน้าไอ้หมากระเป๋า ซะใจซ่ะไม่เมีย



วันพฤหัสบดีที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2553

ไอด้อลแห่งประชาธิปไตย


ตอนนี้ก้อยังมีหน้ามาถามกันอยู่ว่า ประชาธิปไตยนั้นคืออะไร ถ้าจะนิยามตามแบบอเมริกา นั่นก้อคือ มิตรภาพ เสรีภาพ ภราดรภาพ สามคำแค่นี้แหล่ะ เป็นที่มาของลัทธิการแสวงหาความสุขในแบบทุนนิยมของอเมริกา บางคนที่หมดหวังแล้วกับประชาธิปไตยแบบไทยๆ มันก้อไม่ผิดอะไรหรอกน่ะที่เราจะไปแสวงหาชีวิตใหม่ที่อเมริกาถ้าหากว่าไปได้อ่ะน่ะ คนเรามันจะสูงต่ำด้อยค่ามันไม่ได้อยู่ที่ว่าจนหรือรวย กูมักจะรู้สึกเจ็บลึกๆทุกครั้งที่มีคนบ่นท้อแท้ว่าตัวเองต่ำต้อยเพียงเพราะไม่มีเงินเดือนหลายแสนหลายล้าน เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่รวยกว่าหรือจนกว่า แล้วหันมาลดความเห็นแก่ตัวลงมั่งก้อจะดีน่ะ อีดอก!!!

Kuayvista on Mobile



http://kuayvista.blogspot.com/feeds/posts/default?alt=rss


http://kuayvista.blogspot.com/feeds/posts/default?alt=atom



อ่ะ แค่จะบอกว่าอ่านผ่านมือถือก้อใช้ฟีดก้อด้าย และฟี้ดลิ้งค์ก้อมะสามารถถูกปิดกั้นโดยสัตว์นรกตัวไหนได้อ่ะน่ะตัวเอง

final battle of red wars

ที่มั่นสุดท้ายของเสื้อแดงก้อคือ ราชประสงค์ แต่ที่มั่นสุดท้ายของเสื้อเหลืองเสือกเป็นเฟซบุ้คเสียได้ ซึ่งกอเป็นไปตามคาดที่ว่ากลุ่มเสื้อเหลืองเหลือน้อยมากๆ เป็นพวกที่ไม่มีสำนึกต่อสังคม ไม่คิดจะเสียสละอะไรทั้งนั้นรอรับอย่างเดียวไม่สนหัวใคร อาการต้านการยุบสภาในเฟซบุ้คน่าจะเป็นอาการอยากแสดงออกเพื่อฆ่าเวลามากกว่า คือ โอกาสที่เสื้อเหลืองจะมารวมตัวกันทางถนนน่ะมันไม่มีโอกาสจะเกิดขึ้นอีกแล้ว เห็นมีการเห่าว่าวันที่ 18 เมษายน จะรวมตัวกันเป็นแสนเพื่อจะต้านการยุบสภา กลายเป็นเรื่องฮาไปเสียได้ เพราะยังเข้าใจผิดมากทีเดียวว่าตัวเลขคนในเฟซบุ้คกับชีวิตจริงมันคนละเรื่องกันเน้อ พวกเสื้อเหลืองตอนนี้ให้ใครไปชวนมันไปตายห่าตายโหงที่ไหนมันก้อไม่ไปกันแล้ว จะเหลือแต่พวกที่เห่าหอนตามเน้ตไปตามประสาคนไม่มีงานทำอ่ะน่ะ ซึ่งต่อไปการเมืองก้อควรจะเป็นอย่างนั้น ถ้าทหารไม่โลภมากอยากจะโกงกิน ปล่อยให้ประชาชนแสดงความเห็นตามผลงานของนักการเมือง โครงสร้างทางการเมืองก้อจะไม่บิดเบี้ยวจากความเป็นจริง นั่นคือคนที่มีผลงานได้เป็นนานก คนที่ห่วยแตกเป็นแต่โกงกินชาวบ้านก้อไม่ต้องเลือก เรื่องง่ายๆแต่เกิดขึ้นยากในประเทศไทย ทั้งหมดนั่นเพราะทหารส้นตีน

วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553

ตัวเบี้ยที่ไร้ค่า

กองทัพชั่วช้าสามานย์อย่างถึงที่สุด เมื่อเอาพลทหารหลายรายมาเป็นเหยื่อกระสุนและระเบิด เพื่อสร้างความชอบทำในการสลายการชุมนุม อืมมม มีการสั่งให้นักฆ่าอาชีพที่เชี่ยวชาญด้านการลอบสังหารไปยิงทั้งพลเรือน นักข่าว นักท่องเที่ยวและทหาร ซึ่งการสั่งเก็บทหารไปด้วยนั้นเป็นเรื่องปกติของกองทัพที่ไร้ยางอายหน้าตัวเมีย ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ไอ้หัวเถิกมีการออกมาบอกว่าเสียใจกับทหารที่ตายแต่อย่าลืมว่าไอ้ส้นตีนเนี่ยแหล่ะเป็นคนสั่งซื้อสากกะเบือจีที2oo (อันละสองร้อยแม่งเสือกซื้อล้านสอง) หมามันกินขี้ยังไงมันก้อกินขี้อยู่วันยังค่ำ จะทำให้ประชาชนเชื่อถือกองทัพ กองทัพก้อเลิกสันดานการเป็นสถาบันแห่งการคอรัปชั่นได้แล้ว วันๆเอาแต่ใส่ร้ายประชาชน แล้วคิดเอาเองว่าประชาชนเป็นควายจะไม่รู้ทันพวกมึง ผู้คนเขารู้ความจริงกันหมดแล้ว กองทัพเหี้ยๆนั่นยังไม่รู้ตัวอีกเอ้า พอฆ่าคนตายเสร็จก้อเอาภาษีประชาชนไปจ่ายค่าทำศพรายละสี่แสนบาท ทหารส้นตีนพวกนี้มันรู้จักคำว่ารับผิดชอบมั่งหรือเปล่า

วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553

ทำไมต้องฆ่ากันด้วย

http://thaienews.blogspot.com/2010/04/blog-post_639.html

นี่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงให้เกิดขึ้นไม่ได้เลยหรือ การชุมนุมในปีนี้ต่างจากหนึ่งปีที่ผ่านมามากเหลือเกิน สังเกตุว่าการใช้ปืนกลไม่เยอะเหมือนปีที่แล้ว ทำให้คนตายอยู่ที่ 19 คนในตอนนี้ แต่ขนาดนั้นก้อตายกันเป็นเบือ งวดที่แล้วใช้ปืนกลมาไล่ยิงแบบเห็นๆ เสื้อแดงเลยวิ่งหนี แต่คราวนี้ใช้การซุ่มยิง เลยตายทั้งเสื้อแดง ทั้งทหาร

วันเสาร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2553

อัพเดททุกความคืบหน้าสลายการชุมนุม 10 เม.ย. ณ เวลา 24.00 น.

http://www.prachatai.net/journal/2010/04/28850
เวลา 03.00 น. โดยประมาณมีผู้ยิงระเบิดจากเครื่องยิงระเบิด M-79 ใส่ที่จอดรถของกองบังคับการปราบปรามทำให้รั้วสังกะสีได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต
เวลาประมาณ 10.30 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แถลงกับผู้ชุมนุมว่าคนเสื้อแดงจะปักหลักอยู่กับที่ 4-5 วันไม่เคลื่อนพลไปไหน และให้ฉลองสงกรานต์ร่วมกันก่อน หลังจากนั้นจะมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
เวลาประมาณ 11.00 น. ผู้ชุมนุมบริเวณราชประสงค์ลุกฮือเนื่องจากมีกลุ่มคนไม่ทราบฝ่ายเข้ามาก่อกวนภายในบริเวณสถานที่ชุมนุม ทำให้แกนนำ ได้แก่นายนณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายอริสมันต์พยายามประกาศให้ผู้ชุมนุมอยู่สงบและไม่ตอบโต้ แต่ไม่เป็นผล นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง จึงร้องเพลงให้ผู้ชุมนุมฟัง จนกระทั่งผู้ชุมนุมกลับเข้ามาสู่ความสงบอีกครั้งหนึ่ง
เวลาประมาณ 12.30 น. เวทีที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ไพจิตร อักษรณรงค์ แกนนำประกาศมีกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าพรรคการเมืองแห่งหนึ่งใกล้สะพานวันชาติติดอาวุธประมาณ 100 คน แกนนำประกาศให้ผู้ชุมนุมอยู่อย่างสงบและไม่ตอบโต้
เวลา 13.00 น. สถานีโทรทัศน์ทีวีไทยรายงานว่ามีเหตุชุลมุนบริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1 โดยทหารฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมจากภายในบริเวณกองบัญชาการ พร้อมประกาศไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าใกล้บริเวณดังกล่าวเนื่องจากเป็นสถานที่ราชการ จนกระทั่งผุ้ชมนุมถอยร่นไป
13.00 น. จาตุรนต์ ฉายแสง ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ กล่าวว่าเกรงว่าจะมีการสลายการชุมนุมในคืนนี้ และจะทำให้ประชาชนไม่พอใจ จากการที่มีการสลายการชุมนุมและการปิดกั้นข่าวสาร ซึ่งมีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่านี้
13.45 น. บริเวณสี่แยกคอกวัว ด้านถนนข้าวสาร ทหารนับร้อยนายเดินหน้ารุกเข้าสู่พื้นที่บริเวณถนนราชดำเนิน มีการขว้างปาก้อนหินและขวดน้ำทั้งจากฝ่ายทหารและฝ่ายผู้ชุมนุม ต่อมามีการยิงแก็สน้ำตาเพื่อหวังเปิดทาง อย่างไรก็ตามรายงานแจ้งว่า ลมได้พัดแก๊สน้ำตาไปทางแนวรับของทหาร ทำให้ทหารซึ่งทราบต่อมาว่าเดินทางจาก ร.19 ค้องถอยออก ในเวลาประมาณ 14.15 ทิ้งไว้แต่รถทหารซึ่งผู้ชุมนุมได้เข้าทำการยึดไว้
14.20 น.ตำรวจปราบจราจล พร้อมโล่และกระบอง ประมาณ 400 นาย ตั้งขบวนจากด้านถนนเพลินจิต มุ่งหน้าบริเวณแยกราชประสงค์แล้ว ด้านบนเวทีแกนนำได้ประกาศขอให้บีทีเอสได้หยุดเดินรถชั่วคราว หลังอ้างรายงานว่าจะมีการนำกำลังทหารมาเสริมโดยทางรถไฟฟ้า รายงานแจ้งด้วยว่า รถไฟฟ้าบีทีเอสประกาศปิดสถานี 3 แห่ง คือ ราชดำริ เพลินจิต ราชเทวี แล้ว
14.45 กองกำลังทหารยังคงเดินหน้าจากแยกมิสกวันอย่างต่อเนื่อง มีการยิงแก๊สน้ำตาและไล่ตีผู้ชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนตอบโต้ด้วยการขวางปา บางส่วนปะทะกับเจ้าหน้าที่บริเวณแยกคุรุสภา ขณะที่ส่วนใหญ่ถอยร่นไปบริเวณผ่านฟ้า
14.50 บริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีทีเอส ประกาศหยุดเดินรถทั้งระบบ ทุกสถานีแล้ว
15.00 น. ภาพรวมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ทหารระดมสรรพกำลังจากทุกทิศทางโดยรอบถนนราชดำเนินตั้งแต่สนามหลวง ไปจนถึงแยกตัดถนนศรีอยุธยา และเคลียผู้ชุมนุมไล่จากด้านถนนศรีอยุธยา มีการยิงแก๊สน้ำตาเป็นระยะ และกระบองฟาดตีผู้ชุมนุม มีการขว้างปาตอบโต้ด้วยวัสดุเช่นไม้ขวดน้ำจากผู้ชุมนุม มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า เป็นการยิงกระสุนกระดาษขู่ อย่างไรก็ตามมีรายงานผู้บาดเจ็บออกมาเป็นระยะ ด้านถนนราชประสงค์ มีการระดมเจ้าหน้าที่ทหารบริเวณรอบนอก อาทิ ที่สวนชูวิทย์ ถนนสุขุมวิท ที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ขณะที่รอบในบริเวณแยกราชประสงค์ยังคงใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจราจลในระยะเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุม โดยล้อมอยู่ทุกด้าน ทั้งนี้ยังไม่มีการปิดเข้าออกบริเวณการชุมนุม แม้รถไฟฟ้าบีทีเอสจะประกาศหยุดการเดินรถแล้วก็ตาม
15.00 น. หอประชุมคุรุสภา ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ทหารยิงแก๊สน้ำตา แต่ลมตีกลับ ทำให้ยืดเยื้อจน 14.30น. ผู้ชุมนุมถอยร่นไปข้างคลอง ทหารยึดพื้นที่บริเวณหน้าหอประชุมคุรุสภาไว้ได้และตรึงกำลัง ผู้ชุมนุมยืนกระจายอยู่สองข้างคลอง เจ้าหน้าที่ทหารประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนกลับบ้าน โดยที่ไม่ได้มีลักษณะเผชิญหน้ากัน
15.11 น. บริเวณคลองผดุงกรุงเกษม ผู้สื่อข่าว สทท รายงานว่า สถานการณ์ตรึงเครียดค่อนข้างสูง โดยทหารและผู้ชุมนุมตั้งแนวเผชิญหน้า โดยทหารได้ขว้างแก๊สน้ำตา ยิงลูกกระสุนกระดาษซึ่งทำให้เกิดเสียงดัง ทั้งนี้บริเวณดังกล่าว มีรถฉีดน้ำ 3 คัน
15.14 น. ผู้สื่อข่าว สทท รายงานว่า ทหารเข้ายึดพื้นที่ สะพานชมัยมรุเชษฐได้แล้ว
15.17 น. ผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ นำถุงดำไปครอบที่กล้องวงจรปิดของ บช.น. บริเวณแยกราชประสงค์
15.23 น. ศูนย์เอราวัณรายงานว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บ 33 คนจากแก๊สน้ำตา บางรายได้รับบาดเจ็บจากการถูกทุบตี โดยมีการนำผู้บาดเจ็บทยอยส่งโรงพยาบาลแล้ว
15.33 น. ผู้สื่อข่าวทีวีไทย รายงานว่า กำลังพลเดินทางเท้าจากสวนลุมพินี เข้ากดดันผู้ชุมนุมอย่างต่อเนื่องทั้งจากฝั่งราชดำริและลุมพินี
15.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสถานีโทรทัศน์พีเพิลชาแนลสามารถกลับมารับชมได้ทางจานรับสัญญาณดาวเทียมดีทีวี (จานเหลือง) ซึ่งรับสัญญาณจากดาวเทียมไทยคม 5 KU Band
15.35 น. เจ้าหน้าที่ทหารนับพันนาย ตั้งแถวบริเวณหน้าวัดตรีทศเทพ โดยมีโล่กระบอง และชุดยิงแก๊สน้ำตา ชุดที่พกอาวุธและกระสุนครบมือ โดยไม่ชัดเจนว่าเป็นกระจุนจริงหรือไม่ ตามด้วบรถหุ้นเกราะและรถถัง มีการยิงปืนขึ้นฟ้าก่อนเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ขณะที่ด้านวัดโสมนัสมุ่งหน้าสะพานมัฆวาน เจ้าหน้าที่ได้ดันและปะทะกับผู้ชุมนุม มีการยิงปืนขึ้นฟ้า อย่างไรก็ตามมีเสียงปืนดังขึ้นจากสะพานมัฆวานเป็นระยะๆ
15.50 น. วิทยุคลื่น 95.75 MHz ที่รับฟังใน จ.ปทุมธานี และเขตดอนเมือง ประกาศให้คนเสื้อแดงไปชุมนุมหน้าราบ 11 รอ. ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีทหารตรึงกำลังที่หน้าทางเข้าราว 100 นาย และมีทหารประจำการบนสะพานลอยหน้าราบ 11 รอ.ราว 10 นาย ขณะที่ที่เชียงใหม่ สถานีวิทยุ 92.5 MHz ของกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ประกาศผ่านวิทยุเชิญชวนให้คนเสื้อแดงไปชุมนุมที่ศาลากลาง จ.เชียงใหม่
16.00 น. ภาพรวมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ทหารยังคงเดินหน้าเคลียพื้นที่จากทุกด้านเข้าสู่ศูนย์กลางที่ผ่านฟ้า โดยมีแนวโน้มพัฒนาการสลายการชุมนุม โดยมีการใช้ปืนยิงข่มขู่มากขึ้น ในบางพื้นที่อาทิ บริเวณวัดเสมนัสฯ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้กระสุนยางแล้ว
16.10 น. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวไทย ช่อง 9 อสมท ระบุ จำเป็นต้องดำเนินการ หากปล่อยให้มีการฝ่าฝืนกฎหมาย ประชาชนจะไม่เชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ ย้ำว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจะดำเนินการโดยเกิดความเสียหายให้น้อยที่สุด ขณะที่บริเวณแยกราชประสงค์ ได้เพิ่มแรงกดดันลงไปเรื่อยๆ หากทำได้ก็จะทำเลย
16.10 น. ผู้ชุมนุมเสื้อแดงเคลื่อนเข้าสู่สะพานมัฆวานรังสรรค์และสามารถยึดสะพานคืนได้ ทหารได้มีการล่าถอยออกไป และผู้ชุมนุมมีการตบมือร้องเพลงและพูดคุยทักทายกับทหาร ขณะที่ TPBS แพร่ภาพรอยกระสุนปืนไม่ทราบชนิดที่ยิงเข้าสู่รถรายงานข่าวของผู้สื่อข่าว
16.13 น. ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ช่อง 9 อสมท รายงาน วีระ มุสิกพงศ์ แกนนำ นปช. ระบุ หากรัฐบาลจะดำเนินการกับผู้ชุมนุม ก็ขอให้ดำเนินการให้เด็ดขาดภายในวันพรุ่งนี้ หากไม่สามารถทำได้ ผู้ชุมนุมจะมีมาตรการตอบโต้กับรัฐบาล เบื้องต้นจะมีชุดติดตามนายกฯ ไปทุกที่
16.15 น. ช่อง 9 อสมท. รายงานจากสะพานมัฆวาน ผู้ชุมนุมผลักดันให้ทหารกลับไปตั้งแถวที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ ตรึงพื้นที่ ขณะที่หน่วยพยาบาลนำผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่ายจากการปะทะ และบาดเจ็บจากของแข็ง บาดแผลตามหัวเข่า ศีรษะ ไปรักษาพยาบาลแล้ว ยังไม่พบผู้บาดเจ็บสาหัส นพ.ชาตรี เจริญชีวกุล เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ระบุทหารสิบนายบาดเจ็บ ส่วนใหญ่จากสะเก็ดระเบิด และอีกเจ็ดคนยังระบุไม่ได้ว่าเป็นฝั่งใด รพ. พระมงกุฎ รายงานว่า ทหารสามนายบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นไม่มีรายงานจากผู้สื่อข่าวของประชาไทที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณโดยรอบผ่านฟ้าว่า มีเสียงระเบิดหรือเห็นการปาระเบิดแต่อย่างใด
16.15 น. ผู้ชุมนุมเสื้อแดงรวมตัวกันที่แยกนางเลิ้งและยึดพื้นที่คืนจากทหารได้ มีคนเสื้อแดงในชุมชนนางเลิ้งออกมาให้กำลังใจด้วย โดยในบริเวณดังกล่าวไม่มีทหารประจำการแล้ว มีเพียงตำรวจกองปราบ 4-5 นายยืนรักษาการณ์
16.30 น. เนชั่นทีวี รายงานข้อมูลจากหน่วยเอราวัณฯ ล่าสุด บาดเจ็บ 84 ราย เป็นทหาร 19 นาย ตำรวจ 3 นาย ที่เหลือคือกลุ่มผู้ชุมนุม
16.40 น. ที่ราบ 11 รอ.ขณะนี้ทหารได้ตั้งด่านสกัดบริเวณถนนพหลโยธินทั้งขาเข้าและขาออก ในบริเวณที่ติดกับราบ 11 รอ. ทั้งด้านทิศเหนือและทิศใต้แล้ว มีการตั้งกรวยจราจรเพื่อชะลอความเร็วของยานพาหะนะและตรวจค้นรถที่ทหารสงสัย ทหารมีการดึงสัญลักษณ์สีแดงออกจากรถ และตักเตือนไม่ให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมในพื้นที่ตอนใน
16.40 น. คนเสื้อแดงอุบลระดมพลเตรียมชุมนุมที่ศาลากลางจังหวัด ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งใช้ประตูเดียวเข้าออก
16.55 แกนนำ นปช. นำอาวุธปืน ทั้งเอ็มสิบหก ลูกซอง โดยอ้างว่าผู้ชุมนุมยึดจากทหารได้ ขึ้นไปให้ช่างภาพถ่ายภาพบนเวที ประกาศจะไม่คืนรัฐบาลจนกว่าจะมีการยุบสภา แต่จะแจ้งตำรวจให้มาบันทึกรับทราบและนัดหมายการส่งมอบให้แก่ตำรวจ โดยระบุว่าจะไม่นำไปใช้ในการกระทำรุนแรงใดๆ แต่เป็นการเก็บไว้เพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุม
16.55 น. คนเสื้อแดงที่ผ่านฟ้าแสดงอาวุธสงครามจำนวนมากที่ยึดได้จากเจ้าหน้าที่ทหารที่สลายการชุมนุม ทั้งกระสุนจริงและกระสุนยางจำนวนมาก โดยเร่งจัดทำเบียนอาวุธทุกชนิด และเปิดให้สื่อมวลชนเข้าทำการถ่ายภาพ ทั้งนี้แกนนำย้ำว่า อาวุธที่ยึดได้จะทำการรักษาไว้อย่างดี
17.00 น. เฮลิคอปเตอร์อย่างน้อย 2 ลำ บินลงมาใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและสะพานผ่านฟ้ามีการโปรยใบปลิวออกหมายจับ 24 แกนนำผู้ชุมนุม และต่อมามีการทิ้งระเบิดแก๊สน้ำตาลงมาในพื้นที่ชุมนุมไม่น้อยกว่า 6 ลูก
17.00 น.ศอฉ.แถลงข่าว ปณิธาน วัฒนายากร โฆษกรัฐบาล ชี้แจงวัตถุประสงค์ปฎิบัติการคืนพื้นที่ให้ประชาชน เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตได้ปกติ การจราจร ติดต่อสื่อสาร คมนาคม กลับสู่ปกติ และเป็นไปตามประกาศ เนื่องจากการชุมนุมไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย กีดขวางการจราจร ประชาชนกระทบด้านความเป็นอยู่ จำเป็นต้องดำเนินการตามหลักกติกาสากล ตามหลักกฎหมาย ต้องแก้ไขปัญหาให้สถานการณ์กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว และรับว่าจะกระทำการคืนพื้นที่ด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนทุกคนรวมทั้งผู้ชุมนุม
17.35 น. ผู้ที่แยกราชประสงค์ ตร.เคลื่อนเข้ามารอบเวที แต่ยังไม่มีการปฎิบัติการใดๆ คาดว่าเป็นการกดดันไม่ให้ผู้ชุมนุมไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า
17.39 น. ผู้สื่อข่าวทีวีไทย ระบุมีรายงานว่า อสริมันต์ พงษ์เรืองรอง นำผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์ไปสมทบกับผู้ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า
17.40 น. แยกเพลินจิต ตำรวจนับพันนายได้ถอนกำลังออกจากบริเวณแล้ว
17.45 น. เฮลิคอปเตอร์ ทิ้งแก๊สน้ำตาเข้าใส่ผู้ชุมนุมบริเวณผ่านฟ้าใกล้เวที อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ชุมนุมที่นั่งอยุ่นับพันคนแตกตื่นแต่อย่างใด
17.47 น. INN รายงานว่าคนเสื้อแดงเชียงใหม่เดินทางไปกดดันชุมนุมที่หน้าสถานีโทรทัศน์ NBT เชียงใหม่ด้วย แกนนำประกาศห้ามเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามาใกล้กับผู้ชุมนุม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เป็นไร โดยการเคลื่อนไหวขณะนี้ยังอยู่ในความสงบและไม่มีเหตุรุนแรง รอคำสั่งจากแกนนำส่วนกลาง หากมีสถานการณ์รุนแรงในกรุงเทพฯ อาจมีการตอบโต้ในรูปแบบต่างๆ ต่อไป
18.23 น. ผู้ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าพยายามตอบโต้การโยนระเบิดควันและแก๊สน้ำตาลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ด้วยการจุดประทัด ยิงพลุ ปล่อยลูกโป่ง และโคมยี่เป็ง เพื่อรบกวนการบินของเฮลิคอปเตอร์
18.20 น. แกนนำที่เวทีสะพานผ่านฟ้าประกาศกับผู้ชุมนุมว่าให้ระวังผู้ไม่ประสงค์ดีนำท่อนไม้ตอกตะปูแบบหงายปลายแหลมมาแจกจ่าย ขอให้ผู้ชุมนุมอย่ารับท่อนไม้นั้นมาใช้ ขอให้ผู้ชุมนุมใช้สันติวิธีและมือเปล่ารับมือกับทหาร
18.10 น.เสื้อแดงเชียงรายเคลื่อนขบวนจากเวทีด้านหน้าโรงแรมแสนภู ไปยังค่ายทหาร เพื่อยื่นหนังสือให้ยุติการใช้ความรุนแรงกับคนเสื้อแดงที่ กทม. โดยเจ้าหน้าที่วางกำลังอย่างแน่นหนาหน้าค่ายเม็งรายมหาราชแล้ว
18.50 น.นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยได้ขึ้นเวทีผ่านฟ้า ร้องเพลง "คนบ้านเดียวกัน" และปราศรัยต่อ ชวนคนเสื้อแดงมาผ่านฟ้า วอนอภิสิทธิ์หยุดปราบประชาชน
18.55 น. ข่าวช่อง 7 ผอ.วชิระพยาบาลเผยมีผู้ป่วยที่มีแผล "รูเข้าเล็ก รูออกใหญ่" และเลี่ยงตอบเมื่อผู้สื่อข่าวซักว่าเกิดจากอาวุธอะไร
19.00 น.คนเสื้อแดง ปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหาร อาวุธครบมือ ไม่ทราบชนิดกระสุน ที่หน้าวัดตรีทศเทพ ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานว่า มีการจับกุมคนเสื้อแดงที่ขึ้นเวทีไปสองคน
19.25 น. ผู้บาดเจ็บจากการปะทะที่สี่แยกคอกวัวทะลักเข้าโรงพยาบาลกลางแล้ว ล้อตแรก 11 คน ส่วนใหญ่จากแก๊สน้ำตา และมีผู้บาดเจ็บอ้างว่าถูกยิงมาในชุดนี้ด้วย
19.45 น. แกนนำ นปช. นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ ขึ้นเวที ประกาศยกระดับข้อเรียกร้อง ให้ยุบสภาในทันที และให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกนอกประเทศ
19.50 น. แกนนำ นปช. นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประกาศนำทัพจากราชประสงค์บางส่วนเพื่อยึดคืนเวทีที่่ผ่านฟ้า
19.50 น. เนชั่นทีวี รายงานว่า ผู้ชุมนุมบางคนใช้ระเบิดไม่ทราบชนิดที่แน่นอน แต่คาดว่าเป็นเอ็ม 26 ขว้างใส่ทหารที่พยายามเคลื่อนเข้ามาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวประขาไท ยืนยันได้เพียงว่า เป็นเพียงระเบิดเพลิง ขณะที่มีผู้ชุมนุมอย่างน้อย 5 รายบาดเจ็บล้มลงหลังถูกกระสุนไม่ทราบชนิดจากทหารยิงใส่
20.10 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ โพสต์ข้อมูลลงทวิตเตอร์เมื่อ 20.10 น. ว่าตึกบัญชาการ 2 ทำเนียบรัฐบาล ถูกยิงด้วยระเบิดเอ็ม 79 ได้รับความเสียหาย ส่วนเฮลิคอปเตอร์ที่บินเข้าเขตชุมนุมก็ถูกยิงด้วย มีทหารได้รับบาดเจ็บ 1 นาย
20.17 น. อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำ นปช. เดินทางจากราชประสงค์ถึงเวทีผ่านฟ้าแล้ว
20.23 น. ผู้ป่วยอายุน้อยที่ รพ.กลาง รายหนึ่งอายุ 4 ขวบชื่อ ด.ช.ภูมินทร์ ก้อนมณี มากับผู้ปกครอง มีอาการสำลักแก๊สน้ำตา ตอนนี้อาการปลอดภัยแล้ว อีกรายเป็นเด็กหญิง
20.55 น. ที่แยกวังแดง มีการตั้งด่านปิดการเข้าออกโดยทหารราว 1 พันนาย หลายนายมีอาวุธประจำกายเป็นปืนยาวสำหรับยิงกระสุนยาง และบางนายถือปืนเอ็ม 16 ขณะที่มีคนเสื้อแดงหลายร้อยคนที่ต้องการผ่านแยกวังแดงเข้าไปชุมนุมกับผู้ชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้า โดยผู้ชุมนุมขอเจรจาแต่ขณะนี้ทหารไม่ให้เข้าไป
20.45 น. นพ.พิชญา นาควัชระ โรงพยาบาลกลาง ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ รพ.กลาง มีผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมรวม 50 กว่าราย เป็นผู้ชุมนุมที่มีอาการสาหัส ต้องผ่าตัดฉุกเฉิน 4 ราย มี 1 รายบาดแผลถูกของแข็งตีอย่างหนักที่ศีรษะมีเลือดออกใต้กระโหลก แต่ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ได้เปิดเผยถึงขีดความสามารถในการรับมือด้วยว่า ยังอยู่ในวิสัยที่จัดการได้ โดยได้ขณะนี้ได้ประสาน รพ.เจริญกรุง กับ รพ.ตากสิน เพื่อพร้อมรับมือแล้ว
20.45 น. ผู้สื่อข่าวจากสี่แยกคอกวัว ฝั่งผู้ชุมนุม รายงานว่า พบเจ้าหน้าที่ทหารสองนาย เดินออกมาจากแถวพร้อมโล่และกระบอก มุ่งหน้าตรงเข้าไปในฝั่งผู้ชุมนุมเกือบถึงบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อผู้สื่อข่าววิ่งตามไป เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายก็ล้มฟุบและร้องไห้ พร้อมตะโกนออกมาว่า “มันใช้กระสุนจริงๆ”
20.55 น. นพ.พิชญา ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า มีผู้ชุมนุมชื่อ นายสวาท วางาม อายุ 43 ปี เป็นการ์ด นปช. เลขสมาชิก 03074052 เสียชีวิตก่อนจะเดินทางถึง รพ. โดยลักษณะบาดแผลที่กระโหลกศรีษะแตกขนาดใหญ่ สมองได้รับการกระทบกระเทือน เบื้องต้นสันนิษฐานว่า มาจากถูกตีด้วยของแข็ง
21.10 น. ผู้สื่อข่าวประชาไทรายงานจากพื้นที่ปะทะบริเวณแยกคอกวัว มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2 รายได้รับบาดเจ็บจากการทำร้ายของทหาร โดยรายหนึ่งถูกยิงเข้าที่หน้าอกหลังจากตะโกนด่าทหารว่า FUCK YOU! ขณะนี้ถูกนำส่งโรงพยาบาลแล้ว
21.10 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ประกาศบนเวทีผ่านฟ้าว่าตนเองได้รับการติดต่อจากนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายก ว่าได้สั่งทหารให้หยุดยิงแล้ว และนายณัฐวุฒิ ได้ประกาศให้คนเสื้อแดงถอนกำลังจากจุดต่างๆ แล้ว
21.19 แกนนำ นปช. ได้ประกาศว่ามีผู้เสียชีวิตอีกหนึ่งคนคือนายวสันต์ ภู่ทอง และได้มีการยืนไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิต ระบุการต่อสู้คืนนี้จบลงแล้ว ขอให้ทหารที่ยังยิงประชาชนอยู่หยุดยิงทันที
21.25 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ประกาศบนเวทีผ่านฟ้าขอให้คนเสื้อแดงถอนกำลังจากทุกจุดทันที และส่งแกนนำไปรับคนเสื้อแดงจากสี่แยกคอกวัวกลับมายังบริเวณเวทีผ่านฟ้า
21.40 น. นพ.พิชญา นาควัชระ ผอ.รพ.กลาง รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย โดย 1.นายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ ถูกยิงเข้าที่ทรวงอกเสียชีวิต 2.นายสวาท วางาม อายุ 43 ปี การ์ด นปช. 3.นายธวัฒนชัย กลัดสุข อายุ 36 ปี จากนนทบุรี ถูกยิงที่ทรวงอก รายที่ 4 นายทศชัย เมฆงามฟ้า ถูกยิงที่อกซ้าย รายที่ 5 หาหลักฐานไม่ได้ ทุกรายน่าจะเสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ เป็นชายไทย ร่างสันทัด โดยขณะนี้มีที่บาดเจ็บฉุกเฉินสองราย ทั้งนี้ นพ.พิชญา ได้ตอบคำถามเรื่องการดูแลร่างของผู้เสียชีวิตว่า ขอให้เชื่อมั่นว่าทางโรงพยาบาลจะดูแลร่างผู้เสียชีวิตเป็นอย่างดี และขอร้องให้แพทย์ได้ทำตามขั้นตอนการรักษา ระเบียบนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้ประสาน สน.พลับพลาชัย แล้ว
22.15 น. นพ.พิชญา ผอ.รพ.กลาง ได้แถลงถึงผู้เสียชีวิตเพิ่มเติมเป็นรายที่ 6 ที่อยู่ในความดูแลของโรงพยาบาลกลางว่าคือนายวสันต์ ภู่ทอง 39 ปี ลักษณะกระโหลกแหว่ง ถูกนำตัวมาจากหลังเวทีผ่านฟ้า โดยคนที่นำส่งโรงพยาบาลให้การว่า ถูกยิงด้วยปืนเอ็ม 16 ทั้งนี้แพทย์ไม่ยืนยันจนกว่าจะได้รับการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ อย่างไรก็ตาม นพ.พิชญา ผอ.รพ.ยังเปิดเผยด้วยว่า ทั้งหมดของผู้บาดเจ็บมีเจ้าหน้าที่ทหารเพียง 2 ราย และผู้บาดเจ็บทั้งหมด หากเป็นช่วงเวลา 18.00 น.ส่วนใหญ่จะได้รับบาดเจ็บจากกระสุนยาง กระสุนกระดาษแต่หลังเวลา 18.00 น. ผู้บาดเจ็บส่วนใหญ่มาจากกระสุนจริง
22.45 น. เกิดความวุ่นวายที่โรงพยาบาลกลางและโรงพยาบาลวชิระ เมื่อผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงขอนำศพไปดูแลรักษาโดยให้เหตุผลว่า เกรงว่ากองทัพและรัฐบาลจะนำศพไปซ่อนและปิดบังข้อมูลเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ทั้งนี้ที่โรงพยาบาลกลาง แกนนำคนเสื้อแดงได้พยายามเรียกร้องให้คนเสื้อแดงตั้งสติ และขอเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลก่อน ซึ่งทำให้เหตุการณ์สงบลงได้ เช่นเดียวกับที่ รพ.วชิระ ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลวชิระ ยังไม่ได้รายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตออกมาแต่อย่างใด แม้จะมีผู้บาดเจ็บจำนวนมากถูกส่งมารักษา โดยมีรถฉุกเฉินวิ่งเข้าออกบ่อยครั้ง ผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตด้วยว่า เป็นการนำผู้บาดเจ็บเข้าทางด้านหลังแทนที่จะเป็นช่องทางฉุกเฉินปกติ
22.50 น. เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกลางเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ผู้เสียชีวิตหนึ่งที่ไม่ทราบชื่อหนึ่งรายก่อนหน้านี้ ขณะนี้ทราบชื่อแล้วคือ นายจรูญ ฉายแม้น
22.50 น. มติชนออนไลน์ ศูนย์เอราวัณรายงานตัวเลขล่าสุดของผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุปะทะระหว่างคนเสื้อแดงและทหาร มีผู้บาดเจ็บทั้งสิ้น 486 ราย และมีผู้เสียชีวิต 8 ราย แบ่งเป็นรพ.กลาง 5 ราย และรพ.หัวเฉียว 3 ราย
23.00 น. วินัย บรรณานุกูล รอง ผอ.รพ.รามาธิบดี เปิดเผยจำนวนผู้บาดเจ็บ 41 กว่าราย อาการสาหัส 8 ราย ต้องเข้าห้องผ่าตัด 5 ราย ลักษณะบาดเจ็บคือในร่างกาย “มีรูเข้า” ซึ่งยังไม่สามารถบอกรายละเอียด นอกจากนี้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งราย เป็นชาย ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ กระสุนเข้าที่ท้อง รายละเอียดนอกจากนี้ยังไม่สามารถให้ได้ รอง ผ.อ.ยังฝากต่อว่าผู้ชุมนุมรายหนึ่งที่มารักษาตัว และแต่งตัวคนไข้ของ รพ.กลับไปขึ้นเวทีคนเสื้อแดง ทำให้เสียภาพพจน์ รพ.ด้วย
23.12 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ประกาศบนเวทีราชประสงค์ หากทหารปฏิวัติ คนเสื้อแดงและคนไทยทั้งแผ่นดินจะออกมาต่อต้านยิ่งกว่าการขับไล่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนี้
23.20 ที่ รพ.วชิระ ผู้สื่อข่าวรายงานขื่อของผู้เสียชีวิตจาก รพ.วชิระที่ยังไม่ทราบชื่อก่อนหน้านี้ว่า คือนายคนึง ฉัตรเท อายุ 50 ปี ที่อยู่เขตปทุมวัน กรุงเทพ เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่า หัวใจวาย เนื่องจากไม่มีบาดแผลตามร่างกาย อย่างไรก็ตามมีผู้บาดเจ็บสาหัสหนึ่งรายเป็นชาย ซึ่งคาดว่าถูกยิงที่ท้อง
23.25 นายกฯแถลงพิเศษ อย่าเพิ่งโทษกัน เพื่อรักษาบรรยากาศสงบศึก และรอพิสูจน์ว่าการเสียชีวิตเกิดขึ้นจากสิ่งใด ยืนยันจะไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของตัวเองแม้แต่น้อยนิด
23.30 น.ฝ่ายกิจการพลเรือน ศอฉ. รายงานเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 230 ราย สาหัส 90 ราย และเสียชีวิตหนึ่งราย คือ จสอ.สิงหา อ่อนทรง ถูกกระสุนยิงที่อก
23.40 น. นพ.ชัยวรรณ เจริญโชคทวี ผอ.วชิรพยาบาล แถลงตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากที่เข้ามาที่วิชรพยาบาลว่า บาดเจ็บจำนวน 152 ราย เสียชีวิต 3 รายคือ นายคนึง ฉัตรเท อายุ 50 ปี ที่อยู่เขตปทุมวัน กรุงเทพ เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่า หัวใจวาย พลทหารภูริวัฒน์ ประพันธ์ อายุ 25 ปีถูกระเบิดที่ศรีษะ พลทหารอนุพงษ์ เมืองลำพัน อายุ 21 ปี ถูกกระสุนที่คิ้วซ้าย โดยผู้เข้ารับการรักษาส่วนใหญ่เป็นประชาชนมากกว่าทหาร เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ซึ่งขั้นต่อไปจะได้ส่งศพให้นิติเวชชันสูตร นอกจากนี้ ผอ.ยังเปิดเผยด้วยว่า ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บที่รอการผ่าตัดอยู่ 5-6 ราย ซึ่งการบาดเจ็บสาหัสมีสาเหตุจากกระดูกหัก และถูกกระสุนยิง ซึ่งผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเป็นกระสุนชนิดไหน ได้รับคำตอบว่า เป็นกระสุนจริง นอกจากนี้ ผอ. ยังเปิดถึงการบาดเจ็บของทหารด้วยว่า ส่วนหนึ่งได้ส่งต่อไปที่ศิริราชกับรามาฯแล้ว
24.00 น. โรงพยาบาลกลางเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตรายที่ 7 ชื่อนายถวิล ขมสันเที๊ยะ อายุ 43 ปี สาเหตุเกิดบริเวณสมอง ยังไม่ทราบรายละเอียด

ใบตองแห้งออนไลน์ : อภิสิทธิ์ต้องรับผิด (ชอบ)

http://www.prachatai.net/journal/2010/04/28856 ใบตองแห้ง11 มี.ค.53
เศร้าใจจนต้องปิดมือถือตั้งแต่หัวค่ำ ไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากรับรู้ข่าว เพราะการสูญเสียที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหน ก็คือประชาชนทั้งสิ้น ไม่ว่าพี่น้องประชาชนเสื้อแดง วีรชนประชาธิปไตยผู้องอาจกล้าหาญ หรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นทหารเกณฑ์ลูกหลานชาวไร่ชาวนา “เลือดไพร่” ด้วยกันทั้งนั้น
แต่ตอนดึกบังเอิญคนที่บ้านเปิดทีวี ได้ฟังแวบหนึ่ง มีนักวิชาการมาเสนอให้ทั้งสองฝ่ายยุติ แล้วเจรจาหาทางออก ผมยิ่งเซ็งเข้าไปใหญ่ บ้าหรือเปล่าวะ มีคนตายไปแล้ว 15 คน พูดเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แค่กลับมาเจรจาเนี่ยนะ
คุณพูดข้ามประเด็นสำคัญไปประเด็นหนึ่ง คืออภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบ หรือตรงตัวเลยก็ต้องรับผิด คุณต้องทำตรงนี้ก่อน ไม่เช่นนั้นก็เจรจาไม่ได้
ใครเขาจะมีอารมณ์มานั่งโต๊ะเจรจากับคุณ ในเมื่อพี่น้องเขาพลีชีพเลือดนอง
เท่าที่ผมฟังผ่านๆ อาจารย์พนัส ทัศนียานนท์ เป็นคนที่พูดชัดเจนที่สุด คืออภิสิทธิ์ต้องลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ มีคนตายแล้วจะอยู่เฉยไม่ได้
โทษที อาจารย์พนัสไม่ใช่เสื้อแดงนะครับ ไม่เคยแสดงท่าทีหนุนเสื้อแดงมาก่อนเลย แกเป็นคู่ซี้อาจารย์แก้วสรรด้วยซ้ำ
ทำไมอภิสิทธิ์จะต้องออก ผมเชื่อเลยว่าเช้าวันอาทิตย์ สื่อกระแสหลักจะต้องตีข่าวทำนองว่าเสื้อแดงทำร้ายทหาร แล้วมือที่สาม (ก็พวกเสธเสื้อแดงนั่นแหละ) ยิงกราด ยิง M79
ผมไม่ได้ปฏิเสธทฤษฎีมือที่สาม และจะไม่บอกว่า “อภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชน” เพราะอภิสิทธิ์ไม่ใช่คนโหดร้ายอย่างนั้น แต่การเข้าสลายม็อบเมื่อเกิดเหตุผิดพลาดบกพร่องขึ้น รัฐบาลต้องรับผิดชอบ และไม่ใช่ว่าจะโยนความผิดไปให้รองนายกฯ ผู้บังคับบัญชาทหาร หรือว่ามือที่สาม แต่หัวหน้ารัฐบาลคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุด
อย่าบอกว่าเทพเทือกสั่งการนะครับ ผมนั่งดูทีวีที่ขวัญใจจริตนิยมแสดงท่าที “ของขึ้น” อยู่เมื่อคืนวันศุกร์ ที่พูดทำนองว่าวันนี้แพ้ไม่เป็นไร พรุ่งนี้จะเอาคืน พอพูดได้ซักสิบนาทีผมออกมาสูบบุหรี่หน้าบ้าน เห็นแมงไซค์เสื้อแดงท้ายซอยบึ่งออกไป 2 คัน 4 คน ปิกอัพอีกคัน แสดงว่าไม่ใช่ผมคนเดียวหรอกที่รู้สึกถึงน้ำเสียงและท่าทีที่แข็งกร้าว และวันรุ่งขึ้นก็มีการสลายม็อบจริงๆ
เมื่อตัดสินใจสลายม็อบ คุณต้องพร้อมรับผิดชอบ และต้องเล็งเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น หรืออาจจะเกิดขึ้น เพราะคุณไม่ใช่ไอ้โง่ แต่ผมไม่เข้าใจเลย ที่นั่งดูทีวีแล้วเห็นการสลายม็อบตอนบ่าย (สงกรานต์ที่แล้วสลายตอนเช้า) ทหารรุกเข้าไปสลายหลายรอบก็ไม่สำเร็จ บอกแล้วว่าคนเสื้อแดงพร้อมสู้ตาย เห็นทหารมีแค่โล่กระบองกับกระป๋องแก๊สน้ำตาก็หัวร่อก๊าก ที่ได้ผลหน่อยมีแต่เครื่องขยายคลื่นเสียง (ละเมิดสิทธิมนุษยชน) ดันกันไปดันกันมา ไล่เสื้อแดงไปได้เขาก็กลับมาใหม่ บางทีก็กลับไปตลบหลังทหารก็มี
ผมนั่งดูด้วยความวิตกว่าถ้าสลายไม่สำเร็จ ค่ำลงจะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นไม่คิดว่ามีมือที่สาม (อันที่จริงก็มือที่สองนั่นแหละ) โธ่ ก็มันยิง M79 รายวัน พอค่ำลงอะไรก็เกิดขึ้นได้หมด ที่จริงอยากเชียร์ให้ทหารสลายให้จบก่อนค่ำด้วยซ้ำ เพราะกลัวบานปลาย แต่ก็เล่นชักคะเย่อกันอยู่ได้ จนของจริงลอยมา
ผมยังไม่ไร้เดียงสาเลย แล้วอภิสิทธิ์ฟันแท้ขึ้นหรือยัง ถึงไม่รู้ว่ามันจะต้องมีมือที่สามที่สี่ที่ห้าที่หกคอยแทรก พรรคประชาธิปัตย์เพิ่งโดนกับตัวเองหลัดๆ ยังชมอยู่ว่ามันแม่นมาก
ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่า ใครทำแผนสลายการชุมนุม ทำไมมันบ้อท่าซะปานนี้ ที่ลาดหลุมแก้วก็เห็นอยู่แล้วว่ามวลชนเสื้อแดงฮึกเหิมขนาดไหน เอารถฉีดน้ำเรอะ ก็เล่นสงกรานต์กันสนุกไปสิ กำลังร้อนๆ อยู่พอดี ถ้าไม่มั่นใจว่าสลายได้แล้วเข้าไปทำไม เข้าไปแล้วเอาไม่อยู่ ก็น่าเล็งเห็นได้แล้วว่ามันจะบานปลาย
คราวก่อนผมเขียนเตือนไว้แล้วนะครับว่าสลายม็อบไม่ง่าย ก็ยังขืนสลาย โดยไม่มีแผนการที่มั่นใจว่าจะทำได้ (แผนแย่กว่าสงกรานต์ปีที่แล้วด้วยซ้ำ) ถ้าเป็นการรบ แม่ทัพต้องถูกปลด นี่เป็นการเมือง ใครจะรับผิดชอบล่ะ ถ้าไม่ใช่นายกฯ
อภิสิทธิ์ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่เพราะ “สั่งฆ่าประชาชน” แต่เพราะบริหารจัดการผิดพลาด “อย่างร้ายแรง” และอ่อนวุฒิภาวะ ถ้าใครดูที่อภิสิทธิ์พูดเมื่อคืนวันศุกร์ จะเห็นได้ชัดว่ามาร์คอ่อนวุฒิภาวะ เหมือนบนโต๊ะเจรจาที่ถูกยั่วแล้วของขึ้น ต้องเอาคืน ทั้งที่ถ้ามีวุฒิภาวะ ระงับอารมณ์ ข่มจิตใจได้เพียงพอ คุณอาจออกมาพูดให้ดีได้ว่า เหตุการณ์ที่ลาดหลุมแก้วไม่ใช่รัฐแพ้ไม่ใช่ทหารแพ้ แต่เพราะไม่ต้องการทำร้ายพี่น้องประชาชนต่างหาก
อภิสิทธิ์ต้องลาออก ไม่ขัดข้องเลยถ้าลาออกแล้วให้คนในพรรคอย่างนายชวนเป็นแทน แล้วค่อยมาเจรจาเรื่องยุบสภา โดยเจรจาขั้นต้นให้ม็อบสลายกลับบ้านก่อน (ต้องให้สัญญาว่าจะไม่จับแกนนำทันที เพื่อไม่ให้มวลชนลุกฮืออีก แต่นัดให้มามอบตัวใน 7-10 วันเป็นสัญญาประชาคม)
เพราะต่อให้ยุบสภาแล้วอภิสิทธิ์รักษาการ ก็จะสร้างความโกรธแค้นแตกแยกยิ่งขึ้น และมีปัญหาเรื่องใครจะรับผิดชอบ มีปัญหาเรื่องการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะตัวเองเป็นผู้สั่งการสูงสุด
อันนี้นอกเรื่องนิดนะครับ ผมเคยคุยกับรุ่นพี่คนตุลา ถามว่าถึงที่สุดอภิสิทธิ์กล้าสลายม็อบไหม เขาเชื่อว่าอภิสิทธิ์กล้า แต่ถ้าเป็นชวนไม่แน่ใจ คืออย่างน้อยชวนก็เป็นลูกชาวบ้าน เป็นนักการเมืองที่ผ่านการต่อสู้เผด็จการ เห็นเหตุการณ์นองเลือด ตัวเองก็เคยถูกไล่ล่าหลัง 6 ตุลา แต่อภิสิทธิ์คือ elite ที่เดินมาบนกลีบกุหลาบ ชาติตระกูลดี มีเมียสวย มีลูกน่ารัก มีคนทำบันได 3 ขั้นไว้รองรับ ชีวิตนี้มีแต่ยืนบนโพเดียม ไม่เคยพบอุปสรรคหรือความผิดหวัง
ไม่รู้ว่ามองนายชวนถูกหรือผิด แต่ครึ่งที่มองอภิสิทธิ์ผมว่าถูก อภิสิทธิ์อยู่บนหอคอยเกินกว่าจะเข้าใจคนจน แท็กซี่ แมงกะไซค์รับจ้าง ว่าเวลาที่เขาเดือดแค้นขึ้นมา เขาพร้อมจะสู้ไม่ถอย
อย่างไรก็ดี ผมยังเชื่อว่าในความเป็นผู้ดี อภิสิทธิ์ก็มีความดีงามตามชาติตระกูลที่อบรมสั่งสอนมา ฉะนั้นมโนธรรมสำนึกก็จะบอกอภิสิทธิ์ เวลาที่เถียงคอเป็นเอ็นว่าตัวเองไม่ผิด ในเบื้องลึกอภิสิทธิ์จะต้องรู้ว่า 15 ชีวิตที่สูญเสียไป และอีกหลายร้อยที่บาดเจ็บ คือความรับผิดชอบของตัวเอง
นี่คือตราบาปที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต
อ้อ อย่าลืมว่าถนอมก็เถียงจนตายนะครับว่าไม่ได้สั่งฆ่าประชาชน เพราะเจรจากันแล้ว นักศึกษากำลังเดินกลับ แต่ไปถูกตีแถวข้างวังสวนจิตรฯ สุจินดา ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าใครเผา สน.นางเลิ้ง แต่ทั้งคู่ก็ต้องรับผิดชอบ จากการกระทำทั้งก่อนและหลังจากนั้น

..................................ป.ล.ถ้าจะให้ความเป็นธรรมอภิสิทธิ์อีกนิด พวกที่ต้องประณามและต้องรับผิดชอบด้วยก็คือ สื่อรวันดา นักวิชาการ กลุ่มคนที่ยุยงให้ “ฆ่ามันๆ” ซึ่งกดดันให้อภิสิทธิ์ของขึ้นจนต้องสลายม็อบ ตอนนี้ไม่ทราบว่าพวกนี้สะใจกันหรือยัง

‘เมษาร่ำไห้’ รายชื่อผู้เสียชีวิตเบื้องต้น 15 ราย

http://www.prachatai.net/journal/2010/04/28854
ณ วันที่ 10 เมษายน เวลา 24.00 น.
โรงพยาบาลกลาง
1.นายฮิโรยูกิ มูราโมโต้ ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์ ถูกยิงเข้าที่ทรวงอกเสียชีวิต
2.นายสวาท วางาม อายุ 43 ปี การ์ด นปช. ถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะ
3.นายธวัฒนชัย กลัดสุข อายุ 36 ปี จากนนทบุรี ถูกยิงที่ทรวงอก
4.นายทศชัย เมฆงามฟ้า ถูกยิงที่อกซ้าย
5.นายจรูญ ฉายแม้น
6.นายวสันต์ ภู่ทอง 39 ปี ลักษณะกระโหลกแหว่ง ผู้นำส่งให้การว่า ถูกยิงด้วยปืนเอ็ม 16
7.นายถวิล ขมสันเที๊ยะ อายุ 43 ปี สาเหตุที่สมอง
8.ผู้เสียชีวิตที่นำมาจาก รพ.หัวเฉียว
9.ผู้เสียชีวิตที่นำมาจาก รพ.หัวเฉียว
10.ผู้เสียชีวิตที่นำมาจาก รพ.หัวเฉียวโรงพยาบาลรามาฯ
1.ผู้เสียชีวิตหนึ่งราย เพศชาย ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ กระสุนเข้าที่ท้อง
ฝ่ายกิจการพลเรือน ศอฉ.
1.จสอ.สิงหา อ่อนทรง ถูกกระสุนยิงที่อก
วชิรพยาบาล
1.นายคนึง ฉัตรเท อายุ 50 ปี กรุงเทพ เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานว่า หัวใจวาย
2.พลทหารภูริวัฒน์ ประพันธ์ อายุ 25 ปีถูกระเบิดที่ศรีษะ
3.พลทหารอนุพงษ์ เมืองลำพัน อายุ 21 ปี ถูกกระสุนที่คิ้วซ้าย

วันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2553

ความตายอย่างโดดเดี่ยว

ญี่ปุ่นมีประชากรที่เป็นผู้สูงอายุถึง 1 ใน 5 อีกยี่สิบปีข้างหน้าจะมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 3 และผู้สูงอายุจำนวนมากต้องตายอย่างโดดเดี่ยวในห้องพักแคบๆ ตายคนเดียวโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าตาย กว่าจะมีคนรู้ก้ออาจจะผ่านไปหลายปี เหลือแต่กระดูกอ่ะน่ะ การตายอย่างโดดเดี่ยวเขาเรียกว่า โคโดคุชิ ซึ่งกลายเป็นเรื่องสยองขวัญที่ผู้คนไม่ค่อยอยากจะพูดถึงกันมากนักทั้งที่เป็นเรื่องที่พบได้ทั่วไป การอยู่คนเดียวแบบนี้ก้อมีสาเหตุจากการที่ครอบครัวแตกสลาย คนแก่ไปทาง ลูกหลานไปทาง แต่ในรอบหลายปีหลังมานี้ชุมชนย่านชินจูกุ ได้มีการตระหนักถึงปัญหานี้ขึ้นมาบ้าง โดยมีการจัดกิจกรรมให้ผู้คนพบปะพูดคุยกัน มีการเขียนจดหมายติดต่อหากัน แบบว่าถ้าตายก้อให้รู้ว่าตายอ่ะน่ะ กูยังนึกอยู่ว่าสักวันกูจะไปตายห่าที่ไหน อาจจะถูกลากไปข่มขืนแล้วฆ่าในพุ่มไม้ตรงไหนก้อเป็นได้ แต่ก่อนตายยังไงก้ออย่าให้มันเสียชาติเกิดอ่ะน่ะ รักใครชอบใครก้อบอกเขาไป แล้วก้อสมสู่กันให้เรียบร้อยจะได้หมดห่วง ส่วนการสั่งฆ่าประชาชนแล้วเอาศพไปซ่อน สักวันศพจะโผล่จากตู้คอนเทนเนอร์มาร้องขอความเป็นธรรม

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

โนบิตะคุง เป็นเด็กสมาธิสั้น


โนบิตะ ตัวละครจากเรื่องโดราเอเมอน เป็นตัวเอกที่ไม่มีความเท่ห์ ความเก่งอะไรเลย อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่า โนบิตะเรียนโคตรแย่ กีฬาก้อห่วย ทำตัวทึ่มแล้วก้อโดนเพื่อแกล้งเป็นตัวตลกอยู่เสมอๆ สำหรับโนบิตะแล้วเขามักจะคิดว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจ สิ่งที่โนบิตะเกลียดมากก้อคือการบ้านและโรงเรียน ซึ่งถ้าเด็กคนไหนเป็นแบบนี้ก้อมักจะถูกระบบการศึกษาตัดหางปล่อยวัดซ่ะงั้น แต่เบื้องลึกในจิตใจของโนบิตะนั้นเขาเป็นคนมีน้ำใจมีเมตตาอย่างน่ายกย่อง เป้นคนซื่อจนเซ่อแล้วก้อสร้างความชิบหายให้ตัวเองอยู่ร่ำไป ซึ่งลักษณะอย่างนี้เป็นอาการที่บ่งบอกถึงอาการสมาธิสั้น จะให้เด็กสมาธิสั้นมาจดจ่อทำอะไรในแบบที่คนอื่นเขาทำกันมันยาก ซึ่งอาการแบบนี้ก้อถอดแบบมาจากชีวิตในวัยเด็กของผู้เขียน คืออาจารย์ฟูจิโงะ อาจารย์ก้อเลยใส่จินตนาการว่าเด็กที่ชีวิตบัดซบซ่ะขนาดนั้นน่าจะมีผู้ช่วยเป็นหุ่นยนต์แมวจากโลกอนาคต ซึ่งนั่นเป็นเรื่องของการ์ตูน แต่ชีวิตจริงการให้โอกาสเด็กสมาธิสั้นทำในสิ่งที่เขาต้องการจะเป็นการดีที่สุด นั่นก้อคือการใช้คนให้ถูกกับงาน บางคนอาจจะทำงานห่วยแตกแต่อาจจะมีพรสวรรค์ในการทำอย่างอื่นที่คนทั่วไปทำไม่ได้ อย่างเช่นโนบิตะโตขึ้นอาจจะเย็ดเก่ง ซอยถี่ยิบเป็นจักรผัน น้ำแตกน้ำแตนได้ไม่มีหมดอะไรแบบนั้น

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

ถ้าจะต่อต้านการยุบสภาก้อต้องออกมา อย่าดีแต่เห่า

น่าสงสัยเหลือเกินว่ากลุ่มคนที่มีความคิดในฝ่ายต่อต้านเสื้อแดง จะเป็นพวกที่ดีแต่เห่า ไร้ค่ามากๆเลยง่ะ ถ้าคิดจะต่อต้านการยุบสภาก้อเชิญออกมาแสดงตัวตามท้องถนนจะดีกว่าไหม หรือชีวิตนี้จะนั่งๆนอนอยู่หน้าจอแล้วก้อเห่าหอนโดยไม่คิดจะเหนื่อยอะไรเลย คืออะน่ะ พวกมึงคิดงัยกับการแสดงความเห้นตาม facebook twitter โดยไม่คิดจะออกไปไหน พวกตกงาน ติดเกมส์ ติดเซ๊กซ์ ที่ไม่มีอะไรทำก้อเชิญไปอยู่กับเสื้อเหลืองได้เลย เพราะกลุ่มคนพวกนี้ไร้ค่ามากทางการเมือง ถ้าคนต่อต้านการยุบสภาเสนอหน้าออกมาสักแสนคนได้อ่ะน่ะ รับรองอีอภิสิทธ์แม่งได้เป็นนายกต่อไปแน่ แต่ตอนนี้ความจริงตอนนี้กูเข้าใจแระว่าพวกเสื้อเหลืองมันจะเป้นพวกที่ไร้จิตสำนึก เก่งแต่เขียนใส่ร้ายแล้วก้อผ่านไป ในการทำงานการเมืองกลุ่มคนพวกนี้จะปลุกให้มาทำงานยากมากเพราะขี้เกียจ เฉยๆ แค่จะขยับมาเขียนอะไรที่มันมีเหตุผล พวกแม่งยังทำไม่ได้เลยง่ะ โดยไม่ยอมดูหนังหน้าตัวเองเลยด้วยซ้ำว่าพวกแม่งยังไงก้อเป้นแค่เศษขยะในสังคม ที่ใครๆเขาก้อไม่เอาแล้ว รัฐบาลรู้ข้อนี้ดีว่าฝ่ายเสื้อเหลืองตอนนี้มันตายไปแล้ว พวกที่ยังเห่าตามอินเตอร์เน้ตเป็นพวกติดเน้ตโดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าสังคมไทยมันไปถึงไหนกันแล้ว ยังมัวแต่มาละเมอเพ้อหาเสื้อเหลืองที่ตายไปแล้วอยู่ได้ รัฐบาลแม่งมีสื่อตั้งเยอะ มีอย่างเดียวที่มันยังไม่กล้าทำคือการใช้สื่อปลุกระดมคนให้ออกมาต้านการยุบสภา ถ้ากล้าทำจริงคงมีเหี้ยคลานออกมาไม่ถึงห้าตัว

พรรคบัวขาว



ในประเทศจีน สมาคมลับที่เก่าแและหยั่งรากลึกมากที่สุดนั่นก้อคือ พรรคบัวขาว ซึ่งก่อตั้งเมื่อ 1600 ปีที่แล้ว โดยมีพระภิกษุนามว่า ฮัวหยิน เป็นประธานก่อตั้งคนแรก โดยพรรคบัวขาวมีเป้าหมายในการในการโค่นล้มราชวงศ์ซ้อง ในปี คศ. 1368 ภิกษุนามว่า จูหยวนจาง ลูกศิษย์ของวัดเสี้ยวลิ้มยี่ ได้เป็นผู้นำพรรคบัวขาวขับไล่พวกมองโกลออกจากที่ราบตอนกลางของจีน และจูหยวนจางได้สถาปนาตัวเอง เป็นฮ่องเต้องค์แรกของราชวงศ์หมิง และภารกิจอันดับแรกของพระองค์ก้อคือการฆ่าล้างวัดศิษย์เส้าหลิน ที่เคยช่วยเหลือกันมาแต่ก่อน การต่อสู้ของพรรคบัวขาวยังมีการสืบทอดมาต่อเนื่องนานาถึง 800 ปี แทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของสังคม ไม่ว่าจะชาวไร่ชาวนา หลวงจีน ข้าราชการ จนถึงปลายราชวงศ์ชิงพรรคบัวขาวได้กระจัดกระจายออกเป็นหลายกลุ่ม เช่น ก๊กเมฆขาว ก๊กสังคมแปดเหลี่ยม และอื่นๆ ต่อมา ดร.ซุนยัดเซ็น ได้เป็นผู้รวบรวมก๊กต่างๆเหล่านี้เข้าด้วยกันในชื่อว่า กำปั้นยุติธรรม หรือที่รู้จักกันในนาม กบฎนักมวย ก่อตั้งรัฐบาลเงาขึ้นที่นานกิงและก่อตั้งสาธารณรัฐจีนขึ้นมาในที่สุด

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

การโต้เวที

เวทีบางทีก้อกลายเป็นสถานที่ให้คนเอาไว้โต้วาทีปะทะคารมคมหอกกันอย่างถึงพริกถึงขิงอ่ะน่ะ ซึ่งถ้าเป็นกูก้อคงจะไม่เสียเวลาไปคุยกับเศษสวะอะไรพรรณนั้นหรอกน่ะ คนกะล่อนกับคนพูดความจริง จะจับเอาคนสองประเภทนี้มาพูดคุยตกลงกันมันจะได้ประโยชน์ห่าเหวอะไร เพราะไอ้คนกะล่อนยังไงมันก้อต้องเถียงชนะอยู่วันยังค่ำ คนโกหกมันจะโกหกยังไงก้อได้มันไม่มีอะไรจะเสียแล้ว แต่ถ้าเกิดว่าคนพูดความจริงไปเผลอเถียงมันเข้าแล้วเกิดพลาดอะไรสักนิดมันก้อจะตามถล่มแล้วก้อสร้างเรื่อง การแก้ปัญหาอะไรสักอย่างก้อเหมือนกัน ปัญหาที่เกิดจากการใส่ร้ายไม่ควรใส่ใจเพราะปัญหานั้นมันไม่มีจริง แต่ถ้าปัญหาที่เกิดจากความเดือดร้อนจริงๆนั่นแหล่ะคือปัญหาที่มีจริง กูเองก้อไม่ได้เห็นด้วยกับการให้คนไปชุมนุมกันเยอะๆเพราะถ้ามีคนตายขึ้นมายังไงมันก้อไม่คุ้มแต่ถ้าควบคุมให้ไม่มีคนตายเป็นร้อยได้อีกก้อทำไปเถอะน่ะ ถ้าผู้ชุมนุมเอาปัญหาที่มันจับต้องได้มานำเสนอโดยไม่ต้องไปเสียเวลาเสียพลังงานไปกับการใส่ร้ายมันก้อน่าจะดีกว่า การแก้ปัญหาทางการเมืองเป็นอะไรที่ต้องใช้กลยุทธ์ขั้นสูงที่ซับซ้อนมากๆ กลยุทธ์นั้นจะต้องสุดยอดมากจนถึงขั้นเป็นคนคุมเกมส์เสียเอง เผด็จการยิ่งทำร้ายประชาชนเท่าไหร่นั่นยิ่งเป็นการทำร้ายตัวมันเองมากเท่านั้น แต่กูรู้แระว่าอีอภิสิทธ์แม่งตอแหลกว่าอีเปรมเสียอีก ถุย

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

ประชาธิปไตยคือมวลชน

คงไม่ต้องสงสัยกันอีกแล้วว่าฝ่ายไหนถูกฝ่ายไหนผิด เมื่อจู่ๆคนกรุงเทพที่โดนสื่อของรัฐบาลมอมเมามาโดยตลอดก้อยังออกมาต้อนรับฝ่ายสีแดงกันชนิดคาด ไม่ถึง ซึ่งการทำงานการเมืองในประเทศที่พัฒนาแล้วเข้าก้อจะเน้นมากกับการรับฟังเสียงส่วนใหญ่ เสียงส่วนใหญ่สามารถชี้เป็นชี้ตายได้แบบนี้นั่นเอง จะเห็น ความแตกต่างจากฝ่ายสีเหลืองที่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกขี้เกียจไม่สนใจความเป็นไปของสังคม วันๆเอาแต่เฝ้าหน้าจอคอมพ์พิวเตอร์แล้วก้อลอกรูป ลอกข่าวไป ตามเรื่องโดยไม่สนใจจะออกไปแสดงความคิดเห็นอะไรเลยทั้งนั้น ถ้ากูเป็นนักการเมืองกูจะไม่สนใจคะแนนเสียงจากสีเหลืองเลยด้วยซ้ำเพราะเป็นกลุ่มคนที่ ไม่ชอบแสดงออกแต่ชอบวิจารณ์แบบโง่ๆ อย่างที่เคยเขียนเอาไว้ยิ่งมีการใส่ร้ายมากเท่าไหร่ฝ่ายสีแดงยิ่งออกมามากเท่านั้น ต่างจากฝ่ายสีเหลืองที่อ่านเมล์อ่าน เว็บแล้วก้อบ่นๆแล้วก้อแล้วไป ไร้สาระไปซ่ะงั้น ถ้าอยากจะฉลาดขึ้นมามั่งก้อต้องหัดคิดเองอย่าเอาแต่ลอกๆๆๆแล้วก้อลอก ส่วนตัวกูก้อไม่ได้เข้าร่วมอะไร หรอกน่ะ เพียงแต่รอให้มีการเลือกตั้งแล้วได้รัฐบาลใหม่ จะได้มีการสืบสาวคดีการสั่งฆ่าประชาชนเสียที คนจะได้ตาสว่งมากขึ้น ส่วนเสียงคลิปนรกอะไรนั่น อีหมอหัวฟูก้อสะเหร่อบอกว่าตัดต่อโดยโปรแกรม Audacity คิดไปได้อ่ะน่ะคนเรา รู้ดีราวกับว่าเป็นคนตัดต่อเองเลยอ่ะน่ะ แต่ก้อดีใจที่คราวนี้ยังไม่มีใครต้อง ตายอีก ถ้ามันจบลงโดยที่ไม่มีการสั่งฆ่าประชาชนก้อน่าจะดีอ่ะน่ะ กูก้อบันทึกเอาไว้ว่ามีคนตายในช่วงสงกรานต์เลือดปีที่แล้วประมาณร้อยคนชัวร์ๆ ใครไม่ เชื่อให้มีรัฐบาลใหม่ก่อนแล้วพวกมึงจะรู้ซึ้งเอง ก้อยังดีกว่าคนที่ไม่เคยไปร่วมอะไรกับเขาแต่วิจารณ์ได้เป็นวรรคเป็นเวรว่าใครดีใครชั่ว คนที่เป็นนักการเมือง ต้องรู้จักเอาใจเสียงส่วนใหญ่ไว้ก่อน อันที่จริงนักการเมืองจริงๆต้องรู้จักเอาใจคนทุกกลุ่ม มีแต่คนโง่เท่านั้นแหล่ะที่กล้าหือกับมวลชน ถ้าจะต้องแพ้มั่งเสียหน้ามั่ง โดนด่าโดนเหยียบมั่งก้อจงน้อมรับโดยดีถ้าทำแล้วได้ใจประชาชนส่วนใหญ่

วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2553

Red Revolution

โชกุนเงา(ยามะโชกุน) เปรียบเทียบได้กับผู้จัดการรัฐบาล ซึ่งมีอำนาจสูงกว่านายกรัฐมนตรีอ่ะน่ะ ซึ่งตอนนี้คนที่ได้ฉายานี้ก้อคือ นายอิจิโร่ โอซาวะ เลขาฯพรรคดีพีเจ ซึ่งเป็นคนที่ร่างงบประมาณรายรับรายจ่ายเสนอต่อนายกรัฐมนตรียูกิโอะ ฮาโตยาม่า ซึ่งตามธรรมเนียมนายกฯจะเห็นด้วยหรือไม่ก้อต้องเห็นด้วยไปก่อนไม่อย่างนั้นนายกตัวจริงกับนายกเงาก้อจะขัดกันเอง นโยบายที่น่าผิดหวังมากที่สุดก้อคือการขึ้นภาษีเชื้อเพลิงทั้งน้ำมันและแก็ส แถมยังเบี้ยวเงินอุดหนุนค่าครองชีพของเยาวชนเสียอีก อืมมม จากโครงสร้างภาษีแบบนี้คนที่ลำบากที่สุดคือกลุ่มแม่บ้านที่ไม่มีรายได้อะไรมากมายนอกจากปาจิงโกะ ยังจะถูกรีดเลือดเข้าไปอีก โครงสร้างสังคมยังต้องเปลี่ยนรูปร่างไปอีกตามสภาพเศรษฐกิจ ปัญหาของนักการเมืองก้อคือการสัญญาเอาไว้แถมทำตามสัญญาไม่ได้ แต่ประเทศไทยพอเจอนักการเมืองที่ทำตามสัญญาได้ก้อยังเสือกไปว่าเขาโกงอีกเอ้า แล้วนักการเมืองที่ทำตามสัญญาไว้ไม่ได้ แถมทำตรงข้ามกับที่สัญญาไว้ ควรจะถูกยึดทรัพย์มั่งหรือเปล่าเนี่ย ยังดีที่ญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศที่ชื่นชอบการปฏิวัติแบบประเทศไทยอ่ะน่ะ คุโรอิ ซึมุจิคาเซ่ โชบุ ดา อิโชอุคุเซน มากคะ โนะ เฮนราอิ ฮาริ ฮาริ ฮาริ โนะ ไดโคเกคิ มากคะ โนะ เคชิไต

แต่งภาพออนไลน์



ใครอยากจะลองแต่งภาพแบบด่วนๆโดยไม่ต้องโหลดโปรแกรมมาลงเครื่อง ก้อขอให้ลองใช้โปรแกรมแต่งภาพออนไลน์ของ myspace.com ดูก้อได้ เผื่อว่าจะชอบอ่ะน่ะ โปรแกรมแต่งภาพแต่งวีดีโอเด๋วนี้มันก้อหาง่ายแบบฟรีๆอ่ะ จากที่หลายปีก่อนโปรแกรมเหี้ยๆพวกนี้มันแพงมาก มีแต่ร้านถ่ายรูปเท่านั้นถึงจะมีได้ แต่ปัจจุบันใครจะเปิดร้านถ่ายรูปอ่ะง่ายนิดเดียว เทคโนโลยีที่ดีมันก้อมีถ้าเราเอาส่วนดีของมันมาใช้ ส่วนเลวของมันเราก้อเลือกที่จะทิ้งมันไปดีกว่า คนเราบางทีมันก้อโง่ได้ถึงขนาดเข้าใจว่ากล่องพลาสติกที่มีเสาอากาศวิทยุ ของเด็กเล่นจากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 มันจะช่วยหาระเบิดให้ได้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าไอ้หน้าโง่ที่ใช้เครื่องที่ว่ามันเป็นมนุษย์ คนเรามันบางทีก้อโง่บัดซบได้ถึงขนาด ทำไมไม่รู้จักคิดแบบวิทยาศาสตร์ ทำไมเครื่องมือมันใช้ไม่ได้ไม่รู้จักที่จะหาคำตอบว่าทำไมมันใช้ไม่ได้ อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ลองเอง รู้ด้วยตัวเองมันสะใจกว่าอ่ะน่ะ

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553