วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ทดสอบ Bing Beta

ก้อทดลอง Bing Beta &Godzilla ไปแบบเสียไม่ได้ ก้อพัฒนาจาก live ขึ้นมาจริงๆ แต่มันจะไปเน้นที่หน้าที่มีคนเข้าเยอะเป็นพิเศษ เข้ากับสูตร BrowseRank ที่เคยเขียนมาก่อนหน้าอ่ะน่ะ จริงๆการไปเน้นในหน้าที่มีคนสนใจเยอะๆแล้วฟอลโลว์ตามมากๆ มันก้อเป็นการรับประกันคุณภาพ ในอีกแบบหนึ่ง สุดท้ายวงการSearch ก้อต้องเน้นกันที่คุณภาพอยู่ดี ไม่ต้องคุณภาพสุดๆในระดับเดียวกับ Wolfram Alpha หรอกน่ะ แค่ไม่เห็นเว้บดักควาย เว้บไวรัสก้อดีถมถืดแล้ว Wolfram Alpha มันคืออะไร ลองนึกถึงกูเกิ้ลที่ไม่มีเว้บขยะสิ นั่นแหล่ะ วูล์ฟแฟรม อัลฟ่า

โทรจิตสามมิติ


ภาพจากทางบ้านที่เอามาโชว์เนี่ย เป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้องสามมิติอ่ะน่ะ ต้องใช้แว่นตาสามมิติน้ำเงิน แดง ส่องดูถึงจะเห็นมิติความลึกที่ชัดเจน แต่เพียงแค่ดูด้วยตาเปล่า กูก้อยังรู้สึกราวกับว่าเข้าไปอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ รู้สึกได้เลยถึงความสงบ ไร้กังวลเลยอ่ะน่ะ แต่ที่เห็นในภาพเป็นป่าของรัฐเวอร์จิเนียร์ อเมริกา


คือแม้ว่าตัวเราไปไม่ได้ แต่ถ้าใจเราไปถึง มันเป็นเหมือนการเดินทางด้วยโทรจิตแบบเดียวกับจั๊มเปอร์เลยอ่ะ มันเป็นการใช้จิตเพื่อผ่อนคลายความเครียดอีกแบบหนึ่ง ดูรูปพวกนี้จะช่วยให้สมองเราได้พักออกไปจากชีวิตจริงได้เลยอ่ะ กะลังจะบอกว่า จิตใจที่เจ็บปวดจำเป็นต้องได้รับการบำบัด ตามทฤษฎี pleasure and pain แต่เมื่อเราเจ็บแล้วต้องรู้จักจำซ่ะมั่ง กรุงศรีอโยธยาในสภาวะก่อนที่กรุงจะแตกมันเป็นยังไง ก้อลองดูประเทศไทยตอนนี้ก้อได้


ก่อนกรุงจะแตก วังหน้ากับวังหลังทะเลาะกันแบบนี้น่ะแหล่ะ มีการสร้างป้อมค่าย คูเมือง แบ่งเมืองหลวงออกเป็นสองส่วนแล้วฆ่ากันเอง ตะโกนชะเวตี้ เจ้าเมืองอังวะเห็นเป็นโอกาสดีที่จะบุกกรุงศรี และสุดท้ายไทยก้อเสียกรุง จะตอนนั้นหรือตอนนี้ คนไทยก้อไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสันดานกัดกันเองได้สักที พม่ากับไทย สุดท้ายก้อกลายมาเป็นเผด็จการทหารเหมือนกันจนได้ แต่ช่างแม่งเหอะ ลองดูภาพนี้แล้วรู้สึกยังไงมั่ง แต่กูรู้สึกเหมือนกำลังตกลงมาจากที่สูงอ่ะน่ะ มันดีง่ะ ถ้าจ้องดูนานๆจะได้ยินเสียงใบไม้ไหวด้วยล่ะ!!!

The Best of Blogs



มีความพยายามที่จะเชื่อมต่อระบบ Blogs จากหลายๆแห่งเข้าด้วยกันอ่ะน่ะ ซึ่งความพยายามดังกล่าวรู้สึกว่ามันช่างยากเย็นแสนเข็ญเสียเหลือเกิน ยกตัวอย่างเช่น ระบบ Typepad Blog Connected มันก้อคือการที่บล้อกแต่ละแห่ง ไม่ว่าจะเป็น Blogspot , Wordpress , Moveable Type ,Tumblr เพื่อที่คนที่ใช้ Blogs ทั้งหลายเหล่านี้จะได้สามารถเชื่อมต่อกันด้วย Typepad Profile สามารถคอมเม้นต์ข้ามเว้บกันได้

แล้วมันจำเป็นอะไรกันนักหนาที่จะต้องมีการไปมาหาสู่ไปมาข้ามระบบกันแบบนี้ ที่เราๆเคยได้ยินมาก้อ Facebook Connect , Google Friends Connect ซึ่งก้อไม่เห็นจะมีเหี้ยตัวไหนมันใช้กันเลย อย่าลืม Open ID ที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว คือคนพวกนี้กะลังเข้าใจอะไรผิดๆเกี่ยวกับวงการ Blogs อยู่หรือเปล่า แค่เขียน Blogs คนมันก้อเอียนจะแย่อยู่แล้ว ยังจะให้เหี้ยพากันไปคอมเม้นต์ตรงนู้น ตรงนี้ โลกนี้ยังมีมนุษย์โรคจิตที่ว่างมากขนาดนั้นอีกเรอะ

ทุกวันนี้แค่จะหา Blogs ที่เขียนเองก้อยังยากเย็นแสนเข็ญ Blogs ที่เขียนเองแล้วขยันอัพเดตก้อจะน้อยลงอีก Blogs ที่ขยันอัพเดตแล้วคนอ่านชอบมันก้อยิ่งน้อยยิ่งกว่าน้อย Blogs ที่คนเข้าเยอะๆ ถ้าไม่เพลง ก้อการ์ตูน นอกนั้นก้อลอกแหลก มันจึงเกิดปรากฏการณ์ที่ว่า Blogs ยิ่งมีมากเท่าไหร่ คนจะยิ่งเขียน Blogs น้อยลงเท่านั้น ปรากฏการณ์เราจะใช้ในการอธิบายว่า ทำไมในสภาวะที่สินค้าทางการเกษตรล้นตลาด แต่กลับพบว่ามีผู้คนอดอยากอยู่ทุกหัวระแหง

แค่คนโลภ 1 ตัว หัดลดความโลภลงครึ่งหนึ่ง จะช่วยให้คนอีกเป็นแสนเป็นล้านได้อิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว คนที่มักจะสอนให้คนอื่นเห็นแก่ตัว เห็นแก่เงิน สุดท้ายเวลามันเจอคนอื่นขูดเอามั่งมันก้อไม่พอใจเหมือนกัน อย่าให้คนอื่นในสิ่งที่เราไม่ต้องการเลยอ่ะน่ะ และก้อเรื่องนี้พอดีเจอปัญหาในระบบการส่งเมล์ คือว่า มีคนที่สมัครรับข่าวแล้วใช้ Gmail หลังจากนั้น ใช้ระบบAuto Forward ส่งเมล์จาก Blogs นี้ให้กับคนที่เขาไม่ต้องการ ซึ่งปัญหานี้แม้ว่ากูจะไม่ใช่คนก่อ แต่ก้อขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียวจริงๆ ด้วยการลาออก เอ้ย อาจจะพิณาเลิกเขียนบล้อกไปเลยก้อได้

ตอนนี้เลยวางแผนจะโยกย้ายไปเขียนใน Myspace Blogs เป็นการชั่วคราวก่อนก้อแล้วกัน ถ้าใครลองได้ไปทำงานเกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่นจะเข้าใจเองว่า ปัญหางี่เง่าแบบนี้ เราเลี่ยงมันไม่พ้นอยู่แล้ว และการให้คำตอบที่ประชาชนพอใจมันเป็นหน้าที่ที่สมควรกระทำ อย่าให้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและราคาแพง มันมาทำให้จิตใจของเราห่างจากความเป็นมนุษย์ไปมากกว่านี้เลยอ่ะน่ะ สาธุฯ

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Email Marketing Campaign

ปกติคนอย่างกูจะไม่ใช้อีเมล์ติดต่อกับใครใช่ไหม แล้วจะมีอีเมลเอาไว้ทำไม นอกจากจะล้อกอินเข้า Facebook แล้ว ยังใช้อีเมล์เอาไว้รับดูพวก Affiliate Program ซึ่งจะสังเกตจากอีเมล์โฆษณามันจะมีลิ้งค์ที่ขึ้นต้นว่า http://www.aweber.com/???? คือ พวกนี้มันจะรวบรวมอีเมล์ แล้วไปรับจ้างเว้บขายของมาอีกที ที่เจอเยอะจะเป็นพวกจัดสัมมนาหาเงินออนไลน์ เหมาะกับยุคสิ้นหวังพอดีเลย จะกลัวตกงานทำไม ตอนนี้ประเทศไทยมีนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุดตั้งแต่ยุคหินเก่าเลยน่ะ

ซึ่งวิธีการหาลูกค้าจากอีเมล์มันเป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อนมากทีเดียว และการสัมมนาดูท่าจะเป็นอะไรที่รุ่งอ่ะน่ะ เพราะเห็นประกาศจัดสัมมนากับแทบทุกที่ จนกลัวว่าประเทศไทยคงจะมีคนรสยออนไลน์จนล้นประเทศไปแล้วกระมัง คนที่เคยสอนให้คนอื่นสร้างขยะ มาวันนี้อีห่านั่นมันกลับมาบอกว่า เงินได้มายากแต่กลับหมดไปง่ายๆ เหมือนเห็นคนอื่นเป็นควายเลยง่ะ มีการมาบอกว่าจะจัดสัมมนาป้องกันภัยจากกลโกงออนไลน์ ช่างไม่ดูตัวเองเลยว่าบริษัทมึงนั่นแหล่ะโกงมากกว่าเพื่อน อีดอก!!!

แต่ในยุคที่การแบนเว้บโดยรัฐบาลเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ การกระจายข่าวผ่านทางอีเมล์จึงเป็นทางเลือก เพราะคงจะไม่มีเทวดาหน้าไหนมาเสือกหรอกน่ะว่าคนเขาส่งอีเมล์อะไรหากัน เออ แต่ว่าน้อยคนนักที่จะคิดใช้วิธีนี้ เนื่องจากมันควบคุมยาก แต่มันก้ออยู่ในหมวดของ RedHat SEO เหมือนเดิม กลับมาสแปมอีเมล์ก้อยังดีกว่า สแปมมือถืออ่ะน่ะ เห้นมีข่าวหลวงพ่อควยแดงใบ้หวยด้วยง่ะ แม่งคงจะไม่มีพระที่ไหนจะมาทำอะไรบ้าๆแบบนี้หรอกน่ะ เข้าข่ายพุทธพาณิชย์น่ะเนี่ย

ในส่วนของพวกโรคจิตที่สมัครรับอีเมล์จากกูอ่ะน่ะ ตอนนี้ Confirm Rate ยังอยู่ที่ 30% กว่าๆ ก้อให้สงสัยว่าทำไมมันต่ำจังง่ะ แต่จุดประสงค์ของการอ่านผ่านอีเมล์ก้อเพื่อผู้อ่านจากประเทศจีนเป็นสำคัญเลย จีนจะมีการปลดไฟร์วอลล์ให้เข้าบล้อกสปอตได้ปีละครั้ง หวังว่าช่วงนั้นจะมีคนไทยจากจีนเข้ามาแล้วสมัครอีเมล์ทิ้งเอาไว้อ่ะน่ะ
กูเป็นคนจีน เกิดที่เวียตนาม โตที่ไทย ไปเรียนญี่ปุ่น จะไปตายที่ไหนยังไม่รู้ ชีวิตกูชักจะมั่วซั่วใหญ่แล้ว แต่ว่า Kuay เป็นชื่อแซ่ของกูเองง่ะ

ไขปริศนาตำนานเทวีสุริยา

พอดีดูตัวอย่างหนังเรื่อง Angel and Demon แล้วเกิดความรู้สึกอยากจะเขียนตำนานเทพของญี่ปุ่นขึ้นมาเลยง่ะ จากหนังสือเรื่อง นิฮงงิ ตำนานการสร้างประเทศญี่ปุ่น เรื่องมันก้อมีอยู่ว่า ในยุคเริ่มแรก ญี่ปุ่นมีเทพมาจุติทั้งหมด 32 องค์ เทพองค์สุดท้ายก้อคือ เทพแห่งไฟ เทวีสุริยา หรือ อามาเทระสึ ซึ่งถือว่าเป็นเทพฝ่ายดี ที่ญี่ปุ่นโบราณให้ความเคารพ และมีเทพฝ่ายผู้ร้าย นั่นก้อคือ ซูซาโนะ เทพแห่งการทำลายล้าง ตำนานเล่าว่า เทพทั้งสององค์เกิดทะเลาะ ซูซาโนะ จึงถูกเนรเทศให้ไปอยู่ทางตะวันตกของเกาะฮอนชู

ต่อมาหลานชายของเทวีสุริยา คือ จิมมุ ได้ลงมาจากสวรรค์ พร้อมด้วยราชสมบัติอันศักดิ์สิทธิ์สามอย่าง นั่นก้อคือ หินมางาตามะ กระจกเงาสัมฤทธิ์ และ ดาบเหล็กยาว ซึ่งผู้ที่ครอบครองจะได้เป็นจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น ถ้าอ่านเรื่องตำนานนี้ไปเรื่อยๆ จะรู้สึกว่า มันไปตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์เลยอ่ะน่ะ

ซึ่งเรื่องนี้จะไปตรงกับการปกครองญี่ปุ่นของราชวงศ์ยามาโตะ ซึ่งมีการนับถือดวงอาทิตย์ และมีโคตรตระกูลมาจากฮอนชู และต่อมามีการตั้งเมืองหลวงขึ้นตรงที่ราบคันโต ปกครองมาจนถึงคิวชู เชื่อกันว่า เทวีสุริยาในเรื่องนี้ก้อคือ จักพรรดินีจินโงะ ซึ่งมีบุตรชายนามว่า นิฮันเซน(เทพเจ้าแห่งการสงคราม) และในช่วงนั้นญี่ปุ่นทำสงครามในคาบสมุทรเกาหลี และคาบสมุทรเกาหลีก้อยังมีการแบ่งย่อยออกเป็นสามรัฐ คือ ปักเซ ซิลลา โคกุเรียว ซึ่งถ้ากษัตริย์คนไหนสามารถปราบทั้งสามรัฐอิสระนี้ได้ ก้อเปรียบเหมือนการได้ครอบครองสัญลักษณ์ของกษัตริย์ครบสามอย่าง อืมมมม

ส่วนซูซาโนะ คือใคร ก้อไม่สามารถบอกได้ เพราะไม่พบว่าทางตะวันตกของฮอนชู เคยเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมโบราณอันใดเลย น่าจะเป็นการเปรียบเปรยถึงฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลว่าเป็นฝ่ายชั่วร้ายก้อเป็นได้ และแม้จะผ่านมาเป็นพันปี การตามหาไอเท็มในตำนานก้อยังมีอยู่จนทุกวันนี้ แต่ไอเท็มสามอย่างที่ว่านั่นก้อคือ PSP Phone,Xperia Video และขวดน้ำหอมฟิลิโค(มีแต่ของแพงโคตรๆ) คนเรามันชักจะมีความสุขยากขึ้นทุกทีอ่ะน่ะ ถ้าให้เลือก ไอเท็มได้สามอย่างพวกมึงคิดว่ากูอยากได้อะไร พวกมึงน่าจะเดาออก งุงิ



วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Bastard Social Networks

เคยสงสัยบ้างหรือเปล่า ทำไม Adsense Support ของกูเกิ้ลซึ่งวันๆจ้องแต่จะจับผิดเว้บเล็กๆ ออกกฏอะไรมากมายมาบังคับให้เว้บขยะทำตาม เสียเงินเป็นหมื่นล้านเหรียญเพื่อซื้อดับเบิ้ลคลิ้กมาเพื่อป้องกันการโกงคลิ้ก ถามว่าแล้วทำไมปล่อยให้โฆษณาของมึงไปโผล่ในเว้บเหี้ยๆพวกนั้นล่ะ ทำไมไม่ให้โฆษณาไปโผล่เฉพาะใน Myspace , Youtube,Newyork Time, Perfspot ซึ่งเว้บเหล่านี้เราจะเรียกว่า เว้บขุนนาง ซึ่งมีผู้ชมมากมายมหาศาลอยู่แล้ว เว้บขยะทั้งโลกรวมกันยังไม่ได้เสี้ยวของพวกนี้เลย แต่กลับปล่อยให้เว้บไพร่ ก้อไอ้พวกเว้บขยะทั้งหลายแหล่ะมีโฆษณาแล้วก้อตามจับผิดกันวุ่นวาย

คำตอบก้อคือ กูเกิ้ลไม่ได้สนใจรายได้กระจอกงอกง่อยจากเว้บไพร่เลยด้วยซ้ำ แม่งต้องการแค่แพะเอาไว้รับบาปข้อหา Click Fraud เท่านั้นเองจริงๆ ถ้าไม่มีไพร่ไว้รับโทษ จะให้ขุนนางรับโทษอย่างนั้นเหรอ ขุนนางทำอะไรก้อไม่ผิดอยู่แล้ว ทั้งๆที่ชั่วกว่าไพร่เสียด้วยซ้ำ เพราะว่าเป็นเว้บขุนนาง ต่อให้โกงระยำตำบอนยังไงมันก้อไม่ผิด เอาล่ะ สมมุติว่าเว้บขุนนางดีเลิศประเสริฐศรีจริง แล้วเว้บไพร่สมควรถูกกำจัด แต่ทำไมยังปล่อยให้เว้บไพร่ทำ Adsense ต่อไป รู้ทั้งรู้แต่โคตรแม่มึงทำแบบนี้หมายความว่ามึงรู้เห็นเป็นโจรกับเขาใช่ไหม???

แล้วก้อพวกไพร่ถ้าชีวิตนี้ไม่มีปัญญาหางานอื่นทำนอกจากทำเว้บขยะหาแดกเศษเงิน ถ้าชีวิตนี้ทำได้แค่นั้นก้อเอาหัวไปมุดหีแม่มึงตายเสียให้มันพ้นๆทุกข์เสียทีเถอะน่ะ จะได้เลิกโอดครวญ ฟูมฟาย สร้างสวรรค์วิมานรวยตายห่าออนไลน์ ต้มกันไปมาอย่างทุกวันนี้ สุดท้ายขุนนางพวกมึงอย่าได้กำเริบเสิบสานให้มันมากนัก ที่มึงยังซ่าอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะยังมีควายถูกต้อนมาเป้นเหยื่อแทนมึงเท่านั้นแหล่ะ แน่จริงมึงอยู่ได้โดยปราศจากพวกไพร่ชั้นต่ำสิเออ แล้วก้อพวกไพร่เนี่ยมันก้อน่าโมโห ทำงานหนักยิ่งกว่าควายไม่พอ ยังเสือกโง่กว่าควายอีก ควายยังประเสริฐเลิศโลกกว่าพวกมึงหลายช่วงตัว

ตอนนี้การหารายได้ Adsense จาก Social Network เป็นอะไรที่ยากมากขึ้นเรื่อยอ่ะน่ะ แม้ว่า Hi5 จะได้รับอภิสิทธิ์มากมายจากอำมาตย์กูเกิ้ล แต่สุดท้ายก้อรายได้ค่าคลิ้กไม่เข้าเป้า ต้องตะเพิดคนงานต่างด้าวออกถึงครึ่งบริษัท พร้อมกับสาปส่ง Adsense แล้วหันไปหากินกับระบบโทร 1900 ซึ่งมันหลอกแดกเงินจากวัยรุ่นโง่ๆได้ไม่ยาก ควายhi5 มันโง่ขนาดซื้อของไอเท็มจากเกมส์โดยใช้เงินจริงๆ ซึ่งไม่ทราบว่าแม่งเสียภาษีมั่งหรอเปล่า คงจะเลี่ยงภาษีตามฟอร์ม Hi5 ซึ่งเคยมีประวัติขายข้อมูลลูกค้าให้ตำรวจ กับการมอมเมาเยาวชนมันจะยากอะไร ถ้า Hi5 ไม่ทำ Perfspot หรือ Bebo ก้อยินดีจะรับช่วงกากเดนสังคมพวกนี้เอาไปมอมเมาต่ออยู่แล้ว

ในความเป็นจริง ณ ขณะนี้ มีเพียงเว้บ Social Network เพียงแห่งเดียวที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จในการชาร์จค่าบริการจากผู้ชม ซึ่งมันไม่ใช่เงินน้อยๆเลยน่ะ เดือนละ 500 เหรียญ แลกกับการส่งจดหมายแจ้งเข้ารับการสัมภาษณ์งาน ซึ่งก้อไม่อาจจะรับประกันได้เลยว่าจะได้งาน อาจจะเสียงินฟรีด้วยซ้ำ แต่เงินจำนวนนี้มันน้อยมากเมื่อเทียบกับการแลกตำแหน่งเข้ารับราชการในวงราชการของไทย ซึ่งเห็นว่าหลายแสนเลยไม่ใช่เหรอ สุดท้ายพอกรรมตามสนองเปรตพวกนี้ก้อต้องมาเป็นภาระให้สังคมต่อไป แบบคนที่ประสบเคราะห์กรรมชนิดบัดซบไม่น่าเชื่อ นั่นก้อเพราะทำเอาไว้แบบนั้นเอง เคยสงสัยไหมว่า เวลาศาสดาไปเจอเปรตที่ทำกรรมหนักมากๆกำลังรับโทษบนโลกมนุษย์ ทำไมศาสดามักจะยิ้มออกมา แล้วพระอานนท์จะทูลถามว่าท่านเห็นอะไร ทุกวันนี้ก้อยังไม่มีใครให้คำตอบในข้อนี้ว่าทำไมศาสดาต้องยิ้มกับเรื่องแบบนั้น แต่ถ้าเป็นกู กูก้อคงจะอดยิ้มไม่ได้เหมือนกัน

คำว่า Social Network ถ้าจะแปลตามลักษณะการใช้ น่าจะใช้คำว่า สังคมปฏิสัมพันธ์ Social Interactive คือเป็นการเขียนหรือส่งข้อความโต้ตอบกับใครก้อไม่รู้ ถ้าใช้คำว่าเครือข่าย มันจะต้องมีกฏเกณฑ์ มีกิจกรรม มีเป้าหมายที่ชัดเจน และต้องเป็นอะไรที่เหนียวแน่นมากๆ ซึ่งก้ออย่างที่เห็นกันว่า กูใช้ Social Network เพื่อการรับฟังความคิดเห็นเท่านั้น ไม่ใช่การสร้างองค์กรใต้ดินอะไรขึ้นมาหรอกน่ะ แล้วทีนี้ก้อสงสัยกันต่อว่าทำไมคนต้องเล่น Hi5 Facebook ด้วยง่ะ ทำไม ??? ลองหาคำตอบดีไหม ว่าแล้วก้ออ่านต่อไป

ในเรื่องของการแห่ไปเล่น Hi5 อยากจะเรียกว่าเนี่ยเป็นผลผลิตของลัทธิการเอาอย่างชนิดไม่ลืมหูลืมตา เพราะมัวแต่ห่วงว่าตัวเองจะไม่ดีในสายตาคนอื่นจึงต้องอิงตามกระแสของคนหมู่มาก ปรากฏการณ์การลอกข่าวแล้วใช้คำหยาบคายมากมายกับผู้ตาย สำหรับกูแล้วในเรื่องของภาษาแล้วมันเป็นแค่ตัวประกอบเท่านั้น จุดประสงค์จริงๆอยู่ที่เศษเงิน Adsense ดูเอาง่ายๆ ขณะที่สัตว์นรกกำลังลอกข่าวจากผู้จัดการแล้วสับแหลกผู้อื่นโดยอ้างคนอื่นมาอีกที อยู่ๆก้อเลี้ยวไปเอาเรื่องเที่ยวยุโรปบ้าบอเอามาลง ในวงการ Adsense มันหมายถึงอะไรน่าจะเข้าใจกันน่ะ วงการนี้มันก้อมีเท่านี้น่ะแหล่ะ ถ้าไม่มี Adsense คงจะมีคนประสาทแดกแบบนี้ลดลงอ่ะน่ะ

คือถ้าพิเคราะห์อย่างลึกซึ้งก้อจะเข้าใจว่าคนแบบนี้อยู่ในระดับไหน และคนที่มาคอมเม้นต์อยู่ในระดับไหน คนที่เอาแต่ลงเพลง แล้วก้อลอกฟอร์เวิร์ดเมล์ ลอกข่าว แค่นี้ก้อพอจะเดาๆได้ว่าวันๆมันทำอะไรมั่ง ป่วยการที่จะถามหาเหตุและผล สำหรับกูแล้วการที่ไม่มีคอมเม้นต์ ไม่มีแบ็คลิ้งค์ เป็นความต้องการของกูเองน่ะแหล่ะน่ะ การได้อยู่เงียบๆมันช่วยให้เราเหนื่อยกับคนอื่นน้อยลง แต่ตอนเขียนบล้อกก้อต้องเปิดเพลงฟังไปด้วยอ่ะน่ะ สมัยนี้การฟังเพลงทั้งวันยังได้ประโยชน์กว่าการดูข่าวทีวี หนังสือพิมพ์มั่วข่าวขึ้นมาเสียอีก ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีควายที่ซื้อหนังสือพิมพ์เหี้ยๆ ดูทีวีเหี้ยๆพวกนี้อยู่อีกเหรอ

แต่มันก้อต้องดูบ้างน่ะแหล่ะ อย่างที่กูเคยบอก เรารู้ว่ามันหลอกแต่เราก้อยังอยากรู้ว่ามันจะใช้วิธีไหนมาหลอกเราอีก อาศัยความอยากรู้อยากเห็นของคนมาล่อได้อีก ถ้าเราเชื่อทุกเรื่องก้อดี ถ้าเราไม่เชื่อทุกเรื่องก้อดี สองแนวทางที่ว่าล้วนแต่ไม่ส่งเสริมให้มีการใช้ความคิดเลย และด้วยระดับไอคิวเฉลี่ยของคนประเทศนี้ที่ล้วนแล้วอยู่ในระดับอีเดียต มันก้อยิ่งง่ายเข้าไปอีกกับการล้างสมองด้วยสื่อ สื่อมีอำนาจมากกว่าคนที่พูดความจริงเสมอน่ะแหล่ะ เพราะสื่อโกหกเพื่อหาเงิน แรงจูงใจมันมากกว่ากันเยอะ

ถ้ากูบอกความจริง ควายก้อจะพากันว่าบล้อกนี้เป็นบล้อกหัวดอไปซ่ะงั้น แต่ถ้ากูโกหก ควายก้อจะพากันชื่นชมว่าบล้อกนี้เป็นบล้อกเทพจุติ อืมมมม เสียงหัวเราะและน้ำตา คงจะพอเป็นเพื่อนกูได้ในสภาวะของความคับข้องใจและเหน็ดเหนื่อยสายตัวแทบขาด แต่เวลาเจอคนชั่วรับกรรมไป กูก้อคงจะยิ้มเฉยๆแค่นั้นก้อพอแล้วล่ะ อืมม การมีเพื่อนคุยใน Facebook มันก้อช่วยให้เราแกร่งขึ้นเหมือนกันน่ะ ทำไมว่างั้น คนรอบข้างชอบว่ากูเป็นคนชอบบ่นมากกว่าปกติ ซึ่งอันที่จริงการบ่น ระบายมันเป็นการเพิ่มแอนตี้บอดีที่ชื่ออินเทอเฟอรอนอ่ะน่ะ ความเครียดลดลงสารที่ว่าก้อจะเพิ่มขึ้นเอง เหมือนคนติดเอดส์ ถ้าไม่รู้ตัวว่าติดเอดส์จะอยู่ได้เกินสิบปีทั้งนั้น แต่พอตรวจเจอเอดส์ รับรองไม่เกินหกเดือนก้อไม่รอด เพราะเครียดแล้วภูมิคุ้มกันลดลง คืออย่าให้ปัญหามันข่มขืนเรา แต่เราต้องกระทืบปัญหาให้มันแหลกคาส้นตีน

และก้อต้องขอยกย่องในความฉลาดสัดๆของบริษัทมือถือด้วยน่ะ แม่งเป้นตัวการปล่อยสแปม SMS ยังมาหน้ามาตีหน้าเซ่อบอกว่าไม่รู้เรื่อง แถมยังจะขายซอฟต์แวร์แอนตี้สแปมมือถืออีกต่างหาก มันมีใบสีม่วง สีเทา อะไรมาบังตาหรือเปล่า ทำให้มองไม่เห็นว่า สแปมมันถูกปล่อยออกมาจากที่ไหน คนพวกนี้มีพฤติกรรมเหมือนขโมย ต้มตุ๋น แต่ขนาดว่ามีคนไปแจ้งความแล้วแท้ๆ ไอ้พวกปสด.ส้นตีน ไอซีทีหัวควย ก้อไม่เห็นจะทำอะไร หรือมัวแต่เล่นมือถือง่ะ เรื่องที่ควรทำกลับไม่ทำน่ะ ขอปรบตีนให้กับพวกเดรัจฉานพวกนี้หน่อยเถอะพ่อแม่พี่น้องหำแดง หีแดงทั้งหลาย สาธุฯ

วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

copy musume

เห็นวง Morning Musume ออกมาโปรโมตผ่าน Myspace แล้วก้อมีการตัดเพลงมาให้ฟัง 40 วินาที ซึ่งสำหรับวงนี้ก้อถือว่าเป็นต้นแบบของอีกหลายๆวง ชนิดว่าลอกกันไปเลย นับไม่หมดหรอกว่ามีอะไรมั่ง และไม่ค่อยสนใจวงที่ชอบลอกแบบกันด้วย สำหรับสไตล์ในแบบป๊อบก้อเปป็นอะไรที่วนเวียนไปมาอยู่กับแนวเพลงเดิมๆ อัลบั้มไหนมันก้อไม่ต่างกันสักนิด หาฟังจาก Youtube มันก้อเพลงเดิมแค่เปลี่ยนเนื้อร้องนิดหย่อย แค่นั้นมันก้อออกอัลบั้มได้แล้ว

และก้อเด๋วนี้ การแชร์ไฟล์ผ่านระบบต่างๆมันก้อง่ายจนไม่มีใครซื้อแผ่นแท้กันแล้วง่ะ แม้แต่หนังที่ป้องกันเอาไว้กูยังก๊อปเฉยเลย น่าสงสัยว่าพวกนักร้องเนี่ยมันเอาอะไรกิน ในเมื่อเพลงมันก้อโดนละเมิด แบบเดียวกับการ์ตูนที่โดนสแกนจนกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้อยู่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปคุณภาพงานมันก้อจะลดลงตามต้นทุนที่ต้องลดลงอ่ะน่ะ เหมือนการ์ตูนโดราเอม่อน ที่มีปัญหามากกับคุณภาพที่ต่ำลงเรื่อยๆ หรือกูคิดไปเองก้อไม่รู้ ว่าการ์ตูนโดเรม่อง มันชักจะไม่สนุกเหมือนแต่ก่อนแล้ว มันขาดจินตนาการยังไงก้อไม่รู้


เพราะว่าจินตนาการเนี่ยแหล่ะ เป็นตัวแบ่งว่าหนังสือเรื่องไหนมันจะสนุกกว่าเรื่องอื่น ก้อต้องลองเปรียบเทียบ Harry Potter กับนิยายแนวแฟนตาซีเรื่องอื่นดูก้อได้ มันต่างกันแค่คำว่าจินตนาการเนี่ยแหล่ะ ซึ่งจินตนาการมันก้อต้องเกิดจากการการศึกษามากๆ ผ่านการแก้ไขดัดแปลงซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ใช่การเผางานแบบที่กูชอบทำเนี่ยแหล่ะ หรือการเผางานอีกแบบหนึ่งก้อคือพวกหนังสือเกี่ยวกับรวยออนไลน์ในแบบต่างๆ ที่เขี่ยออกมาจากถังขยะหรือเปล่าก้อไม่รู้ นิสัยคนไทยมันช่างง่ายเหลือเกินกับการล้างสมอง แค่ก๊อปแล้ววาง แค่นี้พวกแม่งก้อเชื่อแล้วว่านั่นคือความจริง ที่ไม่ต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้ว

อาการอุปทานหมู่ (Toxic Copy) มักจะเกิดเวลาเห็นคนหมู่มากเป็นอะไร ก้อมักจะเป็นตาม ถ้าวันนี้สื่อว่าอะไร ควาย เอ้ย คนหมู่มากก้อว่าอย่างนั้น ควาย เอ้ย คน พวกนี้ มันไม่มีสมองในส่วนที่คิดเองได้หรอกน่ะ ตกเป็นทาสของเว้บข่าว และฟอร์เวิร์ดเมล์ พวกนี้มันขยะ มันไม่สนใจหรอกว่าอะไรจริงไม่จริง ขอแค่เขียนสนุกไร้สาระไปวันๆ ถ้าอยากจะหาคำตอบเรื่องอะไรให้รู้จริง ผู้นั้นก้อต้องมีความรู้สะสมมามากพอดู เพราะเราไม่สามารถหาคำตอบของปัญหาโดยอาศัยความไม่รู้ได้ ตั้งสมมุติฐานและทดสอบ นั่นแหล่ะกระบวนการวิจัย แบบเดียวกับการแสวงหาหนทางสู่การเป็นผู้หยั่งรู้

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

virus report



หลังการหายไปนาน 50 ปี ในเดือนเมษายน ปี 1972 ณ ประเทศยูโกสลาเวีย ไข้ทรพิษที่หายสาบสูญไปนาน ได้เกิดปรากฎขึ้นมา ณ ใจกลางเมืองโคโซโว โดยผู้ติดเชื้อเป็นชาวมุสลิมที่เดินทางมาจากตะวันออกกลาง รัฐบาลเผด็จการในตอนนั้นได้ประกาศกฏอัยการษศึกทั่วประเทศ สั่งปิดล้อมชุมชนสถานที่แพร่เชื้อ กั้นถนนแทบจะทุกสาย โดยมีกองทหารติดอาวุธเฝ้าระวังตลอดเวลาห้ามการเข้าออกโดยไม่ผ่าน การตรวจ และสั่งยิงผู้ฝ่าฝืนได้ทันที

ประชาชนไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นคนถูกกักอยู่ในสถานกักกันโรค พร้อมทั้งสั่งปลูกเชื้อวัคซีนให้กับประชาชนทั้งประเทศ 18 ล้านคน การป้องกันอย่างรวดเร็วในครั้งนั้นทำให้สามารถหยุดยั้งจำนวนผู้ติดเชื้อไว้ที่ 175 คน มีผู้เสียชีวิต 35 คน

ถามว่า ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาที่อื่น รัฐบาลประเทศนั้น จะมีความเด็ดขาดและฉลาดแค่ไหนกับการป้องกันโรคติดเชื้อรุนแรงแบบนี้ในครั้งนั้นยูโกสลาเวียได้รับการช่วยเหลือเป็นอย่างดีจาก WHO และได้รับการยกย่องเป้นอย่างมากในการป้องกันโรคที่อาจจะทำให้คนอีกเป็นพันล้านต้องตาย แต่การจะทำอย่างนั้นได้จะต้องมีวัคซีนอยู่มากพอที่ให้กับประชาชนเป้นจำนวนมาก แต่ในความเป็นจริงทุกวันนี้ ถ้าเกิดมีการแพร่ระบาดของไข้ทรพิษขึ้นมาอีก รัฐบาลประเทศมหาอำนาจมีวัคซีนอยู่ในคลังพอกับคนไม่กี่แสนคน และเกือบทั้งหมดมีไว้เพื่อการทหารเท่านั้น

การจะสั่งผลิดวัคซีนเองก้อต้องใช้เงินมากและไม่มีบริษัทยาที่ไหนทำยาที่ไม่รู้จะได้ใช้เมื่อไหร่ไข้ทรพิษมันร้ายแรงขนาดที่ว่า ผู้ที่ติดเชื้อจากผู้ติดเชื้อรายแรกมีจำนวน 38 คน เสียชีวิตถึง 8 คน ในจำนวนผู้ตายมีหมอและพยาบาลที่รักษาพาหะรายแรกรวมอยู่ด้วย

แต่ถ้าเป็นสมัยนี้คนไม่รู้เรื่องราวอะไร บางทีเป็นโรคติดต่อร้ายแรงก้อยังไม่รู้ตัว เวลาเป็นไข้ก้อจะพากันไปใช้แผ่นคูลฟีเวอร์ลดไข้ แถมยังโง่ขนาดมองเห็นแผ่นคูลฟีเวอร์ ผ้าเย็นแปะหัวลดไข้เป็นตัววุ้นประหลาดจากต่างดาวซ่ะงั้น การที่ปล่อยให้ผู้คนเดินทางไปมาอย่างเสรีเกินไปทำให้การคุมโรคหวัดในญี่ปุ่นและที่อื่นๆล้มเหลวไม่เป็นท่า โกเบ โอซาก้า โตเกียว ผู้ติดเชื้อพล่านกันให้ว่อน แล้วไอ้เครื่องวัดอุณหภูมิมันช่วยอะไรได้มั่งเนี่ย ถ้าไม่เจาะเลือดตรวจก้อไม่รู้หรอกว่ามันเป็นไข้ธรรมดาหรืออาจจะเป็นไข้ใจไปนู่น ช่วงนี้ก้ออยู่เฉยๆกลัวติดเชื้อหวัดมรณะ

Miss Assasin อาชีพเสื่อมๆที่เหมาะกับกู

วันนี้ก้อคุยกับไอ้หมอโรคจิตนานทีเดียว กับเรื่องปัญหานิสัยส่วนตัวที่แก้ไม่ยากไม่ง่าย นั่นก้อคือความที่เป้นคนง่ายๆใครขออะไรก้อได้หมด แล้วทีนี้คนที่ลำบากกลับกลายมาเป็นเราไปซ่ะนี่ คือรู้ไปหมดทุกเรื่องแต่ไม่รู้การเอาตัวรอดมันจะมีประโยชน์อะไร ซึ่งรู้สึกหงุดหงิดตัวเองเหมือนกันที่เราน่าจะทำได้ดีกว่านี้ เหมือนกับว่าอะไรบางอย่างในตัวเรามันหายไปแล้วยังไม่กลับมาอย่างนั้นน่ะแหล่ะ มันจะกลับไปเรื่อง เดิมๆในแนวที่ว่าการต่อสู้เพื่อค้นหาตัวเองนั่นแหล่ะ

นี่ก้อกลายเป็นว่าเรายังไม่ได้สู้อะไรสักอย่างเพื่อค้นหาตัวตนของเราอย่างนั้นล่ะมั้ง คือหมอก้อแนะนำว่า ถ้าจิตอ่อนแบบนี้ ก้อให้นึกถึงตอนที่เราเจอปัญหาขึ้นมาแล้วไม่มีใครช่วย ถ้าคิดแบบนั้น เราจะรู้สึกฮึดเพื่อที่จะทำอะไรให้มันสมบูรณ์แบบมากกว่าที่เป็นอยู่อ่ะน่ะ เราน่าจะฉลาดกว่านี้ เหมือนกับว่าความฉลาดที่เรามีมันไม่ได้ช่วยอะไรเราเลยเหรอว่ะเนี่ย แบบนี้มันไม่ใช่ตัวเรานี่หว่า

เคยคิดว่าผ่านจุดที่ยากที่สุดมาได้แล้ว แต่ก้อยังมีโจทย์ที่ยากกว่าเก่ามาให้ทำอยู่เรื่อยๆ เรื่องของเรื่องก้อคือ ยังมีอะไรอีกมากให้ต้องเรียนรู้ ถ้าเรารู้น้อยเราก้อจะไม่ทันคน แล้วสุดท้ายเราก้อจะเป็นแค่เหยื่อ เหมือนในวงการ SEO เปี๊ยบเลยอ่ะ อ่านสามก๊กจบแล้วยังต้องหาอ่านกฏหมาย อ่านประวัติศาสตร์ อ่านข่าว อ่านเจอร์นัล อ่านๆๆๆ ก้อต้องพยายามทำใจชอบเรื่องที่ไม่ชอบ แรกๆก้ออาจจะฝืนหน่อยแต่ถ้าอ่านไปอ่านมามันก้อจะสนุกของมันเองอ่ะน่ะ ถ้าเอาดีกับงานการเมืองแล้วไม่รุ่ง จะไปทำอาชีพรับจ้างฆ่า (รับกำจัดปลวก) เรียกว่าเป็นพวกหัวรุนแรง ไม่เชื่อในกฏหมาย ศีลธรรม และจารีตประเพณี มีความเป็นตัวของตัวเองสูง แต่อาชีพก่อนหน้านี้ที่ขายตัวมันก้อใช่ว่าจะดีเด่อะไรนิ

หมอกควันข้อมูล


สื่อที่ถาโถมข้อมูลเข้ามาท่วมสมองคน โดยเฉพาะทีวี และอินเตอร์เน้ต ทำให้เกิดอาการที่เรียกกันว่าการอ่อนเพลียทางข้อมูล มนุษย์มีความสามารถในการรับข้อมูลได้อย่างจำกัด ดังนั้น เมื่อสื่อกระแสหลักว่ายังไง คนที่ถูกล้างสมองเหล่านั้นก้อว่าตามกันไป โดยไม่สามารถมองได้หลายมุมมากนัก สังเกตุจากข้อมูลที่ว่าตามๆกันมา เหมือนเครื่องถ่ายเอกสารที่ไร้ซึ่งจินตนาการอย่างสิ้นเชิง พอถามว่าทำไมถึงเชื่ออย่างนั้น ก้อจะบอกว่าไปดูคลิปนั้นสิ ไปดูเว้บนั้นสิ ไปดูทีวีช่องนั้นสิ ถามว่ารู้แล้วมันได้อะไรขึ้นมากับสังคมเน่าๆแห่งสยามหรือเปล่า แทนที่จะให้ความรู้กับประชาชนกลับเอาเวลามาทำเรื่องไร้สาระอยู่ได้ ก๊อปแล้ววาง วางแล้วก๊อป เพื่อะไร เพื่อเศษเงินAdsense สัตว์นรกยอมทิ้งความเป็นคนจนไม่เหลือ ทั้งรูปร่าง หน้าตาและจิตใจ จึงกลายเป็นเปรตไปอย่างสมบูรณ์แบบเสียแล้ว

ลำพังการลอกข่าวเนี่ยเนี่ยก้อชั่วจะแย่อยู่แล้ว แต่เนี่ยมาลอกข่าวที่ส่อเสียดยุยงให้สังคมแตกแยกเข้าไปอีก เออ จะตกนรกขุมไหนมั่งเนี่ย แต่ช่างหัวมันเหอะน่ะ กูไม่ได้ไปตกด้วยซ่ะหน่อยนิ กับคนพาลที่ชอบทำกรรมหนักในข้อที่ว่ายุยงให้หมู่ กลุ่ม ประเทศชาติ โลก แตกแยกกันเนี่ย เข้าข่ายกรรมหนักที่ต้องตกนรกขุมที่ลึกที่สุด กับคนแบบนี้เลี่ยงได้ให้เลี่ยงเลย เพราะมันจองเวรไม่มีวันจบสิ้นอ่ะน่ะ จนกว่าเราจะเข้านิพพานไปนู่นเลย ถ้ากูเจอคนบบนี้น่ะเหรอ กูจะยิ้มๆ แล้วก้อขอไปทางใครทางมันดีกว่า กับคนที่สอนไม่ได้ไม่มีค่าแม้แต่จะด่ามันหรอกน่ะ กับคนที่จิตใจต่างกัน ต่อให้เจอกันจะๆก้อยากที่จะรับเอาสิ่งดีๆจากกูไปอ่ะน่ะ

อืมมม ข้อมูลที่เราๆดูกันมันจึงเป็นอะไรที่เน้นปริมาณเข้าว่า จนมันบดบังวิสัยทัศน์ในการคิดไปเสียแล้ว จนกลายเป็นว่ารู้มากยิ่งยากนาน จนทุกวันนี้ผู้คนจำเป็นต้องเรียนรู้กับการจัดการกับขยะข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเมล์ขยะ ผลการค้นหาขยะ ซึ่งทำไมยังไม่มีซอฟแวร์ตัวไหนที่จะมาช่วยกรองผลการค้นหาขยะเสียที ซึ่งสิ่งที่ว่านั่นไม่มีวันเกิดขึ้น ยังไงขยะก้อจะยังคงอยู่ตลอดไปอยู่ดี อย่าว่าแต่เว้บขยะเลย พวกสำนักพิมพ์แม่งยังลอกข่าวกันหน้าตาเฉยเลย ท่าทางแม่งหากินง่ายขึ้นทุกวัน วันไหนหมดมุกก้อหาข่าวจากฟอร์เวิร์ดเมล์ หรือเว้บบอร์ดไปเรื่อย เรียกว่าชั่วใบแบบไร้รสนิยมจริงๆง่ะ

การสู้กับขยะข้อมูล จึงจำเป็นต้องอาศัยความชำนาญของมนุษย์เข้าช่วยเป็นอย่างมาก บางทีเพื่อนที่ทำว่ามาขอแอดเราเป็นเพื่อน มันอาจจะไม่ใช่คนก้อได้ อาจจะเป็นบอตปลอมตัวมา ซึ่งถ้าเพื่อนคนไหนไม่ทำอะไรก้อไม่สมควรที่จะเป้นไว้อ่ะน่ะ เด๋วมันจะเป็นเหมือน Myspace ที่มีการขายโปรแกรมบอต ที่สามารถแอดเพื่อนแทนเราได้ เขาเรียกว่า Mysapce bot ซึ่งมีหน้าที่ในการสร้างบัญชี ส่งข้อความ ส่งคอมเม้นต์ อะไรต่างๆนานา ดังนั้นต่อไปเวลาจะคุยกับใครในเน้ตก้อคงจะต้องถามกันก่อนว่า นี่เธอเป็นบอตหรือเปล่า??? คือคนพวกนี้ถึงแม้จะชั่วก้อชั่วในแบบที่สร้างสรรค์ ไม่ไปใส่ร้ายคนบริสุทธิ์อ่ะน่ะ

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Facebook fanpages ง่ายนิดเดียวแต่ยากมากเลย


ก้อรอดูอยู่เหมือนกันว่ากลุ่มสแปมเมอร์จะใช้วิธีอะไรในการสร้างฐานลูกค้าจากการใช้ Facebook fanpages ซึ่งผลก้อปรากฏว่า กลุ่มสแปมเมอร์ไม่มีใครสนใจจะใช้วิธีนี้กันเลย เพราะอะไร Facebook fanpages ไม่ใช่ที่ที่จะมาสร้างแบรนด์ แต่ต้องมีแบรนด์ที่แข็งสุดๆมาแล้ว และถ้าเราแอบอ้างเอาแบรนด์ของคนอื่นมาใช้ แม้ว่าจะได้คนมาเข้า Facebook fanpages มาก แต่สุดท้ายเมื่อเราไม่มีอะไรจะนำเสนอ มันก้อได้แค่ตัวเลขเพิ่มขึ้นมาเท่านั้นเอง

คือว่า กะลังจะหาความแตกต่างว่า ถ้าอยากจะนำเสนอข่าวสารต่อผู้บริโภค ทำไมไม่ยอมใช้ Blog ซึ่งสามารถปรับแต่งลูกเล่นได้มากกว่า โดยที่มีการนำเสนอในเนื้อหาแบบไกล้เคียงกัน แต่วัดผล สถิติ ที่มีประโยชน์มากกว่า Facebook ที่เราไม่รู้อะไรเลยว่าคนเข้ามาเท่าไหร่ เข้ามาทำห่าอะไรมั่ง คือถ้าจะลองดูความเป็นจริง มันจะมีสักกี่แบรนด์ที่เรียกคนเข้ากลุ่มได้ในหลักล้าน แล้วคนเท่าไหร่ที่สนใจอ่านฟีดจาก Facebook fanpages

ดังนั้น ถ้าใครคิดจะมาขายของใน Facebook ก้อต้องตอบโจทย์ให้ได้ว่า มึงมีปัญญาทำในแบบเดียวกับที่ Rihanna ทำได้หรือเปล่า โดยการที่สามารถหาคนมาเข้ากลุ่มได้เกินสองล้านตัว และก้อต้องบอกอีกทีว่าต่อให้เป็น Rihanna ก้อเถอะ การจะส่งข่าวขึ้นใน Facebook มันไม่มีโปรแกรม Auto blog อะไรจะมาช่วยทุ่นแรงได้หรอกน่ะ มันต้องใช้แรงคนกันทั้งนั้น เราอาจจะสแปมเมล์เพื่อเรียกคนเข้ากลุ่มได้เป็นแสนเป็นล้าน แต่ถ้ากลุ่มนรกนั่นมันไม่มีเนื้อหาอะไร ก้อคงจะไม่มีใครเข้ามาดูหรอกน่ะ

ดังนั้นถ้าใครก้อตามที่คิดว่าการจะโปรโมตเว้บผ่านทาง Social Network เป็นเรื่องง่ายๆ โดยแค่ยกตัวอย่างแบรนด์ดังมาแสดง แค่นี้มันจะมีประโยชน์อะไร ดังนั้นก้อกลับไปสร้างขยะในกูเกิ้ลต่อจะยังคุ้มค่าเสียเวลามากกว่าเลย แต่สักหน่อยคงจะมีหนังสือที่มีชื่อเรื่องทำนองว่า รวยออนไลน์ด้วย Facebook หรือไม่ก้อ ล้วงตับ Facebook หรือไม่ก้อ สร้างฐานลูกค้ามหาศาลผ่าน Facebook คือว่าน่ะถ้าจะทำแบบนั้นได้ต้องผ่านการโปรโมตผ่านทีวีมาก่อนถึงจะทำได้

งานนี้จะเห็นความแตกต่างว่าอิทธิพลของทีวี กับอิทธิพลของการทำ SEO ผ่านกูเกิ้ล มันมีประสิทธิภาพต่างกันมาก เว้บขยะที่มีผลการค้นหาเยอะๆในหน้าแรก ควายหลงเข้าวันละเป็นแสนๆ ถ้ามันแน่จริงป่านนี้มันสร้าง Facebook Group ที่มีสมาชิกเป็นหมื่นเป็นแสนไปแล้ว การที่เราใช้Facebook มันเหมือนการย้อนกลับไปหาต้นกำเนิดของการสร้างเว้บ นั่นก้อคือความเป็นมิตรและรู้จักที่จะแคร์ผู้ใช้ซ่ะบ้าง เย้ยยยย

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

รากที่ค้ำจุนพระยาหมื่นไดเมียว


หลังสงครามนองเลือด โชกุนโทกุงาว่า ได้รวมประเทศญี่ปุ่นเข้าเป็นแผ่นดินเดียว หลักการบริหารและประมวลกกหมายของโทกุงาว่า ว่ากันว่ายึดหลักจริยธรรมของขงจื๊อเป็นหลัก แต่ความจริงแล้วก้อยังปกครองโดยการปราบปราม ไร้ความยุติธรรม มุ่งหมายให้แต่ละชนเผ่าอยู่ในความควบคุมของตนเอง โทษของผู้ฝ่าฝืนจะได้รับไม่ได้ขึ้นกับความผิดที่กระทำแต่ขึ้นอยู่กับระดับชนชั้นของผู้รับโทษ และโทษที่ร้ายแรงที่จะสุด คือโทษทัณฑ์ที่ลงกับพวกกรรมกรที่ต่ำต้อย

เหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดเกิดขึ้นในปี คศ.1651 ที่แสดงให้เห็นถึงความโหดร้ายของระบอบการปกครองที่เทิดทูนสิทธิพิเศษไว้เหนือการเรียกร้องขอความเมตตากรุณาธรรมดาๆ โดยเรื่องมีอยู่ว่า ชาวนาผู้ยากจนรายหนึ่งได้ยื่นเรื่องราวร้องทุกข์ถึงโชกุน กล่าวยืนยันถึงการที่ตัวเขาและเพื่อนๆชาวนาได้รับการทารุณจากขุนนางเจ้าของที่ดิน โชกุนพบว่าไดเมียวทำผิดจริงและลงโทษขุนนางผู้นั้น แต่ก้อได้ประหารลูกๆของชาวนานั้นด้วย และให้เอาตัวชาวนาและภรรยาไปตรึงไปไม้กางเขนสำหรับความผิดที่กล้าวิจารณ์เจ้านายของตน...

การแบ่งชนชั้นอย่างไม่เป็นธรรมนี้ ในยุคโทกุงาว่าทำให้เกิดความไม่พอใจขึ้นเป้นวงกว้าง แม้ว่าจะไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาได้ การที่บอกว่าชาวนาเป็นกระดูกสันหลังของชาติ มันจึงเป็นถ้อยคำที่สุดจะตอแหลขาดความจริงใจ ชาวนาที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศถูกหาประโยชน์ เป็นเหมือนรากที่คอยค้ำจุนต้นไม้ใหญ่ที่เรียกว่าไดมียว

เนื่องจากระบบภาษีเป็นการเรียกเก็บจากผลผลิตทางเกษตรเกือบจะทั้งหมด ชาวนาจึงต้องแบกรับภาษีมากกว่าพ่อค้า ขุนนาง หรือทหาร พวกซามูไรเองจากเดิมที่เป็นชนชั้นนักรบ หลังจากประเทศสงบสุข ไม่มีสงคราม ฐานะทางสังคมของซามูไรก้อออกแนววิปริตผิดมนุษย์เข้าไปทุกที ซามูไรก้อถูกลดชั้นลงมาเหลือความสำคัญเป็นได้แค่กาฝากของสังคมที่น่านับถือ เรียกว่าดีกว่าคนเก็บภาษีนิดหน่อย

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Type E Women

ระยะนี้กูเองไม่ค่อยจะได้หยาบคายอะไรหรอกน่ะ แต่ถ้าบังเอิญไปเจอบล้อกเก้อร์ชั้นต่ำ ที่ใช้คำหยาบเพื่อดึงคนเข้าบล้อก กูจะรู้สึกหมดอารมณ์ยังไงก้อไม่รู้ คืออยากจะให้ลองเปรียบเทียบระดับกันดูว่า ระหว่างกูกับสัตว์ชั้นต่ำที่สักแต่ว่าใช้คอมพิวเตอร์น่ะ มีความสามารถในการเขียนต่างกันแค่ไหน เพราะกูเขียนอยู่เนี่ยก้อไม่ได้อะไร แต่คนอื่นแม่งเล่นลอกข่าวจากเว้บข่าว แล้วใช้คำหยาบเพื่อล่อควายมากด Adsense คือ ต้องลองอ่านดูหลายๆแบบก่อนจะรู้ว่าคำหยาบน่ะถ้าเขียนให้อ่านสนุกก้อได้ หรือจะเขียนแบบไล่แขกก้อได้ ง่ะพรสวรรค์จริงๆไม่มีเหี้ยตัวไหนมาเลียนแบบกูได้หรอกน่ะนิโนะ

คือไอ้ห่านิโนะหมอโรคจิตมันวินิจฉัยว่ากูเป็นผู้หญิงประเภท E มันคือไร มันก้อคือ Being Everything to Everybody คือคนประเภทที่พยายามทำตัวดีพร้อม รักเด็กเมตตาคนแก่ ซึ่งการทำตัวแบบนั้นมันจะทำให้เราใช้พลังงานไปมากจนหมดเรี่ยวแรงไปเลย คือมันออกจะเครียดไปเหมือนกันกับการสร้างภาพว่ากูนั้นหรือคือคนดี คอยเฝ้าห่วงใยความต้องการของเหี้ยตัวอื่นๆ เป็นผู้หญิงประเภทมือก้อไกว ดาบก้อแกว่ง ปากก้ออม หีก้อดูด นิโนะมันเลยแนะนำให้กูไปทำงานอาสาสมัครซ่ะ แม่งหางานให้กูจิงจิ้ง ซึ่งมันกลับทำให้กูสับสนกับบทบาทของตัวเองว่าจะเป็นห่าอะไรดี บางทีก้ออยากเป้นกะหรี่สงคราม บางทีก้ออยากจะเป็นโสเภณีทางการเมือง ถ้าอยากจะผ่อนคลายก้อจะไปทะเล ซึ่งทะเลของโอกินาว่ามันจะคนน้อยต่างจากเกาะอื่นๆอ่ะน่ะ คือไปทะเลไม่ใช่ไปเล่นน้ำให้เหนื่อยแต่เราต้องไปนั่งทำสมาธิหายใจเข้าออก ปล่อยใจให้เป็นอิสระจากทุกสิ่ง เข้านิโรธสมาบัติอันลุ่มลึก เพ่งมองดวงแก้วที่ลอยนูนเด่นอยู่เหนือโหนกหี 2 นิ้ว

คือสรุปแล้วกูก้อต้องหัดปฏิเสธคำขอร้องของคนอื่นซ่ะมั้ง เพราะคนอื่นมันก้อเป็นประเภทเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น แต่การจะปฏิเสธคำขอร้อง เราก้อต้องเป็นคนประเภทเตรียมพร้อมที่จะมีเหตุผลในการปฏิเสธเอาไว้ก่อน เช่นเหี้ยบางตัวขอร้องให้กูไปเอาเอกสารมาให้ กูก้อต้องตอบไปว่ามันเป็นเอกสารสำคัญต้องมีตราประทับไปด้วย อะไรแบบนี้ บางทีเจอเหี้ยมาขอร้องกูมากๆ กูก้อจะรู้สึกเหมือนกำลังถูกรุมข่มขืนยังไงก้อไม่รู้ อืมมม ไอ้พวกเวรนั้น แม่งทำกูรู้สึกดีจริงๆ ไอ้พวกชิบหายขอให้แม่งลงนรกเร็วๆ

บางที่ถ้ารู้สึกว่าถูกคุมคามเราก้อจำเป็นต้องสู้เพื่อปกป้องพรหมจรรย์เหมือนกัน เรื่องบางอย่างมันก้อออกจะเป็นการฝืนธรรมชาติของคนเหมือนกัน อย่างเช่น การเขียนบล็อก ซึ่งไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะรู้สึกสนุกไปกับการเขียนบล้อกหรอกน่ะเฟ้ย เพราะถ้ามันสนุกสนานจริง ผู้คนคงจะไม่ขี้เกียจเขียนอย่างทุกวันนี้หรอกน่ะ หลายคนที่บอกว่าเขียนบล้อกเพื่อความสนุกหรือปกป้องประเทศชาติหรืออะไรก้อแล้วแต่ มันไม่น่าจะใช่อ่ะ แม้แต่จะด่าคนอื่นมันยังไปลอกเว้บข่าวผู้จัดการมาเลย กูเชื่อว่าไอ้ชูผู้โอหัง @Exteen.com ที่มันชอบใช้คำหยาบ เรื่องของเรื่องก้อคือเพื่อเศษเงินจาก Adsense นั่นเอง หลักจิตวิทยาง่ายๆ ถ้ามันมีอุดมการณ์มันคงจะไม่ใช้วิธีลอกข่าว และเขียนได้สนุกมั่ง แต่การที่อ่านแล้วเครียด ก้อจะสัมผัสได้ว่าผู้สร้างไม่ได้มีความสุขอะไรเลย ถ้าแม่งอยากทำก้อทำไปไม่มีใครว่าอะไรนิโนะ

ไม่ว่าบล้อกไหนก้อพอๆกัน คือใช้วิธีการลอกข่าวมาแล้วใส่คำหยาบเติมลงไป ซึ่งสุดท้ายมันก้อไม่มีค่าอะไรพอให้ผู้คนเสียเวลาอ่านเลยด้วยซ้ำ ทำไมต้องขยันลอกข่าวกันด้วยง่ะ ทำไมไม่คิดจะเขียนเอง ถ้ามีอุดมการณ์จริงก้อเขียนเองเหอะ จะหยาบจะเหี้ยยังไงก้อได้ อย่างน้อยก้อเป็นสิ่งที่มาจากสมองของคน มาจากแรงกายแรงใจของเรา มันจะได้ดูจริงใจขึ้นมาบ้าง คำหยาบคายเหล่านั้นแท้จริงมันก้อลอกเขามาทั้งนั้น นี่มันจะสะท้อนไปยังหลายๆบล้อกซึ่งก้อเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ลอกข่าว ลอกฟอร์เวิร์ดเมล์ ซึ่งไม่รู้จะทำไปให้มันเกิดอะไรขึ้นมา ในประเทศไทยมันเหลือบล้อกที่เขียนเองได้ทุกวันถึง 5 บล้อกหรือเปล่าก้อไม่รู้น่ะ ก้อบอกแล้วว่าการเขียนบล้อกมันเป็นสิ่งที่ฝืนธรรมชาติของมนุษย์

ในโลกนี้คนที่เกิดมาเพื่อบล้อกไม่ใช่ว่าจะหาเจอได้ง่ายๆ คนหลายแสนที่หลงเข้ามาแล้วคิดว่าที่นี่คงจะสั่วๆเหมือนที่อื่น แล้วไม่ยอมอ่านไม่กลับมาอีก แต่บางคนก้อพยายามดีน่ะ จำชื่อบล้อกไม่ได้ แต่จำชื่อเรื่องที่เจอได้แล้วใช้คำนั้น เพื่อกลับมาที่นี่อีก อืมมมม อุตส่าห์ใช้คำหยาบเพื่อให้หาง่ายแล้วน่ะนี่ ทำจำเป็นกูจะเข้าครองหน้าแรกในคีย์เวิร์ดทำหยาบเลยก้อได้ ถ้าอยากจะทำอ่ะน่ะ แต่เท่าที่มีตอนนี้มันก้อมากพออยู่แล้ว ซึ่งที่ทำไปมันก้อได้ประชดเว้บหน้าหี อย่าง สนุก กะโปก หันสา พวกแม่งก้อเล่นคำพวกนี้เหมือนกันนิ ถ้าใช้คำหยาบมันผิดกฎหมาย แล้วที่เว้บเหี้ยๆพวกนี้ทำมันหมายความว่ายังไง


กูถึงว่าไงว่า คำหยาบ รูปโป๊ คลิปเปลือย มันมีอยู่ในเว้บ สนุก กะโปก หันสา ครบอยู่แล้ว แบนเนอร์ลามกก้อมี แล้วงัย มีใครทำอะไร การทำแบนเนอร์หีเทียม ควยเทียม หรือตูดเทียมอะไรก้อแล้วแต่ ถึงมันเลวชาติยังไง แต่ถ้าสแปมเมอร์หน้าหีไม่ขายแบนเนอร์พวกนี้ ต่อไปพวกมันหันไปใช้การโจมตีผู้คนด้วยไวรัสเพื่อขโมยข้อมูลบัตรเครดิต มีใครคิดจะแก้ไขปัญหานี้ไหม เรื่องเว้บที่ขโมยข้อมูลบัตรเครดิตกูก้อเขียนบอกไปแล้ว มันก้อยังอยู่ดี ตกลงว่าไอซีทีที่เข้ามาทุกวันเนี่ยไม่เคยคิดจะทำงานเลยใช่ไหม หรือถ้าเรื่องไหนไม่เป็นข่าวเนี่ยกูจะไม่ขยับตัวทำห่าอะไรทั้งนั้น ผู้ใช้ก้อรับกรรมไปเองแล้วกัน ขนาดเว้บโป๊ที่ดูออกง่ายๆมันยังไม่ทำห่าอะไรเลย แล้วเว้บไวรัสมันจะไปรู้เรื่องอะไร ที่มันจับๆกันอยู่นั่น มันอาศัยการล่อซื้อแบบบ้านๆทั้งนั้น ซึ่งวิธีนี้มันช่วยยับยั้งเว้บขายซีดีโป๊ได้ชะงัดนักแล แต่ยังเหลือเว้บโป๊ที่หากินกับ 1900 อันนี้มันน่าจะจับง่ายกว่าอีก แต่ยังอยู่รอดและขยายเว้บในเครือออกไปอย่างสนุกสนาน ในโลกของอินเตอร์เน้ตมันไม่ใช่ที่ให้ไก่อ่อนมาทำเงินบนโลกไอที หรือมาโพสต์อะไรโง่ๆ ฮิมิโกะ!!!!

วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

TV:ศาสนาใหม่ของชนชั้นไร้จิตสำนึก

ในยุคที่สื่อเข้ามามีบทบาทต่อการรับรู้ของประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และเมื่อสื่อเป็นอาชีพที่ต้องแสวงหากำไร และโดยธรรมชาติของคนย่อมจะต้องนึกถึงตัวเองก่อนสังคม ดังนั้นสิ่งที่สื่อพยายามยัดเยียดเข้าไปในหัวของประชาชนมันจะทำให้ประชาชนไม่มีโอกาสได้คิดอย่างอิสระ คนที่ตกเป็นทาสของสื่อจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่คิดนอกเหนือไปจากที่สื่อจะอนุญาตเท่านั้น

จากเหตุการณ์อุบาทว์มากมายจากสื่อจัญไรที่กล้าโกหกเพื่อหาประโยชน์เข้าตัว มันทำให้เกิดการสร้างความจริงเทียมขึ้นมา ความจริงที่ออกมาจากปากคนอ่านข่าวส้นตีนสามารถทำให้ควายจำนวนมากเชื่อได้อย่างสนิทใจ เพราะควายจะเชื่อถือในสื่อเอาไว้ก่อน ถ้าไม่มีใครกล้าพอที่จะเสนอความจริงอีกด้านมาหักล้าง


กฎของสื่อไม่ใช่จรรยาบรรณห่าเหวอะไรนั่นหรอก แต่เป็นกฎด้านการตลาด ที่จะเป็นตัวคัดเลือกว่าภาพอะไร คำพูดอะไรที่จะถูกนำเสนอต่อสาธรณะชน ขณะที่สื่อพยายามสร้างภาพอย่างหนักว่าเป็นกลางโคตรๆและยกหางตัวเองว่าคือความถูกต้องสุดๆ ผลจากการล้างสมองนั้นทำให้สื่อจัญไรรับใช้เผด็จการเป็นผู้กำหนดความคิดของผู้รับสื่อ

สื่ออมวลชนโดยเนื้อแท้ก้อคือผลผลิตของสังคมอุตสาหกรรมที่แสวงหากำไรอย่างไร้ขอบเขต ทำงานภายใต้กฎการตลาด และเป็นเครื่องมือของทุน ทุนที่แอบอิงเข้าหาฝ่ายการเมือง หรืออาจจะเหนือกว่าการเมืองขึ้นไปอีก เหมือนอย่างวลีที่ฮิตๆในวงการโฆษณาที่ว่า เป็บซี่ ดีที่สุด!!!

ในสภาวะแบบนี้สื่อที่รู้ความจริงและรู้ตัวว่าอำนาจที่ควบคุมสื่อนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด พวกสื่อเองก้อกลัวและเพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิตและการงาน สื่อจึงยอมรับการกดขี่ผู้ที่อ่อนแอเพื่อแลกกับความปลอดภัย ยอมรับการใช้ความรุนแรง ยอมรับแม้กระทั่งสงครามเพราะเชื่อว่าโอกาสรอดจะมีมากกว่า

"ถ้าคุณถูกเลี้ยงดูให้เชื่อว่าคุณเป็นเศรษฐี คุณก้อจะต่อต้านการขึ้นภาษี แม้ว่าความเป็นจริงคุณจะได้รับผลปะโยชน์จากมาตรการนี้ ทำไมคุณถึงมีความเชื่อเช่นนี้ ก้อเพราะว่าคุณไม่รู้ คุณได้แต่รับฟังเรื่องราวมากมายจากสื่อ คุณต่อต้านการเมืองแล้วคุณเลยไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการประชาธิปไตย หลายสิ่งหลายอย่างที่คุณรับมาล้วนปฏิเสธและทรยศต่อเป้าหมายในชีวิตของคุณ"


วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ชัยชนะของลัทธิขู่ให้กลัวด้วยวิธีฆ่า

หลังสมัยเมย์จิ ทหารมักจะมากจากคนจากชนบทห่างไกล ขาดคุณสมบัติในแบบเดียวกับซามูไร อันได้แก่ ความรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบาและต้องเป็นคนใจกว้างพอสมควร ทหารญี่ปุ่นในยุคนั้นจึงจะออกไปในแนวคลั่งชาติ และเชื่อว่าคนญี่ปุ่นเหนือกว่าชาติอื่นๆ และมักจะฝันว่าจะปกครองโลกอยู่เรื่อย ความคิดอย่างสุดขั้วนี้ทำให้ทหารญี่ปุ่นกระทำต่อเชลยศึกอย่างโหดเหี้ยวผิดมนุษย์ ซึ่งประวัติศาสตร์กล่าวไว้ชัดเจนมากๆ อยากจะลองหารูปโหดๆมาลง แต่หาในเน้ตคงจะไม่ยากนักนิ

ในยุคที่ญี่ปุ่นปกครองแมนจูเรีย ซึ่งในยุคนั้นเรียกแมนจูกัว รัฐบาลได้เข้มงวดเป็นอย่างมากกับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งพวกนิยมลัทธิทหารจัดจะใช้กลุ่มลอบสังหารลับๆตามเก็บโฆษกของฝ่ายต่อต้าน ผู้นำแรงงาน อาจารย์ นักหนังสทอพิมพ์จะถูกจับกุม สอบสวน ตีแผ่จนไม่เหลือ ในข้อหา มีความคิดที่เป็นภัย ความรุนแรงสุดๆในยุคนั้น เกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.1936 เมือาผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรคชาตินิยมพ่ายแพ้ จึงมีนายทหารก่อการจราจล เข้ายึดโตเกียวแล้วสังหารคณะรัฐบาลไปสามคน

จากเหตุการณ์นั้นนำไปสู่การตั้งรัฐมนตรีกลาโหมที่มาจากฝ่ายกองทัพบก ในขณะนั้น รัฐบาลหุ่นแมนจูกัว ก้อมีอ้ายซินเจี๋ยหลอ เป็นจักรพรรดิของแมนจูเรีย ซึ่งแทนที่จะเป็นการเอาทรัพยากรมากแมนจูเรียมาใช้ กลับกลายเป็นว่าญี่ปุ่นต้องรับภาระในการลงทุนมากเกินกำลังของตนเอง อีกทั้งยังเจอการต่อต้านจากหลายฝ่ายแต่สุดท้ายญี่ปุ่นก้อบุกจีน โดยผ่านเข้าไปทางมณฑลชานตุงในสมัยจีนคณะชาติ และการที่รัฐบาลพรรคมินเซอิโต เป็นพวกไม่นิยมความรุนแรง สุดท้ายรัฐบาลประชาธิปไตยนั้นก้อถูกกำจัด และเกิดเป็นยุคที่ว่ากันว่าปกครองโดยคนไม่ได้ปกครองโดยกฏหมาย ซึ่งสุดท้ายนำประเทศไปสู่การเป็นผู้แพ้สงคราม

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ไอ้แห้งแรงฤทธิ์

คือว่ามีไอ้กิ้งก่าตากแห้งตัวนึงที่มันชื่อว่า Adrian Anderson มันสร้าง Facebook Group ขึ้นมาโดยมีแนวคิดที่ว่าถ้ามีเหี้ยมาเข้าร่วมกลุ่มของแม่งครบ 500,000 ตัว มันจะเปลี่ยนชื่อกลางตัวเองไปเป็นคำว่า Facebook ตอนนี้ได้เกือบจะสองแสนแล้ว แต่ที่มันสะกิดใจกูมันก้อตรงที่แนวคิดนี้มันงี่เง่าสิ้นดี แต่มันกลับจูงใจคนได้ชะงัดนัก

มันน่าสนใจศึกษาว่าไอ้แห้งนี่มันทำได้งัย โดยไม่ต้องเอาการ์ตูน ดารา หรือกะหรี่ที่ไหนมาล่อ อย่างกูก้อต้องหากะหรี่มาล่อซ่ะก่อนล่ะมั้งถึงจะมีผู้ชายเข้ามาเป็นเพื่อนใน Facebook เยอะๆ ถ้าอยากจะหานักศึกษาสาวมาเย็ดแก้เงี่ยนก้อต้องไปหาเอาแถวๆมหาวิทยาลัยวาเซดะ อ่ะน่ะ เพราะว่ามีแต่พวกเด็กเรียนแล้วก้อหาผัวไม่ได้ ต้องใช้ควยไฟฟ้ามาแก้อยากอ่ะ

แต่ถ้าจะเล่น Facebook ให้มันสนุกมันก้อต้องเขียนหาคนรู้จัก แต่พอเขียนหาคนรู้จักแล้วมันก้อเขียนได้ไม่เต็มที่อีกง่ะ จะโทรคุยก้อเปลืองเงิน สุดท้ายเลิกคบแม่งเลย มันเลยกลายเป้นการใช้เวลาว่างไปอย่างเปล่าประโยชน์กับ Facebook ไปซ่ะงั้น ถ้าเป็นในชั่วโมงเรียนยังไงเขาก้อห้ามเล่นอยุ่แล้ว เพราะการที่ใช้มือถือมาเล่น Facebook คงจะไม่มีใครที่เกรดจะดีขึ้นเป้นแน่แท้ เรียนมาก้อเหนื่อยมาก ยามว่างกูก้อจะไปที่หน้าศาลเจ้า ดูดอกไม้บานพาใจให้เป้นสุข หันซ้ายหันขวาถ้าปลอดคนก้อจะแวะไปขโมยเงินในตู้บริจาคแม่งเลย

18+ เรื่องไม่เป็นเรื่องของคนไม่ได้เรื่อง







ตอนนี้ก้อเถียงกันว่าเว้บโป๊มันเลวอย่างนั้น เลวอย่างนี้ แล้วใครจะเข้าใจความเป็นไปเป็นมาของเว้บกะหรี่พวกนี้มั่งว่ามันเป็นเรื่องของอิทธิพล เหมือนพวกค้ายาเสพติดมันตามเก็บกันเองนั่นแหล่ะ ตำรวจก้อรอเก็บผลประโยชน์บางส่วน เพราะเงินสามารถอธิบายได้หมดว่าทำไมเว้บนั้นยังอยู่ ทำไมเว้บนี้โดนเก็บ ทุกอย่างก้อคือเรื่องของผลประโยชน์ก้อเท่านั้น เขียนมาหลายครั้งแล้ว แต่คนก้อคงจะไม่สนใจตามเดิม ก้อต้องปล่อยให้คนโง่รับกรรมไป เมื่อคนมันเต็มใจที่จะโง่เป็นควาย เราจะไปห้ามมันทำไมกันล่ะเออ
ก้อคงจะท่องสคริ้ปต์เดิมๆเลยอ่ะน่ะ ถ้าไม่เข้าใจระบบเครือข่ายก้ออย่าทะลึ่งทำอะไรมั่วซั่ว เทคโนโลยีด้านวิศวะกรรมเครือข่ายมันง่ายกว่าเทคนิคสร้างเว้บเหี้ยๆเสียอีก เรื่องที่ควรจะรู้แต่คนไม่อยากรู้ แต่เรื่องที่ไท่ควรจะรู้โคตรแม่งฉลาดกันดีนัก หลายเรื่องกูก้อบอกแร่ะ และมีเหี้ยตัวไหนมันเคยเชื่ออ่ะป่าว ถ้าพวกห่านี่มันเถียงกูได้มันคงเถียงไม่หยุด ว้า กูคงจะได้แต่สมน้ำหน้าพวกควายๆเหล่านี้อีกหลายตัวเลยอ่ะ และก้อพวกมือถือสากเก็บปากเอาไว้กินขี้มั่งก้อดีน่ะ รู้น่ะว่าคิดชั่วๆอะไรอยู่

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ปีศาจจิ้งจอกหน้าคน

ในสมัยราชวงค์ถัง จักพรรดิถังไท้จง ทรงมีพระมเหสีนามว่า พระนางหวู่ ต่อมาในสมัยของจักพรรดิเกาจง พระนางหวู่ก้อได้ขึ้นเป็นองค์ไทเฮา บัญชาการปกครองประเทศหลังม่านไม้ไผ่ และกลายเป็นปฐมบทของตำนานจิ้งจอกเก้าหาง ในยุคสมัยที่พระนางหวู่ปกครองจีน มีการทำสงครามแทบจะทั่วทุกทิศทุกทาง อาณาเขตของจีนทอดยาวไปไกลถึงเขตประเทศอัฟกานิสถานในปัจจุบันจนเกือบจะถึงประเทศอินเดีย การที่มีการเข่นฆ่าประชาชนเป็นจำนวนมากในยุคนี้ นักประวัติศาสตร์จีนจึงพากันมองพระนางหวู่ว่า ไม่ใช่คนแต่เป็นจิ้งจอกเก้าหางที่ปลอมตัวเป็นคนมาต่างหาก

แต่ในยุคเดียวกันนี้เองที่เกิดมีเจ้าชายนักธุดงค์ นามว่า ชัวถัง หรือถังซัมจั๋ง ที่ทำการไปอัฐเชิญพระไตรปิฎกที่อินเดียโดยใช้เวลาไปกลับนานถึง 20 ปี ซึ่งการจะทำอย่างนั้นได้ก้อต้องมีกองทหารที่วางกำลังตามหัวเมืองสำคัญระหว่างทาง เพราะไม่อย่างนั้น ถังซัมจั๋งมีหวังโดนโจรป่าฆ่าตายไปตั้งนานแล้ว ประเทศจีนในยุคนั้นเจริญขึ้นมาวูบเดียวเพราะใช้ยุทธศาสตร์สงครามนำเศรษฐกิจ แต่มันไม่ยั่งยืนหรอกน่ะ เพราะว่าสุดท้ายพอผู้ชายถูกเกณฑ์เข้ากองทัพมากขึ้น จนไม่มีใครมาทำนา แล้วทีนี้ใครจะมาทำนาหาข้าวให้พวกขุนนางกันล่ะเออ

โปรดจงนึกถึงชาวนาก่อความสุขสบายของเหล่าอ๋องเลยอ่ะน่ะ พวกอ๋องคิดแต่เรื่องจะแก่งแย่งกันเป็นใหญ่ในแผ่นดิน จนสุดท้ายประเทศจีนแตกแยกกลายเป็นหัวเมืองน้อยใหญ่ เรียกว่ายุคสิบแคว้น จากที่สู้กับพวกเติร์กหรือไม่ก้อเกาหลี คนจีนก้อหันมาฆ่ากันเอง ราชสำนักอ่อนแอ พ่ายแพ้กองทัพจากตะวันออกครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายชาวนาทนเห็นบ้านเมืองตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่งไม่ไหวพากันก่อกบฎนำไปสู่การล่มสลายของระบบโอรสสวรรค์ จักพรรดิองค์สุดท้ายต้องสละราชสมบัติตอน 2 ชันษา

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

facebook world heat map


เมื่อ facebook มันขยายตัวมาถึงระดับผู้ใช้ 200 ล้าน ก้อลองมาดูกันว่าไอ้ที่ว่าใช้กันมากๆน่ะ มันอยู่ตรงส่วนใหนของโลกบ้าง น่าสนใจว่าทำไมมันมีอัตราการขยายตัวได้มากมายเหลือเชื่อได้ขนาดนี้ โดยส่วนตัวกูอ่ะน่ะ รู้สึกว่าจะเห้นพวกนักเรียนนอกมันใช้กันเยอะ แทบจะใช้กันทุกคนเลยทีเดียว ส่วนสำคัญมันไม่ใช่ที่สำหรับดูรูปหรอกน่ะ แต่รู้สึกได้ว่ามันจะสนุกตรงที่การเขียนข้อความสั้นหากันคล้ายๆอีเมล์แต่ดูง่ายกว่าอีเมล์ ซึ่งการทำให้ข้อความซ้อนๆกันโดยดูข้อความเก่าไปด้วยได้เนี่ยมันก้อมีอยู่แล้วในจีเมล์อ่ะ
นักเรียนนอกแต่ถ้าไม่คิดจะทำให้สังคมมันดีขึ้น มันก้อชิงหมาเกิดเท่านั้นล่ะน่ะ อย่าแปลกใจว่าว่าพวกสถุล parasite host มักจะเข้าใจว่า เสื้อแดง คือ poor people ส่วนเสื้อเหลือคือ elite urban คนที่มีโอกาสเรียนสูงๆไปเมกา ไปฝรั่งเศษ อังกฤษ ประเทศต้นแบบประชาธิปไตย แทนที่จะก้มหัวรับใช้ประชาชน กลับฟุ้งเฟ้อเห่อเหิมคิดแต่จะเอาตีนมาเหยียบหัวประชาชน น่าเสียดาย....

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

The Legend Of The Wall ตำนานพระตะกายกำแพง


เทคโนโลยีอันนึงของ Facebook ที่เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะตัวนั่นก้อคือ The Wall มันเป็นการเขียนโต้ตอบกันไปมาร่ายเป็นทางยาว เหมือนการฝากข้อความเอาไว้ตามกำแพง ความคิดนี้มันเกิดขึ้นมาตอนที่ มาร์ค ชักเก้อเบิก ไปเที่ยววัดป่าอินเตอร์เนชั่นแนลที่ L.A.O. คือว่าพี่มาร์คแกไปเดินดูกำแพงวัด แล้วไปเห็นข้อความที่บรรดาลูกวัดตัวแสบเขียนหากัน ก้อเลยเกิดพุทธิไอเดีย เอามาทำเป็น The Wall ให้พวกมึงใช้เขียนโต้ตอบกันยังไงล่ะ การเขียนกำแพงให้สนุกจะต้องเขียนหากันบ่อยๆ ไม่งั้นมันจะกลายเป็นข้อความสั้นๆที่อ่านไม่รู้เรื่องไปเลย

วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ทำไมต้องฆ่าข่มขืน


โดยปกติแล้วผู้หญิงที่ถูกข่มขืนมักจะไม่เข้าแจ้งความ เพราะถ้าทำแบบนั้นพวกเธอก้อจะถูกข่มขืนซ้ำอีกครั้งในกระบวนการสืบสวน วิธีที่จะลดๆคดีข่มขืนให้มันน้อยๆลงก้อคงจะต้องใช้ศาลเตี้ยตามเก็บเดนนรกพวกนี้อ่ะน่ะ หรือว่านักสิทธิมนุษยชนส้นตีนตัวไหนมีวิธีที่มันดีกว่านี้ก้อลองเสนอมาดู แบบเดียวกับการฆ่าพวกค้ายาเสพติด ใครไม่โดนขี้ยาปล้นบ้าน ชิงทรัพย์มาก่อนคงจะไม่รู้ว่าพวกขี้ยามันสมควรตายมากแค่ไหน

ตกลงว่าประเทศไทยตอนนี้เป็นเผด็จการเต็มรูปแบบไปแล้วหรือยัง ก้อไม่รู้จะเสียเวลาเลือกตั้งไปทำห่าอะไร เพราะสักหน่อยทหารก้อจะออกมาปฏิวัติยึดอำนาจประชาชนตามฟอร์ม เพราะในรัฐธรรมนูญฉบับเผด็จการมันก้อเขียนเอาไว้อยู่แล้วว่า การรัฐประหารเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญและสมควรกระทำบ่อยๆ ฆ่าประชาชนทิ้งสักหน่อยคงจะไม่เป็นไร เพราะยังไงคนประเทศนี้ชีวิตมันก้อไม่มีค่าอะไรอยู่แล้วนิ ถูกฆ่าข่มขืนกันเป็นเรื่องปกติๆนอร์มัลมากๆ

ทำไมพอข่มขืนเสร็จแล้วต้องฆ่าด้วย อาชญากรโรคจิตมักจะฆ่าเหยื่อในระหว่างที่สำเร็จถึงจุดสุดยอด หรือฆ่าตอนที่น้ำควยแตกนั่นแหล่ะ เพื่อเป็นการตอบสนองความดิบเถื่อนในใจของพวกมัน ยิ่งถ้าเสพยาบ้าหรือยาติงต๊องอะไรก้แล้วแต่มาด้วยมักจะข่มขืนจนเหยื่อจนเกิดรอยช้ำบวมรอบช่องคลอด เรียกว่าตายคาควยนั่นแหล่ะ ส่วนขี้ยาก้อจะยิ่งบ่มเพาะสันดานก้าวร้าววิปริตหนักขึ้นเรื่อยๆ ไอ้พวกนี้พออัพยามาหนักๆต่อให้โดนฆ่าตายมันยังไม่รู้ตัวเลย ยิ่งกว่าสวะสังคม

บางทีอาการโรคจิตแบบนี้มันก้อไม่ต่างอะไรกับพวกเสื่อมมวลชนที่เอาแต่มั่วข่าวลวงโลกไปวันๆ เรียกว่าโคตรจะหน้าด้านมากๆเลยอ่ะที่สามารถโกหกคนทั้งประเทศได้แบบหน้าตาย ตกลงว่าเสื้อแดงที่โดนยิงตายกลายเป็นคนทำร้ายประเทศไทยอย่างนั้นเหรอ??? โอย ให้ตาย กูนึกไม่ถึงเลยจริงๆ ถ้าไม่ใช่ขี้ข้าเผด็จการคิดไม่ได้เลยน่ะแบบนี้น่ะ กูจะบอกว่าพวกแม่งหยุดข่มขืนประเทศไทยได้แล้ว พวกแม่งเล่นข่มขืนจนตายแล้วข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำอีก แถมยังทารุณศพอีก

bottomless









วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Change the world (High Quality)

ถ้าจะให้โทษว่าใครส่งเสริมให้นักการเมืองโกงกิน นั่นก้อคือประชาชนนั่นแหล่ะ เมื่อประชาชนไม่ต้องการคนมีความรู้ ใจซื่อมือสะอาด แต่กลับต้องการนักธุรกิจการเมืองที่สามารถตอบสนองข้อเรียกร้องสารพัดจากประชาชนได้ ซึ่งนักการเมืองก้อเอาเงินประชาชนมาแจกประชาชนเหมือนเดิมนั่นแหล่ะ ซึ่งตามหลักประชาธิปไตย นักการเมืองจะแดกจะกินยังไงนั่นก้อเพราะประชาชนเลือกมาแล้ว ถ้าไม่พอใจก้อไปอยู่กับเผด็จการจีนแดง หรือพม่านู่นเลย ประเทศเผด็จการบางทีคนอดตายปีละสิบๆล้านยังไม่เป็นข่าวเลย

ถามว่าแล้วอย่างนี้จะปล่อยให้นักการเมืองโกงกินตามใจชอบอย่างนั้นเหรอ ป่าว ทางออกของเรื่องนี้ก้อคือการให้ความรู้กับประชาชน การเพิ่มคุณภาพของประชาชนให้มากขึ้น เปรียบเทียบกับกรณีของการที่กูเกิ้ลส่งเสริมให้มีการสร้างเว้บขยะให้มากขึ้นเพื่อหากินกับขยะ adsense ถามว่าทำไมกูเกิ้ลเก็บเว้บขยะเอาไว้ ทำไมต้องสิบมาตรฐาน ทำไมไม่ให้ความรู้กับประชาชนว่าจะหลีกเลี่ยงเว้บขยะยังไง ทำไมกูเกิ้ลไม่เคยเขียนถึงเรื่องเว้บขยะเลย วัวสันหลังหวะมันก้อเป็นอย่างนี้น่ะแหล่ะ ไม่มีใครออกกฎหมายมาเล่นงานตัวเองหรอกน่ะ

มันเลยต้องมีมูลนิธิหรือองค์กรอิสระที่รักความเป็นธรรม คอยเสียสละมาให้ความรู้กับประชาชนอีกทีนึง ซึ่งมันไม่ง่ายเลย เพราะประชาชนนอกจากจะเป็นประเภทโง่แล้วอวดฉลาด ยังเสือกฉลาดแต่เรื่องโง่ๆ ใครพยายามสอนเรื่องกลโกงสร้างฝันหาเงินออนไลน์ หรือเรื่องไวรัสในเว้บ จะรู้ซึ้งเลยว่า ควายๆทั้งหลายเหล่านี้แม่งสอนโคตรจะยาก เรียกว่าสอนไม่ได้เลยอ่ะ ถ้าคิดจะปฏิรูปการเมืองภาคประชาชน ไม่ใช่การป้องกันการซื้อเสียงซึ่งเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่การออกโฆษณารณรงค์ห้ามขายเสียงซึ่งสุดแสนจะงี่เง่า แต่ต้องเริ่มจากประชาชนเป็นตัวกำหนดทิศทางของรัฐบาล

แต่ถ้าประชาชนยังงมงายหลงเชื่อกระบอกเสียงของเผด็จการ อันได้แก่ ฟรีทีวี และหนังหนังสือพิมพ์เหี้ยๆจัญไรๆรับใช้ทหาร ก้อคงจะป่วยการเปล่าที่จะเอ่ยอะไรออกมาให้ควายมันฟัง ชอบกันมากใช่ไหมกับการที่ปล่อยให้ความอยุติธรรมมันครองเมืองน่ะ หรือจะงอมืองอแตดรอรับชะตากรรมก้อเรื่องของมึง หรือจะมาร่วมกันเปลี่ยนโลกเน่าๆให้มันดีขึ้นบ้างสักนิดก้อยังดี อย่าถามหาความเป็นกลางจากกูเลยน่ะ กูไม่มีหรอก เพราะยังไงกูก้อต้องเข้าข้างความถูกต้องอยู่ดี สาธุฯ

วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

แผลเป็น ที่ระลึกจากวันสงกรานต์เลือด


แผลตกสะเก็ด แต่ยังฝากแผลเป็นเอาไว้ ช่วงนี้ก้อต้องใช้ครีมลบเลือนริ้วรอยทาถูทาถูไปก่อนอ่ะน่ะ ถ้าไม่ได้ยังไงจะสัก tattoo ปิดแผลเป็นก้อแล้วกัน