วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ขวาพิฆาตซ้าย

ตำรวจชายแดนได้ก่อตั้งองค์กรลูกเสือชาวบ้านขึ้นในปี พ.ศ.2514 เพื่อต่อต้านการลุกขึ้นสู้ของมวลชนในเขตอีสาน ในขณะที่ฝ่ายกองทัพได้พัฒนาเครือข่ายอง์กรติดอาวุธ เช่น กลุ่มกระทิงแดง กลุ่มอาสาป้องกันชาติ กลุ่มไล่ล่า กลุ่มนวพล และอื่นๆ



ขบวนการลูกเสือชาวบ้านที่ถูกสร้างมาให้เหมือนเรนเจอร์ ได้ขยายความสำคัญออกไปภายใต้สโลแกนว่าพวกตนนั้น จงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ใครบังอาจเป้นศัตรูกับพวกตนเท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับสถาบันหลักทั้งสาม


มีการประกาศผ่านสื่อตลอดปี 2519 ว่า ลัทธิคอมมิวนิสต์เป็นภัยต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นิสิต นักศึกษา ชาวไร่ชาวนาที่คิดจะล้มล้างเผด็จการจะถูกหมายหัวว่าเป็นคอมมิวนิสต์ พระกิตติวุฒโท สร้างศูนย์อบรมจิตตภาวันที่ชลบุรี เทศน์บอกว่า ผู้ใดฆ่าคอมมิวนิสต์จะได้บุญ และสุดท้ายนักศึกษาจึงถูกสังหารหมู่ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในเช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2519 มีการข่มขืนศพ ทารุณศพเกิดขึ้นในเหตุการณ์นั้นอย่างมากมาย โดยที่ประชาชนกรุงเทพพร้อมใจกันเฉลิมฉลองให้กับการฆ่าหมู่ในครั้งนั้นด้วยอารมณ์ยิ้มแย้มเบิกบาน เหมือนปัจจุบันเปี๊ยบเลย



จากประวัติศาสตร์ แล้วลองมองดูปัจจุบัน จะเข้าใจว่าคนในยุคนั้นทำไมมันถึงบ้าคลั่งฆ่าคนไม่มีอาวุธได้อย่างเลือดเย็น แมลงสาปอ่ะน่ะ ผ่านไปกี่ร้อยล้านปีมันก้อจะมีรูปร่างเหมือนเดิม ประเทศไทยมันจะต่างอะไรกับแมลงสาป เพราะมันต้องคำสาปเสียแล้ว

สัตว์การเมืองให้กำเนิดสัตว์เศรษฐกิจ

กะลังจะเปรียบเทียบไปถึงประเทศสิงคโปร์ที่เป็นเผด็จการรัฐสภา เนื่องจากเป็นสภาที่ไม่มีฝ่ายค้าน แต่ ลีกวนยู สามารถทดแทนประชาธิปไตยจอมปลอมด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความปลอดภัย ให้อิสระกับการสื่อสารพอประมาณ

แต่ถ้าคุณเป็นสัตว์การเมือง คุณคงจะแย้งว่าเผด็จการรัฐสภามันโกงกิน ตั้งเงินเดือนแพงๆให้ตัวเอง ประชาชนอยู่ดีกินดีแต่นายกรัฐมนตรีโกงจะเอาไว้ทำไม ปฏิวัติมันดีกว่า อืมมม ทำยังกับว่าโลกนี้มันหาคนดีง่ายมาก ราวกับว่าเราอยู่ในยุคยูโทเปีย นี่คือโลกของความจริงอ่ะน่ะ


ส่วนสัตว์เศรษฐกิจจะแสวงหาเอาสิ่งที่ตัวเองต้องการได้ อาศัยโครงสร้างทางสังคมที่ได้เปรียบเพื่อเอาชนะผู้อื่น ผู้มีอำนาจจึงมีสิทธิเต็มที่ในการเอาเปรียบและมอมเมาคนยากจนหรือเยาวชน หรือคนโง่อะไรก้อตามแต่ เพราะนั่นมันธรรมชาติของสัตว์ อ่ะน่ะ


ธรรมชาติของสัตว์มันย่อมต้องโง่เป็นธรรมดาอ่ะ ใช้เวลาไปกับการศึกษาหาความจริงจะดีกว่า หลายเรื่องถ้าสงสัยก้อให้เสียเวลาศึกษาค้นคว้าบ้าง ไม่ใช่อ้างว่าเว้บไซ้ต์นั่น นี่ คือความถูกต้อง ปัจจุบันเว้บไซ้ต์มันก้อแค่แหล่งอ้างอิง ของพวกขี้เกียจคิด ขี้เกียจศึกษาเท่านั้นน่ะแหล่ะ สาธุฯ

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อาวุธเชื้อโรค




ลักษณะของไข้หวัดใหญ่สองพันเก้า มีบางอย่างที่คล้ายกับอาวุธเชื้อโรค นั่นก้อคือ ความรวดเร็วในการแพร่ระบาด จากผู้ติดเชื้อไม่กี่ร้อย กลายเป็นไม่กี่หมื่นในเวลาไม่ถึงเดือน แถมคนที่ติดเชื้อยังไม่รู้ตัวอีกว่าติดเชื้อ ตายห่าภายในสามวัน เนี่ยมันคุณสมบัติของอาวุธเชื้อโรคจั้ดๆ


คือ ถ้าคิดจะทำอาวุธส่วนมากเขาจะใช้แบคทีเรียมากกว่าอ่ะนะ เพราะจะใช้แบคทีเรียที่อยู่ในสภาพยับยั้งการเจริญเติบโต และต้องเป็นประเภทแอร์บอร์น แพร่ทางระบบหายใจด้วยง่ะ อย่างแอนแทร็กซ์ มีระยะเวลาเชื้อฟักตัวแค่ 24 ชั่วโมงก้อตายแล้ว

การป้องกันอาวุธเชื้อโรคที่ดีที่สุด คือการยับยั้งก่อนที่เชื้อจะระบาด ผู้ก่อการร้ายหรือดีก้อแล้วแต่ที่คิดจะใช้อาวุธเชื้อโรคจะต้องถูกสืบหาแหล่งที่มาแล้วตอบโต้อย่างรุนแรง



ส่วนใครไม่อยากตกเป็นเหยื่อก้อต้องหัดเปิดหูเปิดตามั่ง อย่ามัวแต่บ้าเชื่อรัฐบาลให้มันเกินไปนัก อย่าลืมว่ารัฐบาลชอบใช้ประชาชนของตัวเองเป็นหนูลองยา เพราะว่าจะควบคุมได้ง่ายกว่าการใช้หนูทดลองในต่างประเทศ สังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นมาแน่ๆ


sex fantasy


จู่ๆ เจอคนที่ตรงสเป็คเลยมาตีสนิท แรกๆก้อธรรมดาเฉยๆ แต่พอนานๆไปชักจะรู้สึกอยากจะมีแฟน หรือเรียกง่ายๆว่าอยากจะมีเพศสัมพันธ์กับผู้ชาย นึกๆไปเนี่ยเราจะต้องตกอยู่ในสภาพเดียวกับผู้หญิงในรูป บางทีมันคงจะเป็นแค่อยากอยากแต่เราหลอกตัวเองว่าเป็นความรักก้อได้ น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ก้อยังคึดถึงเขาจนทำห่าอะไรอีกไม่ได้เลยง่ะ ก้อแค่อยากระบายให้คนอื่นรับรู้ว่ามันแปลกดี ที่เรามีความรู้สึกกับคนแปลกหน้าว่า เราต้องเสร้จเขาแน่ๆ มีหวังจะต้องแต่งงานกับเขาแน่เลย อืมมม ต่อไปคงจะไม่ได้ทำอะไรกับอินเตอร์เน้ตมากนักหรอกน่ะ ชีวิตยังมีอะไรให้ทำอีกมาก กับคนทะลึ่งกะก๋าอย่างเราเนี่ย จะมีความรักที่มีคุณภาพได้มั่งหรือเปล่า

คนครึ่งหมู


กูตั้งข้อสังเกตุว่า ชไวน์ฟลู ทำไมถึงมีผลกับคนอ้วนมากกว่าคนผอม น่าสงสัยต่อไปอีกว่า ไข้หวัดที่หมูเป็น ทำไมต้องมุ่งเล่นงานคนที่เหมือนหมูด้วยง่ะ กะลังสงสัยเกี่ยวกับการตัดต่อยีนส์สับเปลี่ยนดีเอ็นเอระหว่างคนกับหมูอ่ะน่ะ



และก้อให้บังเอิญว่าคนเวลาใส่หน้ากากมันจะทำให้หน้าตาไปเหมือนกับหมูเข้าเสียอีกเอ้า อันที่จริงไม่เชื่อว่าหน้ากากผ้าธรรมดาจะป้องกันเชื้ออะไรได้ แต่อาจจะลดการแพร่เชื้อได้ คือมันมีไว้ลดการแพร่เชื้อ แต่คนปกติต่อให้ใส่หน้ากากมันก้อยังเสี่ยงเหมือนเดิม คิดว่ายังงั้น เพราะเชื้อไวรัสมันเล็กพอๆกับเส้นใยโครโมโซม ถ้าไม่ใช้หน้ากากหมูหน้าไหนก้อมีสิทธิ์โดนทั้งนั้น
คือ การป้องกันง่ายๆคือ อย่าอยู่ในที่ๆมีคนเยอะๆ ไม่อย่างนั้นก้อเอาชุดป้องกันสงครามเคมีมาใส่เลยเป้นงัย ถึงยังไงคนส่วนใหญ่ก้อต้องตายเพราะอุบัติเหตุ ฆาตกรรม มะเร็ง อยู่แล้วอ่ะน่ะ ถ้าจะกลัวไวรัสหมู กูว่าคนใจสัตว์น่ากลัวกว่าเยอะ




วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

โรคระบาด

สิ่งที่แพร่เร็วกว่าเชื้อไวรัส นั่นก้อคือ โรคกลัว อย่างในช่วงนี้คนจะกลัวฟ้าร้อง ฟ้าผ่า กลัวH1N5 ซึ่งตั้งแต่รณรงค์ให้มีการติดหน้ากากกันฝุ่น ก้อมีคนตายไปหลายรายแล้ว ไม่ใช่เพราะติดเชื้อไวรัสแต่เป็นเพราะหายใจไม่ออก คนเป้นโรคหอบหืด แพ้สารเคมี แพ้ฝ้ายดิบ ก้อต้องระวังเอาเอง แต่ยังมีความกลัวอื่นๆอีกมากอ่ะน่ะคนเราน่ะ เช่น กลัวกระจกเงา กลัวเข็มหมุด กลัวกลางวัน กลัวกลางคืน กลัวอับอาย


โรคกลัวนี้เท่าที่มีคนเคยประมวลเอาไว้มีมากกว่า 500 สายพันธ์ อย่างที่เขาเรียกว่าคนบ้าห้าร้อยจำพวกนั่นเอง แต่ความกลัวบางอย่าง อาจจะทำให้คนป่วยกลัวจนตายไปจริงๆได้ เช่น กลัวที่สูง กลัวที่แคบ กลัวการอยู่ในที่คนเยอะ(กลัวความไม่ปลอดภัยนอกบ้าน)

อย่างกูเองเคยเห็นนักศึกษารายนึง เย็บหน้าตำราติดกันเพื่อที่จะไม่ต้องเห็นรูปงู หรือ อาจารย์คนนึงแม่งประสาทแดกกลัวแมวมาก จนเวลาจะไปที่ไหนเธอจะต้องส่งลูกสาวเข้าไปสำรวจก่อนว่าในที่นั้นไม่มีแมว นี่ก้อเป็นวิธีการแก้ปัญหาความกลัวในแบบเฉพาะหน้าอ่ะน่ะ


การจะรักษาโรคกลัวได้นั้น มันจะยากง่ายขึ้นกับว่าเราจะหาสาเหตุของความกลัวเจอหรือเปล่า ถ้าสาเหตุมีมากก้อจะยิ่งแก้ยากขึ้นเท่านั้น ความกลัวที่ฝังลึกในวัยเด็ก เช่น ไฟไหม้ โดนหมากัด แบบนี้ก้อยาก


ที่ญี่ปุ่นจะเป็นกันเยอะก้อพวกเดนิเซ็น กลัวการเข้าสังคม มักจะไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน หรือซื้อของผ่านไปรษณีย์ หมกมุ่นกับเกมส์ซ่ะเป็นส่วนใหญ่


แต่ตอนนี้ที่พบคนไทยเป้นกันมากคือ อาการกลัวความจริง ประชาธิปไตยในแบบของพวกเขาคือ พวกกูโกงไม่ผิด แต่ถ้าพวกมึงโกงถือว่าหมิ่นสถาบัน นักการเมืองคนไหนมั่งไม่โกง ไม่ว่าใครมีโอกาสไปอยู่ตรงนั้นก้อต้องโกงทุกคน มันเป้นธรรมชาติของคน


ความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาการคอรัปชั่นของญี่ปุ่น คือการดึงอำนาจจากมือนักการเมืองกระจายลงสู่การเมืองระดับแนวนอน นั่นก้อคือ การใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการกระจายอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ ทำระบบราชการให้เล็ก ส่วนกลางเข้ามายุ่งน้อยลง โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หารายได้เลี้ยงตัวเอง หรือการให้ผู้ว่ามาจากการเลือกตั้ง คือ ปัญหาไม่ใช่อยู่ที่ว่าเรามีตัวเลือกน้อย แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่าเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกหรือเปล่า จุดจบของกบเลือกนายมันคงจะไม่ค่อยน่าดูนักหรอกน่ะ

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Breakin' out to the morning

ใครๆก้อพากันคิดว่าทำเว้บข่าวมันเป้นอะไรที่ง่ายๆ แค่ไปลอกเนื้อหามาจากที่อื่น เหี้ยตัวไหนมันก้อทำได้ อืมมม เพราะว่ามันทำกันง่ายๆแบนี้นั่นเอง ความรู้สึกรับผิดชอบกับสิ่งที่นำเสนอจึงไม่มี ส่วนใหญ่ก้อนั่งเทียนเอาแต่เรื่องซ้ำๆซากๆมาเขียน เพราะสติปัญญามันมีเท่าเม็ดแตด ขาดการนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างไม่น่าให้อภัย คนเขามาประชุม ประท้วง จะร้อยคน หรือแสนคน มันก้อล้วนแต่ต้องมีที่มาที่ไหน เหตุไฉนนักข่าว หรือนักลอกข่าว ไม่เคยคิดจะไปสัมภาษณ์พวกเขาเหล่านั้นเลย ว่าไปยังไง มายังไง มาทำไม เหมือนกับว่าเป็นไบ้กันไปหมด หรือมีอะไรห้ามเอาไว้


เราจะไม่เข้าใจแต่ละฝ่ายถ้าไม่มีการศึกษาพวกเขา แล้วทีนี้เราจะรู้เฉพาะเท่าที่สื่อเขียนเท่านั้น เหมือนกับนักการเมืองที่ไม่ชอบพูดความจริงทั้งหมด มีแต่คนที่รู้ข้อมูล ทำงานเพื่อประชาชน เสียเวลาศึกษามาก่อนถึงจะรู้เท่าทัน คนทั่วไปไม่รู้หรอกว่า "คนอายุหกสิบปีขึ้นไปทุกคนทีไม่มีบำนาญได้รับเบี้ยยังชีพ" ประโยคดังกล่าว มีอะไรที่ผิดพลาดตรงไหน จ้างให้ก้อไม่มีใครรู้ ควายทั้งนั้น


การทำงานข่าวมันจึงไม่ใช่ของง่าย ข่าวส่วนมากจึงไม่น่าอ่าน ไม่ใช่เพราะบิดเบือน แต่เพราะพยายามนำเสนออะไรที่มันซ้ำๆซากๆเข้าข้างฝ่ายเดียวจนเอียนกันทั้งประเทศ ยิ่งพยายามใส่ร้ายกลับกลายเป็นว่าฝ่ายที่โดนใส่ร้ายเสือกได้รับความเห็นใจจากประชาชนมากกว่าฝ่ายที่นักข่าวเขียนเชียร์ นั่นก้อเพราะนักข่าวเป้นประเภทโง่แต่เสือกขยัน เขียนได้ห่วย ข้อมูลไม่มี นั่งๆนอนเอาแต่ด่า ไม่ขยันหาแหล่งข่าวมาอ้างอิง วันๆเล่นแต่เกมส์แล้วออโต้อีโรติคซ่ะล่ะมั้ง
การทำงานให้สำเร็จโดยใช้แผนชั่วร้ายเดิมๆ ใช้บ่อยๆเข้าคนเขาก้อจับได้อ่ะดิ ไม่มีลวดลายเอาซ่ะเลยไอ้พวกนักข่าวเหี้ยพวกนี้ จะเขียนห่าอะไรก้อเขียนไปแต่อย่ามาดูถูกประชาชน ด้วยคำว่าถ่อย โง่ โดนจ้างมา สมควรตาย


14 ตุลา เจ็บได้อีก

6 ตุลา เจ็บ(มากๆ)

พฤษภาทมิฬ เจ็บจนวันนี้

สงกรานต์เลือด เจ็บที่ไร้ร่องรอย

ทุกคนต้องตายเหมือนหมา แค่ชื่อยังไม่มีการบันทึกเอาไว้ นับประสาอะไรจะไปถามหาศพ

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

จักรกลสงครามเทคโนโลยีชีวภาพ




จากเหตุการณ์ที่คนไทยไม่สามารถจดสิทธิบัตรพันธ์ข้าวได้ มันหมายความว่ายังไงอ่ะไอ้พวกโง่ มันก้อหมายความว่า ต่อไปหากจะปลูกพืชพันธ์ใหม่ๆ จะต้องขอซื้อพันธ์และต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์แก่บริษัทยักษ์ใหญ่ไร้พรมแดน ทำให้ชาวนาชาวไร่เล็กๆไม่สามารถจะไปแข่งขันในด้านการสร้างพนธ์พืชใหม่ๆได้เลย ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เกิดจากความไม่รู้ ต้องโทษพวกเขาเองที่ไม่มีในสันดานในการเป็นคนใฝ่รู้ ความรู้มีมากมายแต่ผู้กลับโง่ลงเพราะความรู้จอมปลอมในรูปของสื่อลามก บันเทิง ข่าวปล่อย ข่าวก๊อป ขยะทางความคิด มันมากขึ้น จนความที่เป็นสัจจะมันไม่มีใครเห็นค่าไปซ่ะแล้ว


อำนาจในการครอบครองพันธ์พืชใหม่ๆมันน่ากลัวถึงขนาดที่ว่า มี 2 บริษัท ในอเมริกาที่ครอบครองลิขสิทธิ์ พันธ์พืชถึง 1 ใน 3 ของเมล็ดพันธ์ใหม่ทั้งหมด



บริษัท 6 แห่ง ควบคุมการค้ายาสูบถึง 90% ในโลก


บริษัท 3 แห่ง ควบคุม 75% ของการค้ากล้วยหอมทั่วโลก



บริษัทเหล่านี้มีพนักงานไม่ถึง 50,000 คน แต่มีรายได้รวมกันมากกว่าคนไทยทั้งปะเทศเสียอีก



คนไทยยังไงก้อเป็นคนไทยอยู่วันยังค่ำ คลั่งไคล้เทคโนโลยีแต่เสือกโง่ลง เพราะมัวแต่เป็นบ้ากับเกมส์ โทรศัพท์ หรือ ของเล่นห่าเหวที่อัดสปอตโฆษณาชนิดไม่ยอมให้ควายได้มีเวลาหายใจ อืมมม แต่กับเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การตัดต่อยีนส์ พวกแม่งบอดสนิท



ในยุคนี้อ่ะน่ะเกษตรกรในอเมริกามีการใช้เครื่องจักรขนาดมหึมา พร้อมด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารดาวเทียมในฟาร์มขนาดใหญ่ เมื่อบวกเข้ากับเทคโนโลยีการตัดต่อยีนส์ที่ดัดแปลง DNA ทำให้เกษตรกรคนเดียวสามารถผลิตธัญพืชได้มากถึง 2 ล้านกิโลกรัม แต่เกษตรกรในประเทศกำลังพัฒนาสู่ความด้อยพัฒนา หนึ่งคนสามารถผลิตธัญพืชได้ไม่เกิน 5 หมื่นกิโลกรัม และถ้าใช้การผลิตแบบดั้งเดิม จะผลิตได้ไม่เกินคนละ 1 พันกิโลกรัม



แต่ญี่ปุ่นแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารโดยการเพิ่มพื้นที่การผลิตนอกประเทศ เช่น บริษัท อิโตสึ ที่ลงทุนในจีน เพื่อผลิตผักแช่แข็งมาขายในญี่ปุ่น มีการส่งเมล็ดพันธ์ ยาฆ่าแมลง และปุ๋ยให้ในราคาถูก แต่เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วจะรับซื้อเฉพาะที่ได้เกณฑ์อาหารปลอดภัย มันก้อคือการได้แรงงานฟรีที่ไม่ต้องจ่ายค่าแรงนั่นเอง แต่สารพิษค้างอยู่ในประเทศจีนไปนับร้อยๆปี เป้นความสัมพันธ์แบบเดียวกับกูเกิ้ลมีต่อสแปมเมอร์นั่นแหล่ะ กูเกิ้ลใช้สแปมเมอร์เป็นแค่แพะบูชายัญเท่านั้น แต่ถึงรู้ว่าหลอกควายมันก้อยังเต็มใจให้หลอกอ่ะน่ะ รวยออนไลน์งั้นเหรอ จี้ดีว่ะ



นี่คือเหตุผลทำไมชาวนาต้องใช้เครื่องจักร ทำไมต้องใช้สารเคมี เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือก หรือพวกเขาไม่ยอมเลือกทางเดินที่ดีกว่าการเป็นทาสก้อได้ รวมทั้งไม่มีใครที่จริงใจกับพวกเขาด้วยมั้ง รัฐบาล ข้าราชการ ต้องมีการให้ความรู้ด้านสารสนเทศให้มากกว่านี้ อย่าเก่งแต่ขึ้นเงินเดือนตัวเอง ใช้เทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมไปสู้กับต่างชาติแม่งเลย จะลองเล่นบทพระเจ้าดูก้อได้ แบบเดียวกับบริษัทในอเมริกาที่ชอบเอายีนส์มนุษย์ไปใส่ในหมูเพื่อให้หมูมีขนาดใหญ่ขึ้น อันเป็นที่มาของเชื้อหวัดที่สามารถข้ามจากหมูมาสู่คนได้ง่ายๆ

ARIGATO GOSEI MASH


ขอขอบพระคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ไอ้พวกเหี้ย!!!

วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การเดินทางไกล


กะลังจะเขียนถึงปัจจัยที่มีต่อความสำเร็จอ่ะน่ะ นั่นก้อคือ ความอดทนและความพยายาม ทั้งสองสิ่งล้วนเกื้อหนุนกัน ปัญหาเรื่องการขาดความอดทนจะพบมากกับคนประเภทที่ไม่ต้องทำงานหนัก แค่ใช้เงินแล้วก้อเที่ยว นอกจากทนเรียนแล้ว เศษขยะพวกนี้ก้อแทบจะไม่ได้ทำอะไร


เราจะถึงให้สัตว์นรกพวกนี้มันมีความอดทนมากขึ้นได้ง่ายๆ เพียงแค่ให้มันหัดเดินซ่ะมั่ง ไม่ใช่ไปไหนมาไหนก้อต้องนั่งรถไป แบบชาวญี่ปุ่นที่เดินไปไหนมาไหนวันละเป็นสิบกิโลได้อ่ะน่ะ เหมือนกิจกรรมของไฮสคูล ที่มจะมีประจำทุกปีคือการเดินทางไกล ข้ามเขาข้ามแม่น้ำ ถ้าเปลี่ยนการรับน้องแบบป่าเถื่อน มาเป้นการเดินทางไกลจะได้อะไรไปเยอะเลยทีเดียว


เวลาเดินทางไกลจะมีการแบ่งกันไปเป็นหลายๆรุ่นรวมกัน ไม่ใช่การไปเฉพาะคนรุ่นเดียวกันแบบของไทย เพื่อให้เกิดระบบซีเนียร์รินี้ขึ้นมาด้วย และรุ่นพี่ต้องเป้นคนดูแลรุ่นน้องไม่ใช่ตะคอกขู่เข็ญ ถ้าใครเดินไม่ไหวก้อจะให้กำลังใจกันโดยการบอกว่า กัมมันชินาไซ(พยายามสิ) หรือถ้าใครเดินไปแล้วล้ม รุ่นพี่จะบอกว่า กัมบัตเตะ (อดทนสิ) เพราะจะไม่มีการทิ้งกันไว้ข้างหลัง แต่จะต้องไปถึงจุดหมายพร้อมกัน


คนอาจจะสงสัยว่าขึ้นเขาเพียงแค่ขึ้นไปดูวิว มันสำคัญอะไรนักหนา แต่กว่าที่เราจะไปถึงยอดเขา อุปสรรคจะเป็นตัวหลอมให้คนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ นี่คืออีกหนึ่งข้อแตกต่างของการฝึกเด็กไทยกับเด็กญี่ปุ่นอ่ะน่ะ

ผีสาวญี่ปุ่น



ปกติคนญี่ปุ่นจะชวนกันเล่าเรื่องผีในหน้าร้อน ตอนที่พากันไปเที่ยวทะเล พอตกกลางคืนก้อมักจะงัดเอาเรื่องผีมาเล่าสู่กันฟัง อ่ะน่ะ ความเชื่อด้านวิญญาณหรือโอบาเกะ มันก้อมีหลายแบบ อย่างเช่นวัตถุข้าวของเครื่องใช้เก่าๆ อย่างเช่นร่มเก่าๆ ตุ๊กตาเก่าๆ ถ้าถูกทิ้งไว้นานๆ จะกลายเป็นวิญญาณล่องลอยไปยังโลกวิญญาน อาจจะเป็นวิญญาณที่อ่อนโยน(นิจิมิตามะ) หรือวิญญาณที่โหดร้าย(อารามิตามะ) ไม่รู้ว่าแนวคิดนี้มันเป็นที่มาของการ์ตูนแนวดิจิมอนหรือเปล่า


แต่ถ้าเป็นวิญญาณประเภทที่ทำร้ายมนุษย์จะเรียกว่า ยูเร ยูเรครั้งหนึ่งเคยเป็นมนุษย์มาก่อน แต่เนื่องจากตายไปในสภาพที่ไม่ปกติ หรือจะเรียกว่าตายโหงตายห่าก้อได้ เช่น ฆ่าตัวตาย หรือถูกฆาตกรรม การที่ยังมีความอาฆาตแค้นหลงเหลืออยู่ วิญญานเลยไม่สามารถไปนรกหรือสวรรค์ได้ต้องวนเวียนในวัฎสงสาร(รีเน็นกัน) วิญญาณของยูเรจะไม่สงบจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายหรือแก้แค้นสำเร็จอ่ะน่ะ



ปกติยูเรจะสิงอยู่ในที่เฉพาะของตัวเอง เช่น ตามป้ายรถเมล์ หรือรถไฟกระสุน หรือตามลิฟต์ และมักจะโผล่ออกมาในเวลาหลังเที่ยงคืน โดยอาศัยพลังงานจากโทสะเป็นตัวสร้างรูปร่างให้คนอื่นเห็นได้ และมักจะเอาสภาพก่อนตายมาโชว์ด้วย เช่น เลือดไหล รอยแผล หัวแบะ การแต่งตัวก้อมักจะมาในชุดแต่งศพคาดาบิระสีขาว และมีผ้าสามเหลี่ยมสีขาวคาดหัว สามเหลี่ยมนี้เชื่อว่าจะช่วยสะกดวิญญาณไม่ให้เฮี้ยน ยูเรเกือบทั้งหมดจะเป็นผู้หญิง ที่ตายเพราะผิดหวังจากคนรัก หรือไม่ก้อถูกฆ่าข่มขืน ถ้าใครบังเอิญไปเจอหญิงสาวแต่งชุดสีขาวอยู่คนเดียวตอนกลางคืน ถ้าอยากรู้ว่าใช่คนหรือเปล่าก้อให้มองที่ขา ยูเรจะไม่มีขาเพราะจะไม่เดิน จะไปไหนมาไหนโดยการลอยไปมา



ตอนเด็กๆกูก้อเคยเจอเรื่องผี บ้านร้างที่อยู่ริมแม่น้ำ เวลานั่งเรือผ่านไปตอนกลางวันแสกๆ จะได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเพลงกล่อมเด็กออกมาจากบ้านร้างหลังนั้น สมัยนี้ว่ากันว่าการจะได้เจอผีมันไม่ง่ายแล้ว เพราะคนเยอะขึ้น ไฟฟ้า ความสว่างมากขึ้น ผีเลยกลัวเขาว่างั้น แต่คนรุ่นพ่อรุ่นแม่มักจะพูดถึงวิญญาณที่มักจะมาพร้อมลมพัดอากาศเย็นๆ แต่ที่กูเคยเจอมักจะเป็นช่วงที่สว่างอยู่แต่ก้อไกล้ค่ำประมาณ บ่ายสี่ บ่ายห้า หรือยามสนธยานั่นเอง

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

No Basketball , No Life


ชีวิตครอบครัวหลายต่อหลายคู่ ที่มีปัญหาจนถึงกับต้องแยกทางกัน ไม่ว่าจะมีฐานะ ยากดีมีจนยังไงก้อมักจะหนีปัญหาเรื่องการหย่าร้างกันไม่ค่อยพ้น เท่าที่กูสังเกตรู้สึกว่าการหย่าร้างมักจะเกิดขึ้นหลังจากมีลูก หลายคู่ไม่มีลูกอยู่กันมาหลายปี แต่พอมีลูกแล้วหย่ากันเลย


หลายคนลงความเห็นในวงเหล้าว่า มันน่าจะเกิดความจืดจางทางเซ๊กซ์ หรือเย็ดกันไม่มันส์เหมือนวันวาน ซึ่งกูว่าเรื่องเซ๊กซ์ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวมากนัก แต่จะตั้งข้อสงสัยไปที่ คู่แต่งงานไม่ยอมทิ้งปัญหาไว้นอกบ้าน แต่เอาปัญหานอกบ้านเข้ามาใส่ในบ้าน


อารมณ์หงุดหงิด เครียด เราไม่ควรจะเอามาระบายใส่ผัวใส่เมีย ดังนั้น การหัดมองโลกในแง่ดีโดยการไปเดินเล่นในทุ่งหญ้า หรือไปเข้าฌานตามลานวัด หรือ ทำแปลงดอกไม้ก้อจะช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย ลดความเสี่ยงเรื่องโรคมะเร็งลงได้เยอะ


คือ กะลังจะเขียนถึงการใช้ชีวิตให้มันมีความสุขอย่างง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะๆ เราก้อสามารถทำใจให้สดชื่นได้ ขึ้นอยู่กับว่าใช้ชีวิตได้ถูกต้องแค่ไหน หรือจะให้ชีวิตเป็นทุกข์ด้วยการมัวเมากับการร่วมเพศ การพนัน ยาเสพติด การนินทาว่าร้ายกลั่นแกล้งคนอื่นหรือเป็นบ้ากับความเครียดที่เราหลงว่าเป็นความสุขในแบบต่างๆ


ช่วงนี้ก้อฟังเพลงในยูทิวป์ไปเรื่อยๆ หลังจากที่เลิกฟังเพลงใน Myspace ไปแล้ว เพราะว่ามันสะดุดบ่อยเกินเหตุจนทุเรศอดสูดูบัดสี ฟังเพลงจนเบื่อก้อจะไปออกกำลังกายด้วยการเชียร์บาส ให้เยาวชนได้มีโอกาสแสดงออกในทางที่ถูกที่ควร ถ้าเด็กไทยไม่มีที่ให้แสดงออกมันก้อจะแสดงอะไรแปลกๆออกมาตามท้องถนน หรือแสดงอาการโรคจิตออกมาตามเว้บบอร์ด


ลองส่งเสริมการเล่นบาสเกตบอลให้เป็นกีฬาประจำชาติแบบฟิลิปินส์ บางทีแก้งค์ปาหินอาจจะลดลงก้อเป็นได้ กีฬาบาสมันดีตรงที่ใช้พื้นที่น้อย ลงทุนไม่มาก สนามก้อสร้างแบบถาวรแล้วใช้ไปได้ตลอด ให้คนที่เรียนไม่เก่งได้มีพื้นที่ของเขา จะแก้ปัญหาเยาวชนโดยเอากฎหมายเข้าเล่นงานมันแก้ไม่ได้ผลตลอดไปหรอกน่ะ แค่อยากให้มองไปที่สาเหตุของปัญหา ก้อเท่านั้น

spa

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Ether of Furil เราเป็นอิสระมิใช่ทาส






แม้ว่าข้าพเจ้าจะรังเกียจในสิ่งที่ท่านพูด แต่ข้าพเจ้าจะปกป้องสิทธิในการพูดของท่านด้วยชีวิตของข้าพเจ้าเอง

- ฟรองซัว มองรี เดอ วัลแตร์


เราทั้งหมดล้วนมีสิทธิเสรีภาพในการคิด สิทธิ์ในการแสดงความเห็น ทุกคนล้วนแล้วแต่เกิดมาเป็นอิสระ ไม่ใช่ทาส แต่ละคนล้วนเสมอภาคมีหนึ่งเสียงเท่ากันในระบอบประชาธิปไตย คือ อะไรจะถูกจะผิดก้อควรจะให้คนส่วนใหญ่เป็นคนตัดสิน ถ้าคนส่วนน้อยเสือกเสนอหน้ามาตัดสินแทนคนส่วนใหญ่ นั่นแหล่ะที่เขาเรียกว่าเผด็จการ ซึ่งก้อไม่ได้บอกว่าเผด็จการดีหรือไม่ดี แต่จากการประชุมของสหประชาชาติตลอดเวลา 60 ปี ที่ผ่านมา ล้วนแล้วแต่กำหนดให้สิทธิในการเลือกตั้งเป็นสิทธิ์ของมนุษยชาติ สิทธิ์นี้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และไม่มีเทวดา ยักษ์ มาร หรืออำมาตย์ตัวไหนมาแย่งเอาสิทธิ์นั้นไปจากเราได้



คือ แค่ขอให้ทุกคนได้แสดงความเห็น เอาทุกอย่างมาเสนอกัน แล้วให้ประชาชนส่วนใหญ่ตัดสิน ไม่ใช่โจมตีคนๆเดียวมานานสามปี แต่คนส่วนใหญ่ก้อยังเลือกคนๆนั้น แม้มันจะขัดแย้งกับเหตุผลที่ว่านักการเมืองที่โกงกินไม่ควรจะมาบริหารประเทศ แต่ถ้าจะปกครองในระบอบประชาธิปไตย ก้อต้องเอาตามนั้น ถ้ามัวแต่เอาสถาบันมาโจมตีคนอื่น สุดท้ายไม่นานทหารก้อจะโผล่ออกมาปฏิวัติ โดยอ้างว่าปกป้องสถาบัน แต่จริงๆเหตุผลที่จะปฏิวัติมันมีเป็นล้าน ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับสถาบันพันธ์โหดไหนๆทั้งนั้น



ก้อมีการเสนอว่า เราจะไม่เลือกนักการเมืองโกงกินเข้าไปในสภาได้หรือไม่ แต่ปัญหานักการเมืองที่ไม่โกงกินน่ะมันไม่มี เพราะการอยู่ในตำแหน่งนักการเมืองไม่ใช่เรื่องสนุก ต้องเจอเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ต้องรับใช้ประชาชนในเขตเลือกตั้งมากมาย มีแต่คนขอนั่นขอนี่ วุ่นวายประสาทแดก ถ้าจะหาคนที่เสียสละโดยไม่หวังอะไรตอบแทน พร้อมจะโดนถล่มได้ตลอดเวลา คนแบบนั้นน่ะมันไม่มี ลองดูบล้อกในประเทศไทยก้อได้ว่ามีหรือเปล่า??? ที่สามารถเขียนบทความให้ความรู้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง พร้อมจะโดนคนใจบาปติฉินนินทา ข่มขู่คุกคาม โดยไม่เลิกล้มเลิกเขียนไปเสียก่อน คำตอบก้อคือ หาให้ตายยังไงก้อไม่มีวันเจอ....



ก่อนจะเข้าใจการเมืองระดับประเทศ พวกเศษขยะทาสสื่อจัญไร โคตรแม่มันเข้าใจการเมืองในท้องถิ่นของมันเองดีแค่ไหน??? คำตอบคือขยะพวกนี้มันโง่ แค่ใช้กูเกิ้ลเป็นมันก้อคิดว่าตัวเองเก่งตายห่า ถ้าคิดอะไรตื้นๆ อ่านเกมส์ไม่ออก ชาตินี้คงจะไม่มีวันได้เป็นลูกพี่ใหญ่อ่ะน่ะ ใช่หรือเปล่า เมต