วันพุธที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2551

pagerank เลขอาถรรพ์


พอดีว่าจะเขียนถึงเรื่อง pagerank ซ่ะหน่อย เพราะว่าบล้อกกูเพิ่งได้ค่า pagerank 2 มาหมาดๆ ซึ่งถ้าใครอยากเห็นก้อต้องโหลด google toolbar ver.5 มาใส่เครื่องก่อนน่ะ แล้วจะเข้าใจว่าไอ้ตัวเลขใบ้หวยเหล่านี้มันคืออะไร แล้วทำไมถึงต้องมีการไขว่คว้าฟ้าดาวเพื่อที่จะให้ได้ค่า pagerank มากๆ ซึ่งค่าตัวนี้มันแปลกดี ซับซ้อนแต่ก้อซื่อตรงจนออกจะเซ่อๆ อย่างเช่น http://kuayvista.blogspot.com กับ http://www.kuayvista.blogspot.com มันก้อหน้าเดียวกันชัดๆ เพียงแต่ใช้วิธี 301 redirect ก้อเท่านั้น แต่กลับมีค่า pagerank ไม่เท่ากัน มันแปลกดีไหม นี่เลยกลายเป็นที่มาของเว็บที่ขายลิ้งค์ เช่น yahoo directory เนี่ยขายลิ้งค์ละ 299 เหรียญ ที่อื่นก้อขายอย่างต่ำ 39 เหรียญ ซึ่งมันก้อทำรายได้ให้กับคนที่ทำเว็บขายลิ้งค์ ได้มากทีเดียว คิดว่าน่ะ เพราะว่าเห็นแย่งกันเปิดหาลูกค้า ในที่นี้จะกล่าวถึงการแลกลิ้งค์ หรือ reciprocal link หรือจะเรียกว่าลิ้งค์แบบไปกลับ ในความคิดของกูมันก้ออันตรายทีเดียว เพราะว่าชอบมี ads bot ไต่มาตามลิ้งค์แล้วบอมบ์คลิ้กโฆษณาชนิดมันส์มือ ซึ่งมันก้อไม่ได้เสียหายมากเท่าไหร่แต่สร้างความรำคาญให้มากทีเดียว
ดังนั้นถ้าจะสร้างลิ้งค์ก้อให้เว็บประเภทค้นหาอะไรก้อเจอเป็นคนทำจะดีกว่า เพราะว่าเป็นหน้าที่ของพวกมันที่จะสร้างเนื้อหาอยู่แล้ว ยังไงกูก้อเชื่อว่าการให้บล้อกโตด้วยตัวของมันเองย่อมจะดีที่สุดอ่ะน่ะ เอาเวลาไปพัฒนาเนื้อหาจะดีกว่าไหม ดีกว่าจะงมงายกับ pagerank ที่เป็นแค่ตัวเลข ซึ่งสูตรการหาค่า pagerank ก้อคือ ลิ้งค์เข้า แสคร์รูตด้วยลิ้งค์ออก ยกกำลังด้วยโชคดีหารด้วยโชคร้าย ซึ่งจะเห็นว่ามันก้อเปลี่ยนไปเรื่อยอ่ะน่ะ แต่คำค้นหาที่ค้นเข้ามาในเว็บเราเนี่ยมันจะติดตัวเราไปนานจนบางคำไม่มีใครมาแย่งไปได้ น่าแปลกใจที่คำว่า หาคู่เย็ด กลายเป็นสัญลักษณ์ของบล้อกกูไปซ่ะแล้ว ดูจากผลการค้นหา และก้ออันดับจาก google webmaster tool จะเห็นว่า คนส่วนใหญ่จะเข้ามาที่บล้อกนี้ผ่านคำว่า ควย หีใหญ่ เห็นหี แต่จะมีบางคำที่อยู่อันดับดี ถึงดีมาก เช่น หาคู่เย็ด ดูดแตด คนหีใหญ่ เห็นหี ทำไมน้ำมันแพง รูปคนเย็ดกัน อะไรทำนองนี้ เนี่ยแหล่ะที่เขาว่า redhat seo ซึ่งปีนี้ว่างหน่อยจะได้เดินเครื่องเต็มที่กันไปเล้ยย วางแผนเอาไว้แล้ว แต่ก้อนิ่งมานาน รู้สึกอยากจะทดลองว่าการโปรโมตบล้อกในแบบของกูมันจะเป็นยังไง สไตล์กูอยากจะเขียนห่าอะไรก้อเขียนไปเหอะ เด๋วมันก้อมีเหี้ยเข้ามาอ่านเองแหล่ะ จริงๆกูก้อไม่ได้หวังผลเลิศอะไรมากมาย ถ้ามีแรงก้อทำ เหนื่อยก้อหยุดอ่ะน่ะ ไม่ได้ว่างมากแบบพวกติดแชต ติดเกมส์
เอาเวลาว่างมาเขียนบล้อกก้อยังดีกว่าเอาเวลาไปเย็ดกันจนน้ำแตกน้ำแตนโดยไม่เกิดประโยชน์ห่าเหวอะไรเลย ถ้าเกิดไอ้อาจารย์นกmountain นั่นมันเอาเวลามาบล้อกแทนที่จะไปเย็ดปากนักศึกษาสาว มันคงจะไม่ต้องอับอายคนทั้งประเทศแบบนี้ สำหรับบล้อกเหี้ยๆอายุ 7 เดือนอันนี้ ยังดีที่มีคนติดตามอ่านมั่งสงสัยจะเป็นพวกโรคจิตหรือไม่ก้อเพิ่งจะอดยา แม้ว่าจะไม่เปิดโอกาสให้พวกมึงเสียเวลาคอมเม้นต์เลยก้อตามที ไม่จำเป็นต้องมาให้กำลังใจกูอะไรทั้งนั้น ขอโต้ดด ไม่เคยต้องการความเห็นใจหรอกโว้ยย ขอแค่ให้กูได้อยู่อย่างสงบในโลกส่วนตัวจะดีก่า ไม่อยากจะมาเสียอารมณ์กับเรื่องไม่เป็นเรื่อง การทะเลาะกันในเน้ตให้เป็นเรื่องของพวกโง่งี่เง่าที่สมองอยู่ที่หัวแม่ตีนจะดีกว่าน่ะ peace...

โปรแกรมแปลง pdf ที่เปี่ยมฤทธานุภาพสุดๆไม่ได้โม้

ปัญหาในการคัดลอกข้อมูลที่กูเจอบ่อยๆก้อคือ การแปลงไฟล์ pdf ให้กลายเป็น word ซึ่งบางทีมันทำไม่ได้ใช่ไหม เพราะว่าโปรแกรม pdf creator มักจะมีการสั่งให้ห้ามการคัดลอกไว้ด้วย ซึ่งการจะคัดลอกต้องพิมพ์ด้วยมือจนกว่ามือจะหยิก หีจะแหก ซึ่งสังเกตุว่าไฟล์ pdf ที่ห้ามการสำเนาเนี่ยมันสร้างความรำคาญให้กับทุกท่านใช่ไหมค่ะ แต่นั่นจะเป็นอดีต เพราะว่าเรามีสุดยอดนวัตกรรมในพื้นพิภพมานำเสนอ นั่นก้อคือ ABLE2EXTRACT version 4.0, Standard Edition จากบริษัท INVESTINTECH.COM INC. ที่สำคัญก้อคือฟรี กูก้อชอบใช้ตัวนี้อ่ะน่ะ เพราะเห็นว่ามันแปลง pdf ได้ตลอดไม่มีพลาดซ่ะที ซึ่งกูก้อโหลดโปรแกรมแปลง pdf มามากมายหลายสิบ ทดลองจนหมด ก้อเหลือตัวนี้ตัวเดียวที่พอจะพึ่งพิงได้อ่ะน่ะ ไม่ต้องกังวลกับภาษาที่ผิดเพี้ยนอีกแล้ว เพียงมึงมี ABLE2EXTRACT เพียงโทรหาแม่มึงภายในสิบนาทีนี้ แหม กูทำตัวยังกะหน้าม้ายังไงไม่รู้ แต่มันก้อช่วยกูได้มากจริงๆ อย่างน้อยกูก้อไม่ได้มาหลอกพวกมึงให้โหลดอะไรแปลกๆไปใช้หรอก แม้ว่าพวกมึงจะโง่บัดซบสักแค่ไหนก้อตามทีซึ่งหลักการที่มันใช้ในการถอดรหัสก้อคือ javascript นั่นเอง ซึ่งการฝัง javascript ลงในไฟล์ pdf เนี่ยมันก้อไม่ได้ยากอะไรน่ะ เพื่อที่จะกำหนดว่าเราจะทำอะไรกับไฟล์ตัวนี้ได้มั่ง ดังนั้นการแก้ javascript ก้อต้องใช้ javascript ใช่ไหมล่ะ เรียกว่าเกลือจิ้มเกลือ ควยจิ้มหีอะไรประมาณนั้นแหล่ะ งงล่ะสิไอ้สัตว์ กูแค่อยากบอกว่าประสิทธิภาพสำคัญกว่าความสวยงาม วิสต้าสุดท้ายมันก้อแค่เป็ดง่อย มันช่วยให้ชีวิตพวกมึงดีขึ้นหรือเลวลงคำตอบอยู่ที่พวกมึงเอง เหี้ย สเป็คเครื่องสำหรับโปรแกรมนี้Minimum Software Requirements
Operating System: Windows 98, ME, Windows NT 4.0, 2000, XPAdditional Software: Microsoft Office 2000, 2002/XP
Minimum Hardware Requirements
Processor: Intel Pentium processor, or equivalent Hard Drive Space: 40MB of available hard-disk spaceMemory: 256MB RAMMonitor: VGA 16 color 640x480 screen resolution




วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2551

seo is a message

กูก้อคิดอ่ะน่ะ หลักการ seo มันควรจะเป็นอะไร ในเรื่องของ link กูอยากจะให้มันเกิดเองตามธรรมชาติจะดีกว่าอ่ะน่ะ แล้วหันมาสนใจกับคำ มันก้อแค่คำ คนจะเข้ามากเข้าน้อยมันก้อขึ้นอยู่กับคำที่เราใช้ เพราะมันยากที่เราจะไปสร้าง backlink จำนวนหลายๆหมื่นเพื่อเรียกผู้ชม แต่ถ้าเราเล่นกับคำ จะเป็นการเรียกผู้ชมที่คุ้มค่าการเสียเวลามากกว่าง่ะ สังเกตุว่าระยะนี้การทำ seo กับภาษาไทยเริ่มจะรุนแรงยิ่งขึ้น สแปมคีย์เวิร์ดก้อชักจะหนักข้อกันขึ้นทุกที ถ้าคิดจะทำ whitehat seo ก้อแค่เขียนไปเรื่อยๆก้อเท่านั้น เพราะกูก้อไม่ได้ปรับแต่งอะไร เรื่องของระบบอัลกอริธึ่ม มันมีอะไรที่เข้าใจไม่ได้ผสมอยู่มาก ไม่มีใครบอกได้หรอกว่าการสร้าง backlink มันจะดีหรือร้าย แต่เท่าที่เจอไม่ค่อยประทับใจเอาซ่ะเลย thumb down อย่างที่เขาว่าโลภมากมักลาภหาย แต่การเพิ่มเนื้อหาในแบบเฉพาะมันย่อมจะดีแน่ๆ แต่สุดท้ายสแปมคีย์เวิร์ดก้อยังครองเมืองอยู่ดี ทำไมหนังสือพิมพ์มันไม่เอาไปลงมั่งว่ะ ว่าปัญหาสแปมในเน็ตเนี่ยมันรุนแรงแค่ไหน หรือมีปัญญาแค่จะลงข่าวพระhi5ฉาว แม่ง โง่แล้วยังเสือกกวนตีนอีก คิดจะแก้ปัญหาในเน็ตแต่เข้าใจปัญหาในเน็ตดีแค่ไหน หรือรู้อยู่อย่างเดียวว่ารูปโป๊มันผิดกฏหมาย แล้วรูปโป๊ในเว็บใหญ่ๆอ่ะไม่คิดจะทำห่าอะไรมั่งเลยเหรอ ไอ้พวกส้นตีน แม่งส้นตีนทั้งไอซีทีกะไอ้พวกกระทรวงวัดนะทำน่ะแหล่ะ ไม่รู้จะมีไอ้พวกเหี้ยเนี่ยไว้ทำไมก้อไม่รู้

บันทึกรักน้ำหี 1 ลิตร























อ่ะน่ะ ตอนนี้เว็บลามกเป็นเหยื่อซ่ะแล้น ถูกหาว่าเป็นตัวกระตุ้นจิตให้เด็กสิบขวบรุมโทรมเด็กหญิงเจ็ดขวบ ไม่ใช่มันจะเล่นพ่อแม่ลูกกันเหรอ เด็กสิบขวบเนี่ยมันเย็ดหีเป็นแล้วเหรอ ไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุกามแต่อย่างใด เหี้ย แต่ไม่ใช่การรุมโทรมแบบที่กรรมกรหื่นกามปีนหอรุมเย็ดนักศึกษาอะไรแบบนั้น อาวล่ะถ้าคิดว่าหีเป็นต้นเหตุของการเย็ดกัน ดังนั้นเวลาเห็นใครแต่งตัวโป๊หรือรัดรูปโชว์โหนกหีหรือ สั้นจนปิดหีไม่มิดก้อต้องถือว่าผิดกฏหมายน่ะ เพราะเป็นเหตุให้ควยแข็ง หรือจะตามปิดเว็บลามกก้อเชิญ มีประมาณร้อยกว่าล้านเว็บเอง ใช้เวลาปิดไม่ถึงร้อยปีหรอกน่ะถ้าคิดจะเริ่มตั้งแต่วันนี้ อาวล่ะเวลาคนมันใช้ msn messenger นัดเด็กไปเย็ด ตำรวจหัวควยจะต้องตามไปปิด messenger ด้วยไหม หรือโจรใช้ควยเย็ดหีนักศึกษาสาว ทำไมไม่ริบของกลาง ไอ้สัตว์ นักการเมืองคอรัปชั่น ความผิดมันเป็นเพราะประชาชนที่โง่เสียภาษีไปให้นักการเมืองแดกใช่ไหม ลองๆอ่านดู แล้วจะเข้าใจว่าถ้าคิดจะแก้ปัญหาต้องเปิดกระโปกแล้วมองโลกแห่งความเป็นจริง จะมัวแต่ดัดจริต รับไม่ได้กับความหื่นกาม แบบนั้นมันก้อไม่ต่างอะไรกับคนไข้ที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองป่วย แล้วจะรักษาได้ยังไง โอย กูอยากจะอาเจียนไม่เชื่อก้อเข้าไปดูเว็บมือถือสากอย่าง perfspot ก้อได้น่ะ เว้บที่อ้างตัวว่าคุณธรรมสูงส่งไม่ส่งเสริมการลงรูปผู้หญิงแก้ผ้า แต่การกระทำมันยิ่งกว่าตอแหล ตราบใดที่หียังขายได้อ่ะน่ะ หีแหกควยถอก






วันเสาร์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2551

ผิดหวังกะ openid


ตอนแรกอ่ะน่ะคิดว่าโครงการ openid จะเป็นการใช้ user name และ password ร่วมกับระหว่างเว็บต่างๆ แบบเดียวกับที่ ใช้ yahoo mail ร่วมกับ flickr แต่เอาเข้าจริงก้อต้องมาสมัครใหม่อยู่ดี มันก้อคล้ายๆกับการใช้ชื่ออีเมล์ในการ log in เหมือนกับที่ตอนใช้ myspace facebook perfspot อะไรทำนองนั้น ซึ่งมันก้อไม่ได้มีห่าอะไรแปลกใหม่เลยง่ะ มันก้อแค่วิธีการโปรโมตเว็บไซต์อีกแบหนึ่งก้อเท่านั้น ตอนนี้สถานการณ์อาหารขาดแคลนจริงๆ เพราะผู้คนในอังกฤษ อเมริกา เริ่มจะค้นหาคำว่า สแตมป์อาหาร food stamp เพิ่มมากขึ้น สแตมป์อาหาร ก้อคือ ส่วนแบ่งอาหารที่รัฐแจกให้คนยากไร้ จากเดิมที่ผู้คนค้นหาแต่คำว่า myspace facebook bebo porn สุดท้ายผู้คนจะเข้าใจว่าไอ้เว็บไร้สาระพวกนี้มันไม่มีประโยชน์ห่าอะไรเลย แทนที่จะเอาเวลาเล่น hi5 เกม์ออนไลน์ไปอ่านหนังสือ ทำการบ้าน หรือ ทำสวนผัก ป่าวเลย เยาวชนยังงมงายกับสิ่งหลอกลวงเหล่านี้ สมน้ำหน้าพวกมัน ที่ตกเป็นเหยื่อการตลาดของบริษัทโฆษณา สิ่งที่มีค่าจริงๆสำหรับชีวิตคนเรา มันอยู่ในท้องไร่ท้องนาโน่นแน่ะ จะสำนึกกันสายไปหรือเปล่าเนี่ย ราคาผัก ผลไม้ ข้าว ที่ตกต่ำมานาน ทำให้ชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา เปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมันและยางพารา กันจนจะหมดแล้ว เพื่อจะลงโทษผู้คนที่มัวเมากับวัตถุนิยม วันไหนหิวข้าวก้อเชิญแดกมือถือหรือเว็บhi5แทนก้อแล้วกัน ไอ้พวกเฮงซวยรายได้ถึงจะเพิ่มขึ้นแต่ก้อขึ้นไม่ทันราคาอาหารอยู่ดี แต่ก้อดีหน่อยที่ราคาเหล้า บุหรี่ อะไรพวกนี้มันขึ้นราคาไปด้วย คนจะได้ลดของพวกนี้ลงหน่อย น้ำมันขึ้นแล้วไง รถก้อยังขายดี แก้งค์ซิ่งก้อยังออกกวนเมืองเหมือนเดิมนิ ต้องรอให้ลิตรละ 50 บาทก่อนล่ะมั้ง บ้ากันเข้าไปไอ้เว็บเพลง เว็บคลิป hi5 มัวแต่จะเล่นจนไม่คิดทำการทำงาน เมื่อไหร่คนไทยจะคิดได้และกลับไปใช้ชีวิตเรียบง่ายเหมือนในอดีต หรือต้องรอให้อดตายกันหมดก่อน เหี้ย

วันศุกร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2551

คนไทยจะไม่อดตาย แต่ฆ่าตัวตาย


อ่ะน่ะ ตอนนี้หลายคนอาจจะคิดว่าถ้าเราไม่มีข้าวกิน เราจะไปกินอะไรดี ก้อขอแนะนำให้ไปกินขี้ก้อแล้วกัน เพราะว่ามีสารอาหารที่ร่างกายต้องการครบถ้วนอยู่แล้วนิ จนแล้วต้องเจียม จะไปหากินอะไรดีๆแบบนักการเมืองโกงกินหรือข้าราชการกังฉินมันคงจะเป็นไปไม่ได้คนไทยต้องหัดหาอะไรมากินแทนข้าว อย่าไปยึดติด ข้าวมันแพงก้อกินขี้แทน น้ำมันแพงก้อเดินเอา ไฟฟ้าแพงก้อใช้แสงจันทร์แทน น่าสนใจว่าต่อไปคนไทยจะอยู่กันยังไงน่ะ ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าคอรัปชั่นบานเป็น
ดอกเห็ดนั่นเอง คนดีเสียสละไม่ได้รับการปกป้องจากประชาชน แต่คนชั่วกลับได้รับการส่งเสริม กรรมมันตามสนองคนไทยซ่ะแล้ว ชนิดที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ กูคิดว่าต่อไปอาจจะไปอยู่แบบไอ้โฆษณาพอเพียงอะไรนั่น แปลกดี เพิ่งเห็นแค่ครั้งเดียว ไปอยู่ตามหัวไร่ปลายนา มันก้อคงจะสนุกดี เหนื่อยโคตรแต่ไม่เครียด อย่างกูก้อบางทีเก็บผลไม้ กว่าจะได้แต่ละต้น อ้วกจะแตก แถมบางทีขายยากอีกแฮ่ะ
ทีของฟุ่มเฟือยน่ะซื้อกันจัง แต่ของกินเนี่ยไม่ยอมจ่ายง่ายๆเลยน่ะ ดังนั้นปล่อยให้อาหารราคาแพงไปเหอะ ให้คนโง่มันเอาเงินไปซื้อรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ มือถือ ห่าเหวอะไรของมันไป แล้วก้อมาแดกแต่น้ำพริก เวลาไม่มีเงินก้อออกหาลักขโมยสายไฟ ป้ายบอกทาง ไปตามเรื่อง อย่างว่าประเทศนี้มันกำลังพัฒนาไปสู่ความด้อยพัฒนา ตราบใดที่ยังไม่เปลี่ยนระบบการศึกษาที่สอนคนให้เลิกเห็นแก่ตัว การรับน้องที่ว่าดีนักดีหนา ส้นตีนเหอะ ชีวิตคนเรามันไม่ได้เปลี่ยนง่ายๆด้วยพิธีแบบนั้นหรอก ถ้าจริงใจกันจริงๆก้อต้องตามช่วยไปนานๆจะดีกว่าน่ะ ไป
เป็นสตาฟฟ์เชียร์จนหาเวลาอ่านหนังสือไม่ได้เนี่ย พ่อแม่พวกมึงจะคิดกันยังไง มนุษย์เป็นสัตว์สังคม มันจะเข้าหากันเองแหล่ะน่ะ ไม่ต้องไปสอนมันหรอก เหี้ย เอาเวลาไปห่วงตอนที่ตกงานจะดีกว่ามั้ง ตอนนี้อาจจะห่วงแต่
เรื่องเที่ยว เรื่องเย็ด แล้วเวลาออกไปเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงจะรอดไหมล่ะเนี่ย เด๋วกูจะหาเชือกเอาไว้คนละเส้นอ่ะน่ะ แต่หมาที่บ้านกูมันก้อไม่เดือดร้อนอะไร ให้ข้าวกินทำเป็นเมิน จะกินลูกชิ้น พิซซ่าไปนู่น กินดีกว่าคนอีก

วันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2551

บังคับอมนกเขาแลกเกรด




จากเหตุการณ์อัปยศที่อาจารย์นกเขาบังคับนักศึกษาสาวให้อมควยเพื่อแลกเกรด เลยทำให้นักศึกษากะหรี่พากันตื่นเต้นดีใจกันยกใหญ่ เพราะต่อไปจะได้ไม่ต้องอ่านหนังสือทำการบ้านให้ปวดหัวอีกแล้ว เพียงฝึกฝนการโม้คควยให้ชำนาญ เท่านี้ต่อไปเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจะไปไหนเสีย ส่วนนักศึกษาหน้าตาขี้เหร่ก้อต้องทำใจ หันกลับไปอ่านหนังสือต่อ แม้อยากจะอมก้อไม่ได้อมกะเขามั่ง จริงๆนกเขามันก้อชุกชุมทกมหาลัยน่ะแหล่ะ ความเงี่ยนไม่เคยปราณีใคร เฒ่าหัวงูที่มาหาจับเด็กมหาลัยก้อมีไม่ใช่น้อย นกเขาบินข้ามเขา ไมใช่นกเราเฝ้าแต่แลดู ตัวเมียตีปีกพั่บๆๆๆๆๆๆ ตัวผู้ขานรับ เสร็จกูๆ






ไทยจะเป็นมหาอำนาจโลก

อืมมม ตอนนี้ชะตากรรมของชาวมัฌิมโลกตกอยู่ภายใตอุ้งตีนของชาวนาไทย เหมือนเมื่อครั้งที่ฮอบบิตจากไชน์เคยกุมชะตาโลก ทำเป็นเล่นไป ถ้าเกิดว่าชาวโลกอดอยากจนถึงขั้นกินกันเองอะไรจะเกิดขึ้น สงครามเพื่อแย่งน้ำ แย่งอาหารจะมาเยือน มันอาจจะถึงเวลาแล้วก้อได้ เหมือนอย่างตอนเรียนสังคมศึกษา ส301 กูยังจำได้อ่ะน่ะ อาจารย์บอกว่าสงครามโลกจะเกิด เพราะมันจำเป็นต้องเกิด ไม่มีใครอยากให้มันเกิดหรอก แต่เมื่อถึงภาวะที่ประชากรล้นโลก การแบ่งปันทรัพยากรทำได้อย่างยากลำบาก เป็นไปได้ไหมที่ประเทศมหาอำนาจอื่นจะยกทัพบุกสยามเพื่อแย่งชิงที่นา เมื่อคนอดอยาก กลียุคก้อจะบังเกิดเมื่อนั้น เหมือนอยางตอนที่เมืองนิวออร์ลีนถูกพายุแคทรีน่าถล่ม ผู้คนต่างพากันเป็นโจร ปล้น ฆ่า ข่มขืนกันเอง การที่ไทยจะกำหนดราคาข้าวให้แพงมั่ง มันก้อไม่น่าจะเสียหายอะไร แล้วทำไมวินโดวส์วิสต้า แผ่นเดียวราคายังเกือบสองหมื่น ข้าวจะตันละสามหมื่นมั่งเนี่ยจะเป็นไรไป สำหรับประเทศยากจนก้อกำหนดราคาขายไปอีกระดับหนึ่งสิ เท่านี้ประเทศยากจนเหล่านั้น มันก้อจะติดหนี้บุญคุณสยามประเทศแล้ว ฮ่องกงยังต้องขอร้องให้ไทยขายข้าวให้เลย ประเทศญี่ปุ่นเองก้อต้องยอมรับความจริงว่า ถ้าไม่ซื้อข้าวจากไทยจะไปซื้อจากไหน มีปัญญาซื้อเกมส์แพงๆ แต่มากลัวข้าวแพงเนี่ยมันยังไงอยู่ ซื้อเอาไปทำโซบะก้อแล้วกัน ถ้าข้าวไทยมันแย่จนแดกไม่ลงอ่ะ ปัญหามันกระทบเป็นลูกโซ่มาตั้งแต่การตัดไม้ทำลายป่าแล้วง่ะ การปล่อยสารพิษลงแหล่งน้ำ ปล่อยควันพิษขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ สุดท้ายก้อต้องรับผลกรรมที่ก่อไม่ว่าช้าหรือเร็ว เหมือนอย่างในเรื่อง long love letter ที่ฉาย ไอทีวี สมัยก่อนง่ะ ต่อไปโลกจะเป็นทะเลทรายแหงมๆ

วันพุธที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2551

myspace หน้าหี












myspace คือ social network ที่มีคนไปสร้างโปรไฟล์เอาไว้มากกว่า 400 ล้านโปรไฟล์ เป็น active user ประมาณ 60-70 ล้านโปรไฟล์ ซึ่งมันก้อไม่ได้มีอะไรน่าสนใจหรอกน่ะ ด้วยการออกแบบที่ค่อนข้ารกรุงรังเป็นรังหนูอ่ะ ประโยชน์อย่างเดียวที่เห็น คือการ spam friend เพื่อสร้าง pagerank ก้อเท่านั้น ถ้าใช้โปรแกรมช่วยอาจจะสร้างเพื่อนหลอกๆได้วันละ500 หรือมากกว่านั้น SUCK IT, MYSPACE!ซึ่งไม่ว่าจะทำห่าอะไรก้อเป็นการเสียเวลาเปล่าๆปลี้ๆทั้งนั้น คนที่จะใช้ประโยชน์จากมันก้อคงจะมีแต่ spammer เท่านั้นจริงๆอ่ะน่ะ ตอนนี้ myspace ก้อกะลังจะหากินกับรูหีอย่างเดียวซ่ะล่ะมั้ง ปากก้อประกาศปาวๆว่าจะลบรูปโป๊ออกจาก myspace ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง แม่งอยากเรียกคนดูมากเลยแอบๆมาทำโปรไฟล์กะหรี่เอาไว้ซ่ะเกลื่อน ซึ่งถ้าโปรไฟล์ไหนของ myspace มีคนใส่บิกินี่มาแหกแข้งแหกขาให้ดูแบบนี้ ก้อเชื่อได้เลยว่า myspace มันทำเองมัน แต่ถ้าใครเข้าในบางโปรไฟล์ของ myspace จะเจอกับการ cloacking มันคืออะไร คือแทนจะเข้าไปที่โปรไฟล์นั้น แต่กลับจะถูก redirect ไปยังเว็บไซต์ลามกอันอื่นแทน ถ้าใครยังไม่เข้าใจว่า cloacking คืออะไร ก้อต้องไปดูหนัง matrix เวลาเปิดประตูเข้าไปในห้องครัวแต่กลับเสือกไปโผล่บนยอดเขา นั่นแหล่ะคือการ cloacking หน้าที่เข้าไปไม่ใช่หน้าที่เราเข้าไป เหี้ยเอ้ย งง สัดๆ ซึ่งหน้าหลอกแบบนี้มีอยู่ใน myspace มากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งแน่นอนว่า myspace รู้เห็นเป็นใจ เพราะว่ามันเรียกคนดูได้ดี อ่ะน่ะ ใครรู้มั่งว่ารายได้หลักของ myspace มาจากไหน ก้อมาจากคนที่คลิ้กลิ้งไปเว็บขายไวอากร้างัยล่ะ ควยถอก ไม่ยักรู้ว่าควยไม่แข็งเนี่ยเป็นปัญหาใหญ่ยิ่งกว่าโลกร้อนเสียอีก หลายคนว่าควยไม่แข็งขอตายดีกว่า เหตุผลส้นตีน เรื่องจริงอีกอย่างที่ไม่น่าเชื่อ คือพวกหัวงูเข้าไปหาทางติดต่อกับเด็กหญิง เพื่อจะได้เย็ดหีเด็ก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่มีไอ้แก่ที่ได้ฟันเด็ก เป็นจำนวนมากทีเดียว ทีนี้ไอ้แก่ฟันเด็กที่เหลือก้อเลยแห่เข้าไปหาหีเด็กกันจ้าละหวั่น ซึ่งเท่าที่เป็นคดีความกันเนี่ยก้อหลายสิบรายทีเดียวน่ะ และไอ้กฏ ต้องอายุเกิน 18 ปีนั่น ก้อมีแค่เอาไว้กันตัว myspace จากโทษทางกฏหมายเท่านั้น ซึ่งมันฟังดูปัญญาอ่อนสิ้นดีสิ่งที่กูอยากจะให้มีการเปลี่ยนแปลงใน myspace ก้อมีดังนี้น่ะ
-ไม่ต้องมีสแปมเพื่อนจากเว้บลามก
-เขียนภาษาไทยใส่ได้ซ่ะที กูเข้าไปเวอร์ชั่นภาษาละตินแล้วก้อไมรู้จะเปลี่ยนกลับตรงไหน
-เลย์เอ้าโปรไฟล์ที่ปรับแต่งจนเละ ไม่ควรมีเล้ย
-เข้าไปดูได้โดยไม่ต้องลงทะเบียน-เมื่อไหร่ไอ้เหี้ยทอมมันจะเปลี่ยนรูปมันซ่ะทีเนี่ย

และก้อมีอีกข้อสังเกตุหนึ่ง ก้อคือ ถ้าเว้บsocial network ตัวไหนทำโฆษณากับกูเกิ้ล จะมีการห้ามทำ meta search มันคืออะไร ห้ามการค้นหาจาก tag ยังไงล่ะ มันทำให้การค้นหาหน้าโปรไฟล์ที่ว่าจากกูเกิ้ลทำไม่ได้ เพราะกูเกิ้ลไม่มีระบบ meta search คือหน้าที่ห้าม meta search จะไม่ได้รับการอินเด็กซ์จากกูเกิ้ลในส่วนของ meta tag ซึ่งเป็นอะไรที่เข้าใจยากมากสำหรับพวกมึงอ่ะ อันนั้นมันไปถึงระดับวิศวกรรมเครือข่ายโน่นเลย ซึ่งต่อมาระบบ tag กลับไปมีบทบาทอยู่บน social bookmark อย่าง Digg, Reddit, Furl, del.icio.us, Ma.gnolia, Blinklist อืมม วันนี้คงต้องพอแค่นี้ก่อนเด๋วพวกมึงจะงงตายชัก จริงๆกูเขียนให้อ่านง่ายแล้วน่ะ ถ้าพวกมึงไปเจอไอ้พกแปลข่าวแบบตรงๆ แบบ blognone ล่ะก้อ มึงจะงงกว่านี้ เพราะไอ้พวกเหี้ยนั่นมันเล่นแปลแบบตรงตัวคำต่อคำ ไม่คิดจะมาดัดแปลงอะไรเล้ยย




ลมสงบก่อนพายุจะมา


สถานการณ์ตอนนี้ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด อ่ะน่ะ อย่างที่สุภาษิตจีนกล่าวไว้ว่า ลมสงบก่อนพายุฝนดาวตกจะมา เมื่อคืนฟ้าร้องฟ้าแลบหนักมาก แต่ไม่ยักกะจะมีฝนซักเม็ด สภาพอากาศแบบนี้ กูไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ นึกถึงคำสาบานที่ให้ไว้กะป้าอ้วนที่ว่าจะเอาค่าก๋วยเตี๋ยวที่ค้างแกไว้มาจ่ายแน่นอน แต่สุดท้ายกูก้อชักดาบจนได้ หน้าฝนระวังด้วย ไอ้พวกที่ชอบสาบานน่ะ

Link Popularity

Links for kuayvista.blogspot.com
0 Google
35 Yahoo
35 AllTheWeb
35 AltaVista
0 MSN
+___________105 total links
น่าแปลกดีเหมือนกันที่ไม่มีแบ็คลิ้งค์มาจากกูเกิ้ลเลย ทั้งที่ก้อเจอบล้อกกูอยู่ในกูเกิ้ลมิใช่น้อย ยังมีอะไรอีกมากมายที่ต้องศึกษาอ่ะน่ะ ขอบใจมากกูเกิ้ล

วันอังคารที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2551

ระดับของบล้อก



สังเกตุเห็นโลโก้รูปสมองข้างบนบล้อกกูไหมอ่ะ อันนั้นมันก้อคือการจัดอันดับว่าบล้อกกูน่ะอยู่ในระดับไหน ก้อมีหลายระดับน่ะ เช่น genius ,college, high school, Jr. high school, elementary school

คล้ายๆกับการจัดระดับการศึกษาเลยง่ะ ก้อเห็นว่าแปลกดี เพราะว่าเป็นความพยายามในการวัดคุณภาพของบล้อก จากเดิมที่มักจะวัดกันเฉพาะจำนวนคนเข้าชม หรือค่าเพจแร้งค์ แม้ว่าจะค่อนข้างหยาบและไม่ยอมบอกรายละเอียดสักเท่าไหร่ แต่น่าจะลองเล่นดูน่ะ

ซำบายดี

อืมม อ่ะน่ะ ตอนนี้ก้อสบายดี เหี้ยเหมือนเดิม เพราะว่าอยู่คนเดียวเงียบๆ กับคอมพ์พิวเตอร์ มันช่างน่าประหลาดจริงๆที่เราจะระบายความในใจอะไรให้มันรับฟัง มันก้อรับหมด โดยที่ไม่เอาเราไปนินทาต่อ มันช่างเป็นเพื่อนที่แสนดีจริงๆ เหมือนกะมีหมาเอาไว้เป็นเพื่อนเลยง่ะ การได้ออนไลน์เนี่ย มันก้อยังดีกว่าไปวุ่นวายกะมนุสสเปโต ที่เต็มไปด้วยความเหี้ย ไอ้กูมันก้อคนพูดมากซ่ะด้วยสิ นิสัยไม่ดี ก้อเลยไม่อยากจะยุ่งกะคนหมู่มากสักเท่าไหร่ คล้ายกับพวกเบื่อโลกยังไงยังงั้น อ่า จริงๆการอยู่คนเดียวมันก้อมีความสุขได้ ถ้ามีอะไรสนุกทำอะน่ะ อย่างการเล่นน้ำ หรือนอนกลางวัน หรือเล่นเน็ต หรือกินเหล้า หรือดูซีดี หรือ ถ่ายรูป หรือ ไปตายซ่ะ อะไรทำนองนี้ เน้นๆมานานแล้วว่า ชีวิตไม่ได้สำคัญที่พอเพียงหรือฟุ่มเฟือย สำคัญที่ว่าชีวิตมันสงบหรือไม่ จะพอเพียงมากแค่ไหน หรือเงินล้นแบงค์แต่ถ้าชีวิตไม่ได้อยู่เป็นสุขมันก้อป่าวประโยชน์ พวกทิเบตน่ะ มันพอเพียงระดับปรมาจารย์ แต่ทำไมมันไปไล่ฆ่าคนจีนในนครลาซาม สำหรับชีวิตกูตอนนี้เลยกลายเป็นว่า การไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนดันกลายเป็นเรื่องดีไปเลยแฮ่ะ ช่วงนี้ก้อไม่ค่อยพูด ยิ่งอยู่คนเดียวเนี่ยไม่พูดเลย เพื่อหลอกๆในเน้ต เอาเข้าใจอาจจะมีประโยชน์หรือเข้าใจว่าเพื่อนจริงๆในโลกที่แสนบัดซบก้อได้ อ่ะน่ะ หรือพวกมึงว่าไง มันก้อได้ขำดีเหมือนกัน กับการได้เขียนเรื่องเหี้ยๆนี่ ต่อไปกูอาจจะทำตัวเหมือนปลารันชูก้อได้ ไบ้แดก พูดไม่เป็น เป็นแต่พิมพ์อยู่นี่ อย่าพูดมากเลย เก็บปากเอาไว้อมควยจะดีกว่ามั้ง

วันเสาร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2551

บทวิจารณ์ ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น



ตอนนี้อ่ะน่ะ กูก้อไม่ค่อยอยากจะเขียนห่าอะไรหรอก ร้อนโว้ย ปิดเทอมใหญ่ ก้อมีแต่พวกหำหมอยมาขอกูว่า ขอให้เป็นกูเป็นแม่ได้ไหม งง สงสัย มันอยากจะเย็ดแม่ มันชักจะเหี้ยกันขึ้นทุกวัน อ่ะน่ะ ยิ่งวันก่อนเจอทหารเกณฑ์เป็นขโยง มันเมาเหล้าแล้วมาจับแขนกู บอกว่าขอร่วมเพศได้ไหม กูกลัวมาก รีบไปรอมันในห้องน้ำเลยง่ะ กัวๆ

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2551

ผู้หญิงอยากรู้


สาวก hi5 ต้องอ่าน


เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า กูแวะไปร้านหนังสือเห็นหนังสือ positioning มันนำเสนอเรื่อง hi5 แต่ราคามันตั้ง 90 แนะก้อเลยไม่ได้ซื้อเลยมาหาข้อมูลในเน็ตมานำเสนอ พวกมึงจะได้ไม่ต้องเสียเงินเก้าสิบบาท ขอบใจกูซ่ะไอ้พวกเหี้ย อ่ะน่ะเริ่มอ่านได้เลย


hi5 สามารถเป็น แหล่งรวมความสนุกในการติดต่อกับเพื่อนๆ ใช้สร้างเนื้อหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ แต่ต้องจำไว้เสมอว่า ขณะที่ใช้ hi5 หรืออินเทอร์เน็ตโดยทั่วไปนั้น สิ่งที่คุณ โพสต์ขึ้นไปนั้นอาจก่อให้เกิดความอับอายหรืออาจนำคุณไปสู่อันตรายก็เป็นได้ ต่อไปนี้เป็น แนวปฏิบัติเบื้องต้นบางส่วน ที่คุณควรปฏิบัติตามเมื่อใช้ hi5 หรืออินเทอร์เน็ต:
ปกป้องข้อมูลของคุณ ใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเพื่อควบคุมว่าใครบ้างที่จะสามารถเยี่ยมชมโปรไฟล์ของคุณได้ โปรดจำไว้เสมอว่า หากคุณไม่ใช้คุณลักษณะการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวไว้ ทุกคนจะสามารถเรียกดูข้อมูลของคุณได้ ควรระลึกไว้เสมอว่า ไม่ควรโพสต์ข้อมูลที่ทำให้คนแปลกหน้าสามารถทราบแหล่งที่อยู่ของคุณได้โดยง่าย
ต้องไม่ไปพบกับคนแปลกหน้า หลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์กับบุคคลที่รู้จักกันทางออนไลน์ หากคุณจำเป็นต้องไปพบเพื่อนที่รู้จักกันทางออนไลน์ ควรนัดพบกันในสถานที่สาธารณะ ในเวลากลางวัน และควรให้ผู้ปกครองไปด้วย
รูปภาพ: โปรดคิดก่อนโพสต์. หลีกเลี่ยงการโพสต์รูปภาพที่ทำให้คนระบุตัวคุณได้ (ตัวอย่างเช่น เมื่อพวกเขากำลังค้นหาโรงเรียนมัธยมที่คุณเรียนอยู่) หรือเป็นภาพที่มีนัยยะเชิงลามกอนาจาร ก่อนการอัพโหลดรูปภาพ ลองคิดดูว่าคุณจะรู้สึกอย่างไรถ้าพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย หรือที่ปรึกษาการคัดเลือกเข้าวิทยาลัย หรือบริษัทที่ต้องการจ้างงานคุณในอนาคต ได้มาเห็นรูปของคุณ
ควรเปิดดูข้อคิดเห็นอย่างสม่ำเสมอ หากคุณอนุญาตให้มีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโปรไฟล์ของคุณได้ ควรเปิดดูข้อคิดเห็นเหล่านั้นบ่อยๆ อย่าโต้ตอบข้อคิดเห็นหรืออีเมลที่มีเจตนาร้ายหรือก่อให้เกิดความอับอาย ให้ลบบุคคลเหล่านั้นออกไป บล็อคบุคคลที่ก้าวร้าวไม่ให้แสดงความคิดเห็นอีกต่อไป และรายงานชื่อบุคคลที่ใช้งานในทางที่ผิดต่อ hi5 นอกจากนั้น ต้องไม่ตอบอีเมลจากคนแปลกหน้าที่เข้ามาถามเรื่องส่วนตัว
โปรดซื่อสัตย์ที่จะแสดงอายุจริงของคุณ กฎเกณฑ์การเป็นสมาชิกของเรามีไว้เพื่อช่วยปกป้องบุคคล หากคุณโกหกในเรื่องอายุจริงของคุณ hi5 จะลบโปรไฟล์ของคุณออก
โปรดจงเชื่อมั่นในความกล้าหาญของคุณถ้าคุณรู้สึกหวาดระแวง หากคุณรู้สึกว่าถูกข่มขู่ หรือรู้สึกอึดอัดรำคาญใจเนื่องจากการติดต่อทางออนไลน์ ควรบอกกับผู้ใหญ่ที่ไว้ใจได้ จากนั้นแจ้งตำรวจและทีมงาน hi5
hi5 มาแรงสุด Social Network แจ้งเกิดเต็มตัวโดย ปิยะพงษ์ ป้องภัย เช็กเมลครั้งหลังสุดเมื่อไหร่กันครับ เคยสังเกตมั้ยว่า มีเมลข้อความอะไรแปลกๆ ที่บอกมาว่าจากเว็บ hi5.com หรือมีชื่อเพื่อนเก่าของเราบอกว่า ขอเป็นเพื่อน และก็มาจากเจ้าเว็บ hi5 นี่เหมือนกัน
แรกๆ อาจรู้สึกว่าเป็นสแปมเมล หรือพวกเมลหลอกเอาข้อมูลส่วนตัวของเราหรือเปล่า แต่พอชักจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ คุณก็อาจจะเริ่มเอะใจว่ามีอะไรกำลังเกิดขึ้น ในอินเทอร์เน็ตที่เราพลาดไปหรืออย่างไร
ขอบอกตามตรงแบบไม่เว่อร์ ถ้าวันนี้คุณยังไม่ได้ใช้ hi5 หรือไม่เคยรู้จัก hi5 แน่นอนคำตอบคือ “พลาด” ไปแล้วแน่ๆ และยิ่งถ้าคุณอยู่ในแวดวงการตลาดและพีอาร์ นี่คงบอกได้ว่า “พลาดครั้งใหญ่” เพราะเป็นครั้งแรกที่เน็ตเวิร์คของผู้ใช้และคนกลุ่มใหญ่ที่สุดมาจากกลุ่มเพื่อนของแต่ละคนซ้อนทับกันไปเรื่อยๆ ได้เผยโฉมออกมาอย่างชัดเจนที่สุด อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และระบาดต่อจากโลกออนไลน์สู่กลุ่มเพื่อนในชีวิตจริงของใครอีกหลายคน
ผลกระทบของเทรนด์ล่าสุดนี้ ไม่ได้หยุดแค่แวดวงการตลาด ซึ่งไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ เมื่อเว็บดังระดับต้นๆ ของเมืองไทยอย่าง sanook.com และ kapook.com ต่างกระโดดเข้าเล่น hi5 เต็มตัวและเก็บเกี่ยวผลดีจากยอดคนเข้าเว็บที่เพิ่มขึ้นจากช่องทางใหม่ ในขณะที่ pantip.com ที่เคยเป็นตำนานของเว็บและเว็บบอร์ดเมืองไทยก็เดิมพันอนาคตครั้งใหม่ ด้วยการซุ่มเงียบแล้วเปิดตัว Social Network ของตัวเองแบบเงียบๆ
หลักฐานทั้งหมดยืนยันชัดเจนที่สุด ว่า “Social Networking” ที่วงการมาร์เก็ตติ้งเมืองเมกาฮือฮากันนักหนาในรูปของ facebook.com และไซต์อื่นๆ อีกมากมายทั่วโลกได้แจ้งเกิดในเมืองไทยแล้วในรูปของ hi5 และปัญหาต่อไปที่ท้าทายคือ วงการการตลาดและพีอาร์เมืองไทยจะจัดวางเน็ตเวิร์คผู้คนขนาดมหึมานี้ที่ตรงจุดไหนดีในแผนที่การตลาดของตน!
เจ้า Social Network คืออะไร
ว่ากันตามจริง Social Network ยังไม่มีคำไทยเป็นทางการ และคงจะมีออกมาได้ยาก เพราะยังไม่ลงตัวกันว่าจะใช้อะไรดี มีการใช้คำว่า “เครือข่ายสังคม” บ้าง “เครือข่ายมิตรภาพบ้าง” “กลุ่มสังคมออนไลน์” แต่ก็ดูเหมือนจะยังไม่ติดหู แม้แต่ในวงการสื่อเมืองไทยเองก็ยังละเลยประเด็นนี้อยู่มากในช่วงที่ผ่านมา
สรุปง่ายๆ คือบริการผ่านเว็บไซต์ที่เป็นจุดโยงระหว่างบุคคลแต่ละคนที่มีเครือข่ายสังคมของตัวเองผ่านเน็ตเวิร์คอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเชื่อมโยงบริการต่างๆ อย่าง เมล เมสเซ็นเจอร์ เว็บบอร์ด บล็อก ฯลฯ เข้าด้วยกัน
เครือข่ายนี้ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีอะไรใหม่ แต่ใหม่ตรงที่เอาเทคโนโลยีเดิมมาจับประเด็นสังคมที่ทุกคนมีกลุ่มทางสังคม
ลองนึกภาพว่าตัวเราแต่ละคนทุกวันนี้ มีกลุ่มทางสังคมที่ซับซ้อนมากแค่ไหน เพราะมีทั้งกลุ่มเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท เพื่อนสมัย ม.ปลาย เพื่อนประถม เพื่อนที่ทำงานเก่า เพื่อนแฟน เพื่อนแฟนเก่า เพื่อนกิ๊ก เพื่อนเล่นเอ็ม เพื่อนเล่นเกมออนไลน์ ญาติพี่น้อง ฯลฯ
แล้วก็ยังมีพวกกลุ่มความสนใจร่วมกันทำอะไรเหมือนๆ กัน ที่พร้อมจะจับกลุ่มรวมตัวกัน เช่น กลุ่มคนขี่จักรยานเสือภูเขา กลุ่มแฟนคลับ Death Note กลุ่มตามหาร้านอร่อย กลุ่มเที่ยวเดินป่า กลุ่มจังหวัด กลุ่มอำเภอ แฟนบอลทีมเดียวกัน กลุ่มคนรักรถเต่า กลุ่มคนใช้วีโก้ กลุ่มคนรักทักษิณ กลุ่มคนเชียร์ป๋าเปรม เป็นต้น หลายกลุ่มพวกนี้พร้อมจะก่อตัว แต่ยังหาที่ทางถนัดๆ ที่จะรู้จักและขยายวงมิตรภาพในโลกออนไลน์ไม่ได้
ลองนึกภาพต่อว่า คนทั้งหมดนี้ ที่มีอินเทอร์เน็ตและใช้บริการต่างๆ ออนไลน์ อย่าง เมล เมสเซ็นเจอร์ เว็บบอร์ด เว็บไซต์ที่เข้าประจำ ซึ่งแต่ละคนก็ใช้บริการคนละเจ้า คนละที่กัน คนหนึ่งอาจใช้ฮอตเมล อีกคนอาจใช้ยาฮู ไม่มีคนรู้จักกันไปมากกว่าการติดต่อ ไม่มีใครแน่ใจจริงๆ ว่า ตัวตนของอีกคนเป็นอย่างไร ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ
แต่อยู่มาวันหนึ่ง มีคนไอเดียเด็ดๆ คิดว่า ในโลกอินเทอร์เน็ตมันยุ่งเหยิงและแยกส่วนกันมากเกินไป การใช้งานที่ผ่านมามันอิงแต่เน็ตเวิร์คของคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีไอที แล้วทำไมไม่เอาใจผู้ใช้ที่อยากรู้จักกัน เจอกัน ด้วยการสร้างเน็ตเวิร์คทางสังคมขึ้นมาบ้างล่ะ
ประเด็นสังคมคือตัวนำแชร์ข้อมูลและตัวตนคือหัวใจ
ไอเดียก็คือว่า ทุกอย่าง ทุกบริการ และทุกคนในโลกออนไลน์น่าจะมีหน้าเว็บสักแห่ง ที่ใช้เชื่อมโยงกลุ่มคนในเน็ตเวิร์คเข้าด้วยกัน สร้างตัวตนขึ้นมาจากความว่างเปล่า และไม่ว่าตัวตนที่ว่านั้นจะจริงแท้ เท็จลวงอย่างไรก็ตาม มีจุดอ้างอิงซักแห่งที่ติดต่อกันโดยเชื่อมเครือข่ายสังคมและเครือข่ายมิตรภาพเข้าด้วยกัน ด้วยการแชร์รูป แชร์ไฟล์ดูกัน
ในเมืองไทยอาจเข้าใจกันว่า เครือข่ายแบบนี้เป็นเฉพาะเรื่องของวัยรุ่น แต่ที่เป็นจริงในประเทศอื่นที่เรากำลังมีแนวโน้มไปในทางนั้นก็คือ มีไซต์มากมายที่เป็น Social Network ในแง่ธุรกิจ การงาน ความสนใจทางสังคม การเมือง ศาสนา หาคู่ การกุศล การทำประโยชน์เพื่อสังคมและอื่นๆ อีกมากมาย
ประสบการณ์ที่ตื่นตาตื่นใจในการเข้าร่วมเครือข่าย Social Network พวกนี้ก็คือ หาเพื่อนสมัยเรียนเจอจากการคลิกลิงค์ของเพื่อน –ของเพื่อน-ต่อกันไปสามสี่ทอด เจอแฟนเก่าที่ขาดการติดต่อไปนาน พบเจ้านายใจดีสมัยที่เข้าทำงานใหม่ๆ รวมทั้งเจอกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน เช่น คนรักภูกระดึง กลุ่มนักดำน้ำ คนบ้านเดียวกัน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังรู้ได้ว่าใครเป็นเพื่อนใคร ใครสนใจอะไร ฟังเพลงแบบไหน ต้องการและไม่ต้องการอะไร เกลียดและชอบอะไร รู้ได้ว่าตอนนั้นออนไลน์หรือไม่ ไปเที่ยวที่ไหนมา เรียนจากไหน ดูรูป ดูไฟล์ ที่โพสต์ไว้
บริการ Social Network ที่ดังที่สุดในอเมริกา คือ Facebook ที่ใช้ชื่อแบบนี้ก็เพราะในเวลาที่เราเบราส์หาข้อมูลเพื่อนเราไม่ได้ดูตามรายชื่อ หรือเสิร์ชจากข้อมูลอื่นๆ แต่ดูจากรูปหน้าของเพื่อนของเพื่อนที่มีอยู่ตรงหน้าโปรไฟล์ ว่าใช่เพื่อนคนนั้น หรือคนที่เราต้องการติดต่อหรือเปล่า ในทางกลับกัน ถ้าเราอยากจะหาเพื่อนสมัยปอสี่เจอ วิธีเดียวก็คือต้องโพสต์รูปจริงของเราลงไปด้วย เพราะถ้าเป็นรูปปลอมก็จะไม่มีใครหาใครได้เจอ ผลก็คืออย่างน้อยส่วนใหญ่ก็นิยมโพสต์รูปจริงกัน (แม้ว่ารูปของบางคนจะถ่ายมาดี หรือดูดีกว่าตัวจริงจนเพื่อนจำไม่ได้ก็ตามเถอะ)
และนี่คือคอนเซ็ปต์ใหม่ของการค้นหาข้อมูลในเน็ตที่เพิ่งบูมขึ้นมา และแสดงให้เห็นว่าโลกอินเทอร์เน็ตยังพร้อมเสมอที่จะมีลูกเล่นและวิธีการใหม่ๆ ในการใช้งานและค้นหาข้อมูลจากเดิมที่เคยคิดกันว่า โลกอินเทอร์เน็ตจะจบลงที่หน้าค้นหาไดเร็กทอรี่หมวดหมู่ของยาฮู แต่แล้วก็มีการค้นหาเสิร์ชในแบบกูเกิลขึ้นมา และตามมาด้วยการคลิกหาหน้าเพื่อนของเราเองในแบบ Facebook หรือ hi5 ที่รู้จักกันในเมืองไทย
แจ้งเกิดในไทยเต็มตัวการตลาดแบบเจาะกลุ่ม-ซึมลึก
หลายคนยังคิดว่า hi5 เป็นของเล่นอินเทอร์เน็ตของวัยรุ่นที่จะหายไปเองเมื่อหมดความนิยมแบบชั่วครั้งชั่วคราว แต่ผลที่ปรากฏจริงกับเกินคาด ไซต์ Social Network กำลังทำท่าจะอยู่ต่อไปอีกนานเท่านาน เหมือนอีเมล เหมือนเมสเซ็นเจอร์ เหมือนเกมออนไลน์ และอีกๆ หลายอย่างที่นักการตลาดไดโนเสาร์เคยมองว่า เป็นแค่กระแสวูบวาบสมัยนิยม
เริ่มจากวัยรุ่นและคนเล่นเน็ตกลุ่มหนึ่งสองปีก่อนที่เริ่มเล่น hi5 โดยมากก็เพื่อหาของเล่นใหม่ โพสต์รูปภาพ และหาเพื่อนออนไลน์รวมทั้งจีบกัน ในตอนนั้นถึงแม้จะมีใช้งานเน็ตเวิร์คอื่นบ้างก็ตาม แต่ในที่สุดดูเหมือนเครือข่าย hi5 จะได้รับความนิยมมากกว่าผู้ให้บริการรายอื่นที่ใกล้เคียงกัน
กลุ่มคนเล่นเริ่มระบาดลามไปเรื่อย จากเพื่อนถึงเพื่อน และเพื่อนของเพื่อน ในที่สุดก็เริ่มขยายออกพ้นกลุ่มวัยรุ่นมาสู่รุ่นพี่ ไปสู่คนทำงาน คนใช้เน็ตที่มีอายุมากขึ้น หลากหลายมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ที่ต่างอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะทีช่วงสามเดือนหลังของปีที่ผ่านมา ก็คือ การรวมกลุ่มแบบที่นักการตลาดเรียกว่าการขยายตัวแบบไวรัสนี้ขยายตัวอย่างเต็มที่ชนิดฉุดไม่อยู่ ใครที่ยังไม่ได้ใช้ hi5 ก็ถูกเพื่อนๆ ส่งเมลมาชวน เอ็มมาชวนให้เข้าร่วม หรือแม้แต่โทรศัพท์มาชวนก็มี
ถึงยังไม่มีการสำรวจอย่างเป็นทางการ แต่คงจะพอบอกได้จากการประเมินว่าในขณะนี้กลุ่มผู้ใช้ hi5 ได้ระบาดเข้ากลุ่มผู้ใช้ในระดับวัยทำงานที่อยู่ในกลุ่มอายุ 21- -30 ปี ไปเรียบร้อยแล้ว
จุดเด่นที่น่าสนใจของเครือข่ายมิติใหม่นี้อยู่ที่การเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สร้างกลุ่มความสนใจขึ้นมาเอง หรือไปเข้าร่วมกลุ่มที่มีอยู่เดิม กำลังเปิดโอกาสให้เห็นช่องทางการตลาดใหม่ๆ ที่จะเจาะถึงตัวกลุ่มผู้ใช้โปรดักส์โดยตรง เช่นผู้ใช้กล้อง คนใช้รถ ลูกค้าร้านอาหารหรือผับ ฯลฯ นอกจากจะสร้างแบรนด์และตอกย้ำแบรนด์แล้ว ยังเป็นช่องทางที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยในการส่งข่าวประชาสัมพันธ์
ปัจจุบันยังไม่เห็นกลุ่มในลักษณะนี้มากนัก ยกเว้นกลุ่มแฟนคลับวงดนตรียอดนิยม แต่อนาคตน่าจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนจากผลของจำนวนยูสเซอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและธรรมชาติของมนุษย์เราที่ต้องการจับกลุ่มทางสังคม
ในหลายธุรกิจ การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและแบรนด์เป็นเรื่องจำเป็นอย่างขาดไม่ได้ ค่ายรถยนต์แต่ละเจ้าเสียงบประมาณมหาศาลในการทำตรงนี้ หรือแม้แต่โปรดักส์อื่นๆ ก็สามารถนำเอา Social Network เป็นช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ราคาประหยัดได้เช่นกัน
“การให้ยูสเซอร์มีส่วนในการแชร์ข้อมูลกัน และเป็นจุดเชื่อมต่อที่สามารถหาการสัมพันธ์ระหว่างคนได้ เป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถเปิดโอกาสให้ "คนใช้" สามารถใส่ "ความเป็นตัวของตัวเอง" เข้าไปในอินเทอร์เน็ต ได้มากกว่าตัวอื่นๆ และยังสามารถแชร์และสร้างความเป็นตัวตน เมื่อมีคนเข้ามาใช้มากขึ้นก็เริ่ม กลายเป็นเทรนด์และมาตรฐานที่ใครไม่มีก็จะเริ่มเชย”
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาด ดอท คอม จำกัด และอุปนายก สมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หนึ่งในผู้ใช้ hi5 รุ่นแรกๆ ให้สัมภาษณ์กับ POSITIONING ถึงความเห็นว่า ในแง่แอพพลิเคชั่นตัวนี้มีอะไรน่าสนใจ ทำไมถึงประสบความสำเร็จในไทย
นอกจากนี้ เบื้องหลังคือการจับถูกจุด ในจังหวะที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน
“แต่จริงๆ จุดสำเร็จของ hi5 ก็คือ "การเชื่อมเข้ากับผู้ใช้ hotmail ซึ่งเมืองไทยมีเยอะมาก" แล้วมันก็ลามไปในกลุ่มผู้ใช้ hotmail ก็ hi5 ตอนเริ่มต้นที่ใช้ สามารถใช้แอคเคานต์ของ hotmail ได้เลย ดังนั้นมันคือกุญแจดอกใหญ่ ที่คนไทยส่วนใหญ่มีทุกคน ในขณะที่ hotmail ในส่วนของวินโดวส์ไลฟ์ มันยังไม่ User Friendly พอ”
“จริงๆ ส่วนใหญ่ hi5 ที่คนใช้คือแกลเลอรี่ภาพ และสร้างการเชื่อมโยง และมีการดึงมาว่า "มีใครบ้างเป็นเพื่อนคนนี้" ซึ่งอันนี้ Live ไม่มี ดังนั้น คนที่ใช้ hi5 จะสามารถเห็นเพื่อนของคนคนนั้นไปได้เรื่อยๆ ๆ จนทำให้การเล่นเน็ตของคนคนนั้นที่เข้ามาที่ hi5 มันต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ จากการเชื่อมโยงของคน และต่อกันโดยอาศัย ภาพ และความเป็นส่วนตัวของแต่ละคน”
“ตอนนี้มีเยอะครับ มีอีคอมเมิร์ซหลายอย่างเริ่มนำเรื่องพวกนี้มาใช้เช่นพวก Affiliate Marketing ให้คนทั่วไปมาสมัคร แล้วนำสินค้าเค้าไปขายผ่านใน Social Network ของเค้า อย่างเช่น A-Store ของ Amanzon หรือ cj.com” ภาวุธยืนยันถึงการใช้งานโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คให้เป็นประโยชน์ในทางการตลาดและพีอาร์ และรวมถึง hi5 ในอนาคตด้วย
“hi5 ต้องเอามาใช้ในการพีอาร์ครับ มีหลายคนทำแล้ว เช่นการสร้างกลุ่มของยูสเซอร์ที่มีความสนใจเรื่องเดียวกัน แล้วให้คน Add เข้ามา มันก็กลายเป็น Community ของสินค้า หรือคนที่ชอบได้หากสร้างดีๆ เด่นๆ มันก็สามารถดึงคนเข้ามาร่วมกันได้ ผ่าน hi5 ได้เช่นกัน”
เว็บยักษ์ใหญ่เมืองไทยพลิกเกมรับสถานการณ์
เดิมกลุ่มผู้ใช้เว็บเมืองไทยกระจายตัวไปตาม “ผู้ใช้เว็บ” เช่น คนที่เข้ากะปุก หรือเว็บอื่น นอกจากนี้ยังกระจายตัวไปตาม “ผู้ใช้เซอร์วิส” หรือบริการต่างๆ เช่น ใช้เมลของ yahoo.com หรือ hotmail เป็นต้น
แต่สถานการณ์ที่น่าสนใจกำลังเกิดขึ้นในยุคที่ Social Network มาแรง ก็คือกลุ่มยูสเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดไม่ใช้สนุก หรือกะปุก แต่กลายเป็นกลุ่มยูสเซอร์ hi5 เพราะกลุ่มนี้ได้รวมทุกกลุ่มเอาไว้ในตัวเอง เหมือนเป็นโครงข่ายมิตรภาพขนาดใหญ่ที่ดูดทุกกลุ่มเอาไว้
“ผลกระทบตอนนี้คือบล็อกไทยหรือไดอารี่หลายตัว ผู้ใช้ลดลง” ผู้บุกเบิกวงการเว็บเมืองไทยรายหนึ่งเล่าถึงสถานการณ์ปัจจุบันพร้อมกับเสริมว่าหลายเว็บต้องปรับตัว
รายที่พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสอย่างชัดเจน คงไม่เกินสนุกดอตคอมที่ให้บริษัทลูกที่จับงานโฆษณาออนไลน์โดยเฉพาะคือ Topspace คว้าสิทธิในการดูแลและบริหารงานขายโฆษณาในเครือข่ายของ hi5 ทั้งหมด เมื่อปลายปีที่ผ่านมา หลังจากเปิดหน้าเซอร์วิสภาษาไทยอย่างเป็นทางการ (ก่อนหน้านี้ยูสเซอร์ไทยใช้หน้าภาษาอังกฤษ)
แหล่งข่าวอดีตผู้บริหารเอ็มเว็บรายหนึ่ง ออกความเห็นว่า จุดพลิกผันที่ทำให้สนุกเน็ตเวิร์ค กลับมาอีกครั้งอยู่ที่สองความเคลื่อนไหวที่สำคัญ นั่นคือ การทิ้งแบรนด์เอ็มเว็บที่ผู้บริหารฝรั่งพยายามสร้างแต่ไม่สำเร็จกลับมาใช้แบรนด์ Sanook กับการกระโดดเกาะกระแส Social Network อย่าง hi5 เต็มตัว
อีกรายคือ kapook.com ที่ไวสถานการณ์ไม่แพ้กัน ด้วยการเปิดหน้าแนะนำวิธีใช้ hi5 อย่างละเอียด พร้อมเปิดบริการให้โหลดภาพ สำหรับ “คอมเมนต์” ตามโปรไฟล์ของผู้เล่น hi5 ซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ใช้ชาวไทยเป็นจำนวนมาก
ในขณะที่ pantip.com ซึ่งเป็นเน็ตเวิร์คขนาดใหญ่ ได้เปิดบริการ Social Network ของตัวเองเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และในคำอธิบายการใช้งานของแอพพลิเคชั่นใหม่ตัวนี้ ก็ระบุถึงอิทธิพลของ hi5 อย่างชัดเจนว่า...
“โปรแกรมนี้ จัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับสมาชิกพันทิป เพื่อให้กลุ่มสมาชิกใช้ติดต่อสื่อสารในกลุ่มเพื่อน และสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพร่วมกัน โปรแกรมนี้มีลักษณะคล้ายโปรแกรม hi5 ที่กลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตรู้จักกัน โดยมีรายละเอียดบางอย่างที่แตกต่างจาก hi5 ตามความเหมาะสม ของกลุ่มผู้ใช้พันทิป และมีการเพิ่มเติมบริการบางอย่างของสมาชิกพันทิปไว้ เพื่อให้สมาชิกได้ใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น...”
คงต้องจับตามองกันต่อไปว่า การกระโดดรับกระแสโลกและค่าย Social Network จากต่างแดน กับการสร้างขึ้นเองเพื่อรองรับฐานผู้ใช้เดิม แบบไหนจะเอื้อกับสถานการณ์ในอนาคตยิ่งกว่า
คำถามยอดนิยมที่มักถามกันก็คือ อนาคตของเครือข่ายสังคมออนไลน์แบบนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป คำตอบที่จริงใจที่สุดก็คือยังไม่มีใครรู้ เหตุเพราะทุกอย่างเปลี่ยนเร็วมาก และการบูมอย่างหนักในไทยเพิ่งเกินในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมานี่เอง
เว็บอเมริกันหัวใจต่างแดน
ในปัจจุบันทั้งเมืองไทยและเมืองนอก ต่างมีเครือข่ายเน็ตเวิร์คสังคมเกิดขึ้นมากมาย ในชื่อต่างกันสารพัด พร้อมจับตลาดต่างกันอย่างเช่น Yahoo!360, LinkedIn, Facebook, MySpace, Bebo, Orkut, BlackPlanet, ClubPenguin, GaiaOnline, myYearbook, hi5, Classmates เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี Mixi ในตลาดญี่ปุ่น และ Skyrock ในประเทศฝรั่งเศส
แต่แทนที่จะจับตลาดอเมริกาอย่างเจ้าอื่น ยุทธศาสตร์ของ hi5 มาเหนือชั้นด้วยการลุยตลาดประเทศอื่นๆ เสียก่อน เจาะตลาดสำเร็จในประเทศแทบยุโรป ละตินอเมริกา และไทย จนมีผู้ใช้มากกว่า 70 ล้านคนทั่วโลกหลังจากเปิดตัวมาได้ไม่ถึงห้าปี และยังเพิ่งเปิดตลาดจีน เมื่อตรุษจีนที่ผ่านมาหลังจากได้เงินกู้อีก 15 ล้านเหรียญจากนายทุนรายใหม่มาขยายเน็ตเวิร์คออกไป
วิธีเจาะตลาดนอกอเมริกากำลังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะมีการแข่งขันน้อยกว่าแล้ว ด้านสถิติยังเข้าข้างเช่นกัน จากการสำรวจของ ComScore MedaiaMatrix พบว่า ผู้ใช้ Social Network ทั่วโลกมีประมาณ 506.1 ล้านราย เพิ่มจากเมื่อปีก่อน 36 เปอร์เซ็นต์ โดยมีผู้ใช้ในเอเชียแปซิฟิกราว 176.5 ล้านราย เป็นภูมิภาคที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก ในขณะที่ยุโรปมีผู้ใช้ 137.8ล้านราย อเมริกาเหนือมีเพียง 126.5 ล้านรายเท่านั้น แถมยังมียอดขยายตัวปีต่อปีสูงเป็นอันดับสองของโลกคือ 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นรองตะวันออกกลางและแอฟริกาที่ได้ไป 69 เปอร์เซ็นต์
เมื่อมองข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก 1.2 พันล้านราย มี 80 เปอร์เซ็นต์อยู่นอกสหรัฐฯ และ ครึ่งหนึ่งของเม็ดเงินโฆษณาออนไลน์ 40 พันล้านเหรียญอยู่นอกตลาดอเมริกา การลงทุนนี้ก็ดูสดใสคุ้มค่าความเสี่ยงมากทีเดียว
และการจับตลาดต่างแดนอย่างเหนียวแน่นนี่เองที่ทำให้ hi5 กลายเป็นดาวดวงเด่นขึ้นมาในกลุ่ม Social Network จากความสำเร็จขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งในหลายประเทศ รูปแบบโปรแกรมใช้ง่าย และการเปิดกว้างในการปรับคอนเทนต์หรือเลือกใช้พันธมิตรในพื้นที่อย่างเช่นท็อปสเปซในไทยนี่เองที่กำลังทำให้หลายคนจับตามอง hi5 ถึงจะไม่เป็นเบอร์หนึ่งในอเมริกาก็จริง แต่อาจวางตัวได้ไกลขนาดเป็นเครือข่ายระดับโลกก็เป็นได้
สำหรับเมืองไทยเองถึงแม้จะมีผู้ใช้เครือข่ายอื่นอยู่บ้าง แต่ในท้ายสุด พฤติกรรมยูสเซอร์จะพัฒนาไปในทางเดียวกันเหมือนตลาดเมสเซ็นเจอร์ ที่ค่าย MSN (วินโดวส์ไลฟ์) ครองผู้ใช้กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะผู้ใช้จะเล่นเน็ตเวิร์คที่คุยกับเพื่อนได้เสมอ ในกรณี hi5 ก็เช่นกันสุดท้ายสถานการณ์จะบีบให้คนใช้รายอื่นต้องหันมาใช้ hi5 แทน หรือเปิดควบคู่ Social Network เจ้าอื่นไปด้วย
และยิ่งในสภาพได้เปรียบในปัจจุบันที่เว็บสองค่ายหลักเมืองไทยหันมาชูธงหนุน hi5 เต็มตัวแบบนี้ คงมองเป็นอื่นไม่ได้ว่า ผู้ชนะในเกม Social Network เมืองไทยก็คือ hi5.com ผู้นี้นี่เอง!
Top Sites in Thailand อ้างอิงจาก :
http://www.alexa.com/site/ds/top_sites?cc=TH&ts_mode=country&lang=none
Cyber voices : February 2008 ปีที่แล้วคนเสิร์ชอะไรกัน ?โดย สมคิด เอนกทวีผล กูเกิล รายงานคำค้นหาสุดฮิตของไทยประจำปี 2550 พร้อมกับการเปิดตัว ไซท์ไกสท์ (Zeitgeist) สำหรับประเทศไทย ซึ่ง ไซท์ไกสท์ แปลว่า “จิตวิญญาณแห่งกาลเวลา” เพราะการค้นหาคำของคนจำนวนมากนั้นสะท้อนสิ่งที่อยู่ในกระแสสังคม ณ เวลานั้นๆ
คำค้นที่ทำอันดับขึ้นมาแรงสุด (ทั่วโลก) - iphone - badoo (เว็บแนว social network อันดับหนึ่งของอังกฤษ) - facebook (เว็บแนว social network อันดับหนึ่งของสหรัฐฯ) - dailymotion (เว็บรวมคลิปคู่แข่ง Youtube) - webkinz (เว็บแนว social network เกิดใหม่) - youtube - ebuddy (เว็บแนว social network เกิดใหม่) - second life (โลกเสมือนออนไลน์แบบ 3 มิติ) - hi5 (เว็บแนว social network จากสหรัฐฯที่ฮิตในยุโรปใต้และไทย)
คำค้นที่อันดับร่วงลงแรงสุด (ทั่วโลก) - world cup* (ฟุตบอลโลก) - mozart - fifa - rebelde* - kazaa (โปรแกรมหา แบ่งปัน และดาวน์โหลดเพลง) - xanga - webdetente - sudoku (เกมส์ปริศนาตัวเลขของญี่ปุ่น) - shakira (นักร้องแนวละดิน) - mp3
ส่วนในไทยนั้นคำค้นหายอดนิยมที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวขึ้นมาแรงที่สุด ได้แก่ เศรษฐกิจพอเพียง ในหลวง และบทเพลงพระราชนิพนธ์ นอกจากนั้น จตุคามรามเทพ และเรื่องบันเทิงอย่างภาพยนตร์ ‘รักแห่งสยาม’และชื่อดาราสาว ‘แพนเค้ก’
คำค้นหายอดนิยมแห่งปี 2550 - เกมส์ - ฟังเพลง - ดูดวง
คำค้นหายอดนิยม โดยใช้ภาษาอังกฤษในการค้นหา (ไม่รวมชื่อบริษัท) - Dictionary - SF - Retrospect
คำค้นหามาแรงแห่งปี 2550 - เกมส์ทำอาหาร - สุดที่รัก (เพลงจากวง Retrospect) - เกมส์แต่งตัว
คำค้นหายอดนิยมในหมวดที่เกี่ยวข้องกับบันเทิง - naruto (การ์ตูน) - แพนเค้ก - เรื่องจริงผ่านจอ - รักแห่งสยาม - โดเรมอน - ขำกลิ้งลิงกับหมา - จูมง (ซีรีย์เกาหลี) - My Girl (ซีรีย์เกาหลี)
คำค้นหายอดนิยมในหมวดที่เกี่ยวข้องกับเกม - เกมส์แต่งตัว - เกมส์ทำอาหาร - sf (เกม Special Force) - Cabal - audition - เกมส์รถแข่ง - Dota - เกมส์ก้านกล้วย - โยกัง - ปังย่า
คำค้นหายอดนิยมในหมวดที่เกี่ยวข้องกับเพลง - Retrospect - ยาพิษ (เพลงจากวง Body Slam) - Af4 - Seed - 95.5 - เพราะว่ารัก (เพลงจากวง Retrospect) - ไม่มีเธอ (เพลงจากวง Retrospect) - 97.5 - Clash - ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ (เพลงซาวด์แทรค จากภาพยนตร์เรื่อง สายลับจับบ้านเล็ก)
คำค้นหายอดนิยมในหมวดที่เกี่ยวข้องกับ Gadgets - PSP - iPod - iPhone - Nokia N95
Web Link
www.google.com/intl/en/press/zeitgeist2007
ดารากับ hi5 การตลาดแบบแฟนคลับแวดวงอื่นอาจยังไม่รู้จัก hi5 มากนัก แต่ที่รู้จักและเป็นกระแสข่าวมากมายตลอดปีที่ผ่านมา คงไม้พ้นแวดวงคนบันเทิงที่มีดารา นักร้องและคนดังไปเปิดหน้าโปรไฟล์ของตัวเองมากมาย หลายสิบคนจาก มีทั้งเปิดเอง ให้คนอื่นทำให้ หรือแม้แต่โดนแอบอ้างก็มี ซึ่งพอดูตัวอย่างได้จากหน้า
http://hi5.kapook.com/star.php ของเว็บวัยรุ่นดัง kapook.com
ตัวอย่างที่โดดเด่น คือ วงดนตรีดังอย่าง “ไททาเนียม” หรือ “โพเทโท” ก็ใช้ช่องทางนี้เป็นสื่อประชาสัมพันธ์นอกแบบอย่างเต็มตัวชนิดที่ไม่ต้องไปง้อสื่อสิ่งพิมพ์หรือวิทยุโทรทัศน์มากมายเหมือนเมื่อก่อน เพราะแค่ตัวเลขจำนวนเพื่อนของวงแร็พ “ไทเทเนียม” วงนอกกระแสสายพันธุ์หลักเพลงไทยก็มีเพื่อนใน hi5 มากถึง 9 แสนกว่าราย ในขณะที่วงวัยรุ่นโพเทโทมียอดเพื่อนในเครือข่ายนี้มากถึงล้านสามแสนห้าหมื่นกว่าราย !
การตลาดแบบแฟนคลับ เน้นสื่อตรง ยิงตรงถึงผู้รับโดยไม่ต้องผ่านมีเดีย กำลังจะกำหนดอนาคตของสื่อ และบทบาทของ Social Network แบบนี้กำลังเข้ามาบดบังสื่อแบบเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ
ในแง่อิมเมจย่อมได้ชัวร์ๆ แต่ถ้าลองคิดถึงผลธุรกิจตามมา การตลาดแบบแฟนคลับแบบนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะถ้าแค่ 5-10 เปอร์เซ็นต์ที่ Add มายอมควักกระเป๋าไปซื้อซีดี หรือดูคอนเสิร์ต ดูหนัง มูลค่าการตลาดตรงนี้ก็ไม่น้อยหน้าสื่อไหนเลย
หรือจากในข่าวบันเทิงที่ดาราหรือคนดังพูดถึงเน็ตเวิร์ค์ hi5 จนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ซึ่งพอจะยกตัวอย่างจากข่าวบันเทิงที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ โดยเฉพาะภาพที่อ้างกันว่าคนนั้นเป็นแฟนคนนี้ หรือกิ๊กกับคนนั้น ซึ่งในหลายเคสเองมาจากภาพที่ดาราเองหรือเพื่อนโพสต์ไว้ในอัลบั้มภาพของ hi5
ปีใหม่-สุมนต์รัตน์
กับเรื่องภาพหลุด จริงๆ ใหม่เอารูปไปอัพเดตชีวิตในเว็บ hi5 แล้วก็จะเปลี่ยนรูปไปเรื่อยๆ แค่นั้น เพื่อนคนนั้นคนนี้ก็จะเข้ามาดู แต่มันมีข้อเสียคนที่เข้ามาดูจะสามารถเซฟรูปออกไปได้ แล้วรูปที่ลงไป ใหม่ก็ว่ามันไม่ได้โป๊เปลือย ก็น่ารักดีเป็นชีวิตวัยรุ่นของเราไม่มีอะไรมาก ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่รู้จักเราเข้าไปดูอาจจะไม่เข้าใจ แต่ที่ใหม่ให้ดูคือเพื่อนที่สนิทกัน กับที่บ้าน ครอบครัว...
...ต่อไปนี้คงระวังมากขึ้นมันก็รู้สึกเสียความมั่นใจเหมือนกันนะ เพราะ hi5 มันเหมือนพื้นที่ส่วนตัวของเราไว้เข้าไปเล่นกับเพื่อน แล้วคนอื่นเอาความเป็นส่วนตัวตรงนั้นออกมา ไม่โกรธหรอกมันคงผิดที่ใหม่เองแหละ
ที่มา : ไทยโพสต์
ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา
“การที่เรากล้าเอารูปไปลงใน hi5 เพราะว่าเราบริสุทธิ์ใจ ให้ใครดูก็ได้ ถ้าเราทำผิดเราคงไม่เอาลงในนั้นหรอกค่ะ ภาพที่เห็นมันเป็นแอคชั่นของการไปปาร์ตี้แล้วถ่ายรูปกัน เป็นการบ่งบอกว่าเราสนิทกันเรากอดคอกัน” ที่มา : ไทยโพสต์
“แพร-พรรัมภา สุขได้พึ่ง” และ “อู๋-นวพล ภูวดล”
“ภาพที่เห็นเป็นภาพในเว็บ Hi5 ค่ะ เพื่อนๆ ในกลุ่มเอาไปลง แต่ก็ไม่มีอะไร เพราะปกติพี่อู๋ชอบแกล้งทำหน้าแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าเอารูปที่ถ่ายกันเล่นๆ หลายๆ รูปมาดู จะรู้เลยว่าพี่เค้าทำหน้าแบบนี้ใส่กล้องตลอด แพรยืนยันได้ว่าไม่มีใครเมาอย่างที่เป็นข่าวแน่นอน”
ที่มา : ดาราเดลี่
ครีม-เปรมสินี รัตนโสภา
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เขาเป็นเพื่อนอยู่กลุ่มเดียวกัน คือวันนั้นเราไปเที่ยวไปกินข้าวด้วยกัน แล้วภาพที่เห็นว่าหอมแก้ม หรือกอดกันนั้นก็แค่เล่นแกล้งกันเล่นๆ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าไม่ใช่แฟนเลย อารมณ์ไม่ใช่ แบบคนรัก มันเป็นแบบเพื่อนสนิทมากกว่า ที่จริงรูปนี้ถ่ายไว้แล้วเอาไปลงใน hi5 ครีมเอาไปลงเอง…”
ที่มา : ไทยรัฐ
Cyber News : February 2007 Facebook Ads แม่แบบโฆษณายุค Social Networkingโดย สมคิด เอนกทวีผล เว็บแบบ Social Network ที่ฮิตสุดในไทยคือ hi5.com ที่เริ่มมีเมนูภาษาไทย ดึงดูดให้ชาวเน็ตแห่งสยามกว่า 8 แสนเข้าไปลงรูป ลงข้อมูลส่วนตัว สร้างรายชื่อเพื่อน และแปะข้อความให้กัน
แต่ว่าในระดับโลกและในสหรัฐฯนั้น FaceBook.com มีจำนวนผู้ใช้มากกว่าแบบทิ้งห่าง และยังเติบโตในอัตราสูงแบบไม่มีชะลอ และ FaceBook ก็กำลังแอบเข้ามาแรงอย่างเงียบๆ ในไทยด้วยลูกเล่นที่เยอะกว่า ซับซ้อนแต่สนุกสนานกว่าสำหรับผู้ใช้แม้จะยังเป็นภาษาอังกฤษล้วน
ฉะนั้นในสายตาธุรกิจผู้ซื้อสื่อโฆษณาในเว็บแล้ว ชุมชน FaceBook จึงมีระดับรายได้ การศึกษา และกำลังซื้อสูงกว่า เหมาะกับสินค้าบริการระดับกลางและบนขึ้นไป
FaceBook มีฟังก์ชันพื้นฐานของ Social Networking ทุกอย่างที่รายอื่นๆ มี อย่างการหาเพื่อน รายชื่อเพื่อน อัลบั้มรูป อัลบั้มคลิป และสมุดบันทึก Blog แต่ที่ FaceBook มีแตกต่างและมีมากมายคือเกมแปลกๆ ตั้งแต่เกมพื้นๆ อย่างการเล่นเป็นแวมไพร์หรือซอมบี้ไป “Bite” หรือกัดคอเพื่อนให้มาอยู่เผ่าเดียวกับเรา จนถึงเกมซับซ้อนขึ้น อย่างการส่งดอกไม้หรือเครื่องดื่มไปให้เพื่อน มีเกมเลี้ยงสัตว์ให้เรารู้สึกผูกพัน
ทั้งหมดทำให้ใช้เวลาอยู่บนเว็บนี้นานกว่า Social Networking แห่งอื่นๆ เป็นผลดีกับบรรดาแบนเนอร์โฆษณาของสปอนเซอร์ทั้งหลาย และการลงโฆษณาในเว็บประเภทนี้ยังมีจุดเด่นเฉพาะตัวหลายข้อ ซึ่งล่าสุด Facebook สำนักงานใหญ่ที่สหรัฐฯ เพิ่งประกาศระบบการโฆษณาที่ชัดเจนใน Social Network ของตัวเองภายใต้ชื่อ Facebook Ads ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ...
1. Branded Pages ให้นักโฆษณาสร้างหน้าเพจของผลิตภัณฑ์หรือแบรนด์โดยเปรียบเสมือนเป็นเพจของผู้ใช้คนหนึ่ง คือมีอัลบั้มรูป มีรายชื่อเพื่อน และใครๆ ก็มาขอเป็นเพื่อนกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ รับ Comments มีเกม และกิจกรรมออนไลน์ร่วมกันสารพัด ซึ่งรูปแบบนี้เดิมก็มีหลายแบรนด์เริ่มทำกันมาแบบฟรีๆ ก่อนนี้แล้ว แต่จากนี้ไปจะถูก FaceBook มองว่าเป็นโฆษณาและต้องเข้าระบบนี้
2. Social Ads คือผู้ลงโฆษณาเลือกยิงโฆษณาให้เฉพาะกลุ่มเป้าหมายได้เห็น เช่น เลือกอายุ โรงเรียน เมือง ความสนใจ ซึ่งมีบันทึกแสดงไว้อยู่แล้วใน Profile ของทุกคน
3. Profile Data ผู้ลงโฆษณาจะได้ข้อมูลของผู้คลิกโฆษณาไปใช้วิจัยตลาด แม้ดูเหมือนอาจละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่ Facebook ก็ยืนยันว่าจะไม่ให้ชื่อหรืออีเมลออกไป จะให้เฉพาะข้อมูลทั่วไป อย่าง เพศ อายุ เมือง หรือรสนิยมความสนใจเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จากข่าวล่าสุดที่กูเกิลสร้างระบบใหม่ “Open Social” ชวนบรรดาคู่แข่งอย่าง Myspace, hi5 และอีกหลายที่มาจับมือกันสร้างมาตรฐานรองรับโปรแกรมใหม่ๆ ชี้ให้เห็นว่าจากนี้ไปเราจะได้เห็นโปรแกรมเมอร์หรือบริษัทต่างๆ แห่กันมาพัฒนาเกมแปลกๆ ลูกเล่นใหม่ๆ โผล่มาฝังบนบน Myspace และ hi5 บ้างอย่างไม่น้อยหน้าเฟซบุ๊ก Positioning Magazine กุมภาพันธ์ 2551
เล่น 'hi 5' ให้ถูกวิธีปัจจุบันนี้ “hi 5” เป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเป็นเหมือนไดอารีส่วนตัวของเราแล้ว ยังสามารถใช้พูดคุยกับเพื่อน ๆ ของเราได้ ขณะเดียวกันเราก็สามารถทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ ผ่าน “hi 5” ได้อีกต่างหาก แต่แน่นอนว่าวิทยาการเหล่านี้มันเป็นเหมือนดาบสองคม ถ้าใช้ถูกวิธีมันก็จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าใช้ไปในทางที่ไม่ดีก็อาจจะเกิดผลเสียกับผู้ใช้เอง ยกตัวอย่างเช่น ช่วงก่อนหน้านี้มีภาพศิลปินนักแสดงส่วนตัวหลุดออกมาเป็นจำนวนมาก แต่ล่าสุดก็มีข่าวออกมาว่าตอนนี้การเล่น hi 5 เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ถึงขนาดที่พระสงฆ์บางรูปยังหันมาเล่น หลายฝ่ายจึงมองว่าสมควรหรือไม่ที่พระสงฆ์จะใช้สื่อบันเทิงเช่นนี้ งานนี้เราลองไปฟังจากปากคนบันเทิงกันดีกว่าว่าพวกเขาเห็นด้วยหรือไม่กับเรื่องดังกล่าว เริ่มที่ กอฟ-อัครา อมาตยกุล กล่าวว่า “ผมก็เคยได้ยินการเล่น hi5 มาแล้ว แต่ผมไม่เคยเล่นฮะ เพราะไม่ค่อยมีเวลามากเท่าไหร่ เห็นแต่เพื่อน ๆ เล่นกัน ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจดีนะ เพราะดารานักแสดงบางคนก็ใช้สิ่งนี้เพื่อเป็นศูนย์กลางในการติดต่อกับแฟนคลับของพวกเขา โดยส่วนตัวแล้วผมมองว่าการเล่น hi5 มันให้ทั้งประโยชน์และโทษนะ มันขึ้นอยู่กับว่าเราใช้มันไปในทางที่เป็นประโยชน์หรือเปล่า ถ้าเราใช้ถูกวิธีเราก็จะได้เพื่อนใหม่ ได้รู้จักคนมากขึ้น ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูฉาบฉวยไปสักหน่อย สำหรับ กรณีที่ว่ามีพระสงฆ์ มาเล่น hi5 นั้น ผมไม่ขอออกความคิดเห็นดีกว่า เพราะพระสงฆ์แต่ละรูปก็ต่างกัน พระที่บวชเพื่อปฏิบัติธรรมก็ยังมีอีกเยอะหรือบวชเพื่อวัตถุประสงค์อื่นก็มี ดังนั้น เราก็ต้องดูว่าพระสงฆ์เหล่า นั้นมีวัตถุประสงค์ในการใช้ hi5 เพื่ออะไร” ด้าน สายป่าน- อภิญญา สกุลเจริญสุข เผยว่า “ป่านก็เล่น hi5 นะ เพราะเราสามารถใช้ติดต่อ กับเพื่อนฝูงและแฟนคลับของป่านได้ เพราะช่วงนี้ป่านก็ยุ่ง ๆ ไม่ค่อยมีเวลาคุยกับเพื่อน ๆ เราก็สามารถฝากความคิดถึงความห่วงใยผ่านสิ่งเหล่านี้ไปได้ แต่ถ้าเราใช้ผิดวิธี เช่น เอารูปที่เป็นส่วนตัวมากไปโพสต์ไว้ในนั้น เราก็อาจจะโดนคนอื่นนำรูปเราไปทำอะไรไม่ดีได้ มันมีทั้งประโยชน์แล้วก็โทษ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องเล่น hi5 อย่างฉลาด ส่วนเรื่องที่ตอนนี้พระสงฆ์บางรูปเริ่มหันมาเล่น hi5 นั้น ป่านมองว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสมนะ มันผิดวินัยสงฆ์ แค่พระใช้โทรศัพท์ก็ ถือว่าผิดวินัยสงฆ์แล้ว แต่ด้วยความที่ปัจจุบันนี้โทรศัพท์เป็นสิ่งจำเป็นต่อ ชีวิตประจำวัน เรา ก็พอรับได้นะ แต่เรื่องที่พระสงฆ์หันมาเล่น hi5 ป่านคิดว่ามันไม่ใช่สิ่งจำเป็นเลย ป่านว่าพระสงฆ์ควรใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อศึกษาหาความรู้น่าจะดีกว่า น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่านะ” ฟาก พิช-วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงศ์กุล กล่าวว่า “ปกติผมก็ชอบเล่น เพราะเอาไว้ติดต่อกับเพื่อนครับ ถามว่าการเล่น hi5 มีข้อดีข้อเสียอย่างไร มันแล้วแต่ว่าเราจะใช้ทำอะไรมากกว่า อย่างของพิชใช้เหมือนกับว่าเป็นสมุดหน้าหนึ่งให้แฟน ๆ หนังมาเขียนแสดงความคิดเห็นติชมผลงานของเรา หรือเพื่อนพิชก็เอาไว้เก็บรูปเพื่อนที่รู้จัก ลิงก์ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ พิชว่ามันขึ้นอยู่กับว่าเราใช้ถูกวิธีหรือไม่ ผมว่าตอนแรกที่ผู้คิดค้น hi5 ขึ้นมา เขาก็คงมองในแง่ที่เป็นประโยชน์ เขาก็คงไม่คิดว่าจะมีคนนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี เขาคงแค่เอาไว้เชื่อมต่อทำความรู้จักกันมากกว่า ส่วนเรื่องที่มีพระสงฆ์บางรูปมาเล่น hi5 ถามว่ามีสิทธิเล่นมั้ย ทุกคนก็มีสิทธินะ แต่ถามว่ามันอยู่บนความเหมาะสมมั้ยก็ต้องมองวัตถุประสงค์มากกว่าครับ” ปิดท้ายที่ มาริโอ้ เมาเร่อ เผยว่า “ผมรู้จักนะ แต่ไม่ได้เล่นครับ เท่าที่รู้ก็คือเอาไว้ติดต่อกับเพื่อนได้ อย่างบางคนเขาอาจจะไม่ได้ติดต่อหรือไม่มีเวลาไปเจอกับเพื่อน ๆ เขาก็สามารถไปดูรูปแล้วก็ทิ้งข้อความต่าง ๆ เพื่อฝากความคิดถึงไปยังเพื่อนได้ แต่ข้อเสียก็คือ บางทีถ้าเราเอารูปส่วนตัวไปโพสต์ มันก็อาจจะทำให้ภาพของเราหลุดไปได้ ที่สำคัญคือ ผมมองว่ามันทำให้เด็ก ๆ ขาดความสนใจในการเรียนนะ เพราะเท่าที่เห็นเพื่อน ๆ หลายคนจะเสียเวลาไปกับการเล่น hi5 วันละหลาย ๆ ชั่วโมง ผมก็อยากฝากไปถึงเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนว่า ควรเล่นแบบพอเหมาะพอควรและเล่นให้ถูกวิธีด้วย สำหรับเรื่องที่พระสงฆ์มาเล่นอินเทอร์เน็ตนั้น ผมมองว่าทุกคนก็มีสิทธิเล่นนะ เพียงแต่เราควรดูที่วัตถุประสงค์ของท่านมากกว่าเป็นอย่างไร”.
แซสซี่ เกิร์ลDaily News Online วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2551
ซันซิลรีแบรนด์ผ่าน hi5 อรรถสิทธิ์ เหมือนมาตย์ Positioning Magazine มีนาคม 2551สำหรับ Consumer Product แล้ว ดูจะเป็นเรื่องชักช้าไม่ทันการที่จะรอให้ Loyalty Consumer สร้าง Blog หรือ Generate Content ให้ เพราะความสัมพันธ์หรือพันธะระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคมีไม่มากเท่า Lifestyle และ Luxury Brand ดังนั้นสู้ลงทุนกรุยทางเองไว้ก่อนดีกว่า เราจึงเห็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง “ซันซิล” ปฏิบัติการ Repositioning ย้อนวัยสู่สาวรุ่นวัยสะพรั่ง โดยเบื้องแรกเลือกใช้ “สื่อดิจิตอล” เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ทรงพลัง โดยมี hi5 เป็นสีสันทางการตลาดอันโดดเด่นที่ยูนิลีเวอร์เลือกใช้ในการเป็นเครื่องมือสร้าง “Connection” และ “Network” ให้กับ
www.gangofgirls.com
พรรณทิพา พงศ์ชัยฤกษ์ Brand Support Manager-Sunsilk บริษัท ยูนิลีเวอร์ เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด และกัณฑ์รวี นินบดี นำทีมเอเยนซี่จาก JWT ให้รายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับแนวคิด วัตถุประสงค์และความคาดหวังกับแคมเปญนี้กับ POSITIONING
ทำไมต้อง hi5
“กลุ่มเป้าหมายของเราจะเปลี่ยนไปจากเดิม เราต้องการสดใสและอ่อนวัยมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องการสื่อสารถึงความมั่นใจ รักอิสระ ไม่ใช่แม่บ้านยุคโบราณอีกต่อไป”
การที่จะสร้าง Connetion ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ในยุคที่สื่อออนไลน์แทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้บริโภค จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยกระแสอันร้อนแรง... Social Networking คือคำตอบแรก และเมื่อเทียบความนิยมแล้ว hi5 เป็น Social Networking ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย อีกทั้ง Friend Connection อันเป็นคอนเซ็ปต์หลักของ hi5 นั้น นับเป็นสิ่งที่พ้องกับความต้องการของ
www.gangofgirls.com เป็นอย่างดี
พรรณทิพาให้เหตุผลอื่นอีกว่า hi5 เป็นสื่อที่มีการเติบโตสูงและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จำนวนมหาศาลโดยเฉพาะในรูปแบบของเครือข่าย เหมาะสำหรับในการควานหากลุ่มเป้าหมายและสร้างเครือข่ายอันทรงพลัง
จากข้อมูลของ
www.alexa.com รายงานว่า hi5 เป็นเว็บไซต์ที่มีคนไทยคลิกใช้งานมากเป็นอันดับ 2 รองจาก google.co.th และบางครั้งแซงหน้าขึ้นอันดับ 1 ก็มี อีกทั้งประเทศไทยยังเป็นประเทศที่มีผู้ใช้ hi5 เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากเปรู หรือมีผู้ใช้ hi5 ในเมืองไทยถึง 1.5 ล้านคน จากผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ 14 ล้านคน และที่สำคัญ hi5 เป็น Free Tool เปิดโอกาสให้ได้ทดลองนวัตกรรมการตลาดได้แบบไม่มีต้นทุนในการซื้อสื่อแต่อย่างใด
ด้วยตัวเลขของผู้ใช้งานอินเทอร์จำนวน 14 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นประชากรกลุ่มอายุ 18-34 ปี กว่า 79% และครึ่งหนึ่งเป็นหญิงสาวอายุ 20-30 ปี อันหมายถึงกลุ่มเป้าหมายที่ซันซิลจับตา และแน่นอนเป็นกลุ่มที่ใช้ hi5 เป็นประจำทุกวัน อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง เฉลี่ยครั้งละ 5 นาที และเป็นผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตแบบ Heavy User
“โลกออนไลน์เป็นโลกที่ 2 ของพวกเขา นอกเหนือจากโลกแห่งการเรียนและการทำงาน”
โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้อายุ 20 ปีเศษจะมีปฏิสัมพันธ์กับเว็บไซต์ ไม่ใช่แค่เข้าไปดูหรืออ่านเฉยๆ ขณะที่กลุ่มที่อายุ 30 ปีขึ้นไป มักไม่แอคทีฟอาจด้วยภาระหน้าที่การงานที่สูงขึ้น
อีกทั้ง hi5 ยังตอบโจทย์ลักษณะนิสัยของคนไทยโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงานได้เป็นอย่างดี ด้วยฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ซึ่งทีมงาน JWT บอกว่า กระจุ๋มกระจิ๋ม มีกิมมิกเล็กๆ น้อยๆ และเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้สร้างสรรค์พื้นที่ของตัวเอง ทั้งยังสามารถร่วมแชร์และเข้าถึงพื้นที่ของคนอื่นในเครือข่ายได้ด้วย
นั่นเท่ากับว่าเป็นการเปิดโอกาสให้ gangofgirls ได้พรีเซนต์ตัวเองอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกันลักษณะการใช้งานของ hi5 ไม่ใช่การยัดเยียด หากแต่เป็นความสมัครใจในการที่จะใช้เวลาทำกิจกรรมภายในเว็บไซต์ด้วยตัวเอง ทำให้เนื้อหาของ gangofgirls ไม่ได้เน้นขายของแต่เป็นไปในลักษณะให้ข้อมูล ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ มากกว่า
การ์ตูน...แตกต่างแต่ต้องโดนใจ
5 การ์ตูนสาว ถูกดีไซน์ให้มีคาแร็กเตอร์ของผู้หญิง 5 แบบแตกต่างกันอย่างละเอียด ทั้งข้อมูลราศีเกิดอันส่งผลต่อลักษณะนิสัย การแต่งตัว เสื้อผ้า หน้าผมต่างๆ ซึ่งการ์ตูนสาวแต่ละตัวจะมีโปรไฟล์ใน hi5 เป็นของตัวเองและเริ่มเครือข่ายด้วยการเป็นเพื่อนกันใน gangofgirls ก่อน
สาวใฝ่รู้ทุกสิ่งอย่างหรือ Miss Google สาวมั่น รักความก้าวหน้า เชี่ยวชาญเรื่องความงาม สาวพราวเสน่ห์คลั่งปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ เรื่องแฟชั่นรู้ดีกว่าใคร สาวแกร่งนักกีฬา กล้าแสดงออก สาวหวานแอ๊บแบ๊ว ชอบดูดวง บุคลิกลักษณะต่างๆ เหล่านี้ถูกดีไซน์มาเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทุกไลฟ์สไตล์ (การดีไซน์ให้หลากหลายก็สืบเนื่องมาจากความจริงที่ว่า ไม่ว่าสาวไลฟ์สไตล์แบบใดย่อมมีเส้นผมให้ดูแลรักษา) เป็นการใช้คาแร็กเตอร์เป็นตัวนำไปสู่คอนเทนต์
ทั้งนี้ในเฟสแรกทำเป็นการ์ตูนมาก่อน เพื่อสื่อได้ง่าย สร้างความแปลกใหม่และแตกต่างจากโปรไฟล์อื่นๆ ใน hi5 ซึ่งเป็นรูปคนจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ในเฟสต่อๆ ไป จะมีคนจริงๆ ที่ผ่านการประกวดจากกิจกรรม Make Over Your Self ในเว็บไซต์ มาใช้ในโปรไฟล์แทน และเตรียมอัพเกรดหน้าตาเว็บไซต์ให้เป็น Realistic มากขึ้น
Blend in เนียนๆ ห้ามขายของ
เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายเข้ามาในเว็บไซต์
www.gangofgirls.com ซึ่งบอกว่า ไม่ต้องการสื่อสารในลักษณะ Hard Sale ดังนั้นข้อมูลที่เกี่ยวกับโปรดักส์และแบรนด์จึงมีอยู่เพียงไม่ถึง 5% ด้านคอนเทนต์จะเป็นเนื้อหาเกี่ยวพันกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคทั้ง 5 แบบ โดยมีวัตถุประสงค์ให้กลุ่มเป้าหมายได้เก็บเกี่ยวคอนเทนต์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
ท่ามกลางสารพันสื่ออันหลากหลายและถาโถม ผู้บริโภคยุคออนไลน์เลือกที่จะ คัดสรรเอง ดังนั้นสื่อใดที่ยัดเยียด สักแต่ว่าขายของ สื่อนั้นย่อมพบกับจุดจบในเร็ววัน ซันซิลเชื่อมั่นว่าจะไม่เดินไปยังเส้นทางแห่งหายนะนั้น
อยากสร้างกระแสต้องอัพเดตสม่ำเสมอ
พรรณทิพา บอกว่า จากการสังเกตพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมายที่สร้าง Profile ใน hi5 มักจะเป็นเรื่องที่แสดงถึงความเป็นตัวตน สิ่งที่ชื่นชอบ ไลฟ์สไตล์ และกิจกรรมต่างๆ ของพวกเขา ทั้งการเขียนเรื่องราว การโพสต์ภาพ รวมถึงจัดทำไฟล์วิดีโอ และเกมต่างๆ ที่สัมพันธ์กับโปรดักส์
ดังนั้น gangofgirs จึงเข้าไปในในลักษณะ Approach กลุ่มเป้าหมาย ด้วยการส่งข้อความทักทาย การไปคอมเมนต์ ขอไปเป็นเพื่อน เพื่อขยายเครือข่ายให้มากขึ้น
ในช่วงแรก gangofgirls จะมีทีมงาน hi5 Monitors คอยติดตาม อัพเดต และสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนในเครือข่าย และหาเพื่อนใหม่อยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังต้องมีความเคลื่อนไหวของกิจกรรมต่างๆ อยู่เสมอ ดังนั้นข้อมูลกิจกรรมต่างๆ จะถูกอัพเดต 2 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อดึงดูดคนให้ไปร่วมสนุกผ่านทาง
www.gangofgirls.com
เพื่อให้การติดต่อกับกลุ่มเป้าหมายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การอาศัยพลังจาก hi5 เพียงประการเดียวดูจะไม่เพียงพอ gangofgirls เลือกใช้นวัตกรรม MSN Robot เพิ่มเติม เพื่อตอบโต้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย ด้วยข้อมูล บทสนทนาที่ตระเตรียมไว้สำหรับคำถามต่างๆ ก่อนจะตบเข้าเรื่องความรู้ความสวยความงามและการใช้ชีวิต และต่อไปจะใช้ MSN Robot เป็น Tool ในการตอบคำถามชิงรางวัล
ดังนั้น หากจะกล่าวว่าแคมเปญ gangsofgirls ของซันซิลนี้ ใช้พลังจากสื่อดิจิตอลอย่างครบถ้วนที่สุดเท่าที่ยูนิลีเวอร์เคยทำมาเลยก็ว่าได้ หากประสบความสำเร็จเชื่อมั่นว่าน่าจะทำให้เกิดไอเดียให้กับแบรนด์อื่นๆ ต่อไป
“เราใช้ทั้งแบนเนอร์ในเว็บไซต์ Top Hit อาทิ sanook.com, kapook.com และ msn.com ใช้ Viral E-mail รวมถึง hi5 และ MSN Robot เป็นต้น”
ด้านผลตอบรับ เธอบอกว่า “เหนือความคาดหมาย” จาก 2 เดือนต้องการสมาชิก 8,000 คน แต่เมื่อวัดผล 1 เดือนผ่านไปพบว่ามีสมาชิก 8,500 คนแล้ว ดังนั้น เมื่อครบกำหนดจะได้สมาชิกเกิน 10,000 คนอย่างแน่นอน และโดยเฉลี่ยจะเข้า hi5 วันละครั้ง ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมใช้งาน hi5 เฉลี่ยคนละ 5 นาทีต่อครั้ง
อนาคตพรรณทิพาบอกว่า อยากให้เว็บไซต์นี้เดินหน้าต่อไปได้ด้วยตัวของมันเอง และกลายเป็นชุมชนแห่งหนึ่งที่เข้มแข็งไม่แพ้ hi5 หรือ pantip.com
แม้จะต้องใช้ระยะเวลานานเพียงใดก็ตามในการที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความ “ไว้ใจ” จนกระทั่งเกิดแรงผลักดันในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ขึ้นด้วยตัวเอง โดยที่เจ้าของเว็บไซต์แทบไม่ได้เป็นผู้ขับเคลื่อนเนื้อหาภายในเว็บไซต์ของตนเองเลย
http://www.positioningmag.com/magazine/details.aspx?id=68420 ทำไมใครๆ ก็ hi5 ? สมคิด เอนกทวีผล Positioning Magazine มีนาคม 2551ของใหม่ๆ บนอินเทอร์เน็ตนั้นมีหลายอย่างที่โด่งดัง แต่ในไทยช่วงหลังไม่มีอะไรเทียบเท่า hi5 ถามใครส่วนใหญ่ก็ลงทะเบียนเอา Profile ตัวเองขึ้นไป “โชว์หน้า หาเพื่อน” กัน นำมาโดยวัยรุ่น ตามด้วยวัยหนุ่มสาวทำงาน วัยผู้ใหญ่ วงดนตรีทั้งดังและไม่ดัง ดารานักแสดง นักการเมือง หรือแม้แต่สินค้าแบรนด์ดัง ก็ยังต้อง hi5 กับเขาด้วย
hi5 เริ่มต้นเช่นเดียวกับบริการบนเน็ตในไทยส่วนใหญ่ ที่ผู้ใช้กลุ่มแรกๆ มักเป็นวัยรุ่นและหนุ่มสาว จากเมื่อราว 3 ปีที่แล้ว และจนถึงทุกวันนี้ หนุ่มสาวใช้ที่นี่เป็นอัลบั้มรูปออนไลน์และไวท์บอร์ดส่วนตัวหรือประจำกลุ่ม รูปไปเที่ยวทะเลภูเขา หรืองานสังสรรค์ จึงถูกแปะไว้มากมายกับลงท้ายด้วยคำแซวกันเป็นส่วนใหญ่
แต่ hi5 ยังทำได้มากกว่านั้นเพราะอัลบั้มและกระดานที่ว่านี้เปิดให้ “เพิ่อนของเพื่อน” นอกวงสังคมหรือคนอื่นๆ นอกกลุ่มทั่วโลกเข้ามาค้นมาดูได้ ฉะนั้นจึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปที่หนุ่มสาวต่างกลุ่มและไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จะกดส่งสัญญาณ “ขอเป็นเพื่อน” ให้กันแล้วรู้จักกันต่อๆ ไปเป็นลูกโซ่หลายทอด ดึงเอาคนที่ยังไม่มี hi5 หรือไม่เคยใช้มาก่อนต้องเข้ามาลงทะเบียนบ้างจะได้มีสิทธิเข้าดูอัลบั้มและกระดานพูดคุยของเพื่อนๆ
และสำหรับหลายคนแล้ว เมื่อกลับจากทริปไกลๆ หรืองานปาร์ตี้ที่ไหนก็ตาม ที่แรกที่จะส่ง “Upload” รูปจากมือถือหรือกล้องดิจิตอลขึ้นไป ก็คือ hi5 นี่เอง
ด้วยนิสัยของวัยรุ่นทั่วไปที่ชอบแสดงออก ชอบพูดคุยอยู่กับเพื่อนให้นานที่สุดเท่าที่ทำได้ hi5 จึงตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะจะอยู่ที่บ้านหรือที่ไหนขอให้ดูจอคอมจอมือถือที่เข้าเน็ตได้ขึ้นมา ก็เหมือนได้อยู่ในงานปาร์ตี้ย่อมๆ ตลอดเวลา
นอกจากการติดเพื่อน อยากหาเพื่อนใหม่ๆ แล้ว วัยรุ่นหนุ่มสาวก็ยังมีความกล้าแสดงออก อยากแสดงออก และหลายคนก็หมายมั่นจะเข้าวงการบันเทิง ถ้าเป็นยุคเก่าอาจต้องหมั่นไปเดินสยาม แต่ยุคนี้ hi5 เป็นช่องทางที่วัยรุ่น “Wanna be” อยากเป็นดาราใช้โชว์หน้า คลิป หรือผลงานที่เคยผ่านมา หลายคนที่สมัครประกวดรายการที่ต้องใช้คะแนน
นิตยสารหลายฉบับและรายการทีวีต่างๆ ที่มองเห็นเทรนด์นี้จึงพากันมาเปิดหน้า hi5 ของนิตยสารเอง เช่น FHM แล้วให้สาวๆ กลุ่มนี้ส่งหน้าตัวเองมาขอ “Add เป็นเพื่อน” แล้วให้ผู้ชมโหวตทาง SMS ชิงรางวัลไปด้วยในตัว
ทำให้หน้า hi5 ของ FHM เต็มไปด้วยสาวๆ น่ารักน่ามองมาเป็น Content ฟรีแบบไม่ต้องไปหาไปจ้างมาจากไหน และยังได้รายได้จาก SMS โหวตเป็นการตลาดนิตยสารแบบครบวงจรในตัวเอง
แต่สำหรับวัยทำงานขึ้นไปถึงวัยผู้ใหญ่คงไม่ค่อยสนใจการหาเพื่อนใหม่และความอยากแสดงออกก็ลดลงไปตามช่วงวัย เปลี่ยนไปเป็นการตามหาเพื่อนเก่าๆ เพื่อนสมัยเรียน ที่ไม่ได้พบพูดคุยกันมานาน ด้วยหลากหลายวิธีเช่นการเข้าร่วม “Group” มหาวิทยาลัยเช่น “Thammasat”, “Chula” หรือเจาะจงไปมากกว่านั้นเช่น “Law Thammasat” ซึ่งพยายามรวมศิษย์เก่านิติศาสตร์มหาวิทยาลัยนี้เข้าไว้ด้วยกัน และเมื่อพบกันแล้วบางกลุ่มบางรุ่นก็ตั้ง Group ใหม่ที่เจาะจงปีและโต๊ะซุ้มกลุ่มย่อยกันไป และแต่ละท่านผู้มีอายุที่มา hi5 แล้วก็มีหน้าที่ไปตามหาเพื่อนร่วมรุ่นที่ยังไม่ได้เล่นหรือเล่นแล้วยังไม่เข้ากลุ่มต่อๆ ไป
อีกทางที่ใช้ได้คือกด “ค้นหา” หรือ “Search” หลังจากป้อนชื่อหรือนามสกุลหรือมหา’ลัย โรงเรียนเก่า เท่าที่จะนึกออกเข้าไป แล้วให้ระบบของ hi5 ค้นหาและแสดงผลกลับมา ซึ่งวิธีนี้หลายๆ คนก็ใช้หาเพื่อนเก่าๆ ได้ผลกันมามากแล้ว
ศิลปินนักดนตรีในไทย เป็นอีกกลุ่มคนที่บุกเบิกการใช้ Social Network อย่าง hi5, MySpace เป็นสื่อกลางและชุมชนแฟนเพลงมาหลายปี โดยเฉพาะกลุ่ม “อินดี้” ที่นิยมทำทุกอย่างเองเพราะไม่ได้สังกัดค่ายใหญ่ ซึ่งใน hi5 และ MySpace ทุกวันนี้มีวงไทยศิลปินไทยอยู่เป็นร้อยๆ ชื่อ ใช้โปรโมตอัลบั้มเพลง และพูดคุยกับแฟนเพลง ในรูปแบบไวรัล มาร์เก็ตติ้ง เพื่อนบอกต่อเพื่อน (อ่านเรื่องประกอบ ค่ายเพลงใช้ hi5โปรโมตอัลบั้ม)
ความคึกคักในทุกภาคส่วนที่กล่าวไป ทำให้ hi5.com เป็นเว็บที่คนไทยปัจจุบันกว่า 8 แสนคน ใช้ซ้ำๆ อย่างสม่ำเสมอและใช้เวลาอยู่บนนั้นนานๆ เกิดปรากฏการณ์ที่นักการตลาดพากันสนใจและพากันวิจัยคิดค้นหาวิธีผลักดันสินค้า บริการ แคมเปญ และแบรนด์ของตัวเองลงไป “เนียน” กับผู้คนเขาบ้าง เพราะในสายตานักการตลาดรุ่นใหม่ทั้งหลายมอง Social Networking ไม่ว่าจะ hi5, FaceBook เป็นสิ่งที่สื่อโฆษณาต้องเข้าไป เพราะไม่ว่าผู้คนไปที่ไหน สื่อโฆษณาต้องตามไปที่นั่น
และด้วยลักษณะสังคมแบบ “คนต่อคน” จึงทำให้แบรนด์ สินค้า หรือแคมเปญต่างๆ ต้องทำตัวให้เป็น “คน” ตามไปด้วย คือไปเปิดหน้า Profile เสมือนเป็นคนคนหนึ่ง และในไทยก็มีเหล่าแบรนด์บุกเบิกอย่าง Johnnie Walker, Nokia, Sunsilk เข้าไปแล้ว
Johnny Walker เป็นรายแรกๆ ในไทยที่ทดลองใช้ hi5 ประกอบแคมเปญโฆษณาเมื่อกลางปี 2550 โดยนำฉบับเต็มของหนังโฆษณา “The Android” ที่มีฉายในทีวีมาลงในเว็บพร้อมกับทดลองสร้าง Community ของหนุ่มสาวบน hi5
ตามมาด้วยรายต่อไปช่วงต้นปี 2550 คือ Nokia ที่ปรับให้ซับซ้อนขึ้นด้วยการนำ 3 ดาราคือ มาริโอ้ เมาเร่อร์ (“รักแห่งสยาม”), สายป่าน (“พลอย”) และ อ้น สราวุธ (ดาราละครและโฆษณาโทรทัศน์) มาเขียนบล็อกบอกเล่าเรื่องราวการใช้ชีวิต 24 ชั่วโมงในแต่ละวันบน hi5 เดียวกันที่ให้ชื่อว่า “Nokia24hrs” (อ่านเรื่องประกอบ โนเกีย)
ส่วนอีกเจ้าคือ Sunsilk ที่ฉีกไปใช้ตัวการ์ตูนสาวสวยสาวเท่ชื่อเล่นภาษาฝรั่ง 5 คน แทนสาวผมสวยบุคลิกต่างๆ กัน แต่ละคนมีหน้า hi5 ของตัวเอง นำไปสู่แคมเปญต่อยอดอื่นๆ ในขั้นต่อๆ ไป (อ่านเรื่องประกอบ ซันซิล)
และแม้แคมเปญบน hi5 ของแต่ละรายจะต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือต้องหาเพื่อน “Add Friends” ให้ได้มากที่สุด มากกว่าคนทั่วไปที่มักจะเป็นหลักร้อย แคมเปญเหล่านี้ต้องหาให้ได้เป็นหลักพันขึ้นไปถึงหลักหมื่นไม่ว่าจะยากเพียงใด เพราะการจะมีจำนวน Friend เพิ่มมาได้แต่ละคนนั้นหมายความว่ากลุ่มเป้าหมายแต่ละคนนั้นต้องกดตอบรับยินยอมให้เรานับเป็นเพื่อนด้วย
hi5 ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นกรณีที่ประสบความสำเร็จที่สุดในแง่จำนวน Friend อย่างสูง เพราะเพียงแค่สี่เดือนหลังจากเปิดตัว สามารถหาเพื่อนได้ถึงเกือบ 8 หมื่นคนแล้ว มากกว่าคนไทยทั่วๆ ไปเกือบพันเท่า โดยเฉพาะช่วงใกล้เลือกตั้งใหญ่ 23 ธันวาคมที่ผ่านมาที่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแล hi5 ไล่เสิร์ชหาและแอดคนไทยทุกเพศวัยเน้นหนุ่มสาวถึงวันละหลายร้อยคน
ทุกแคมเปญนักการตลาดและเจ้าของแบรนด์จะได้รู้จักกลุ่มเป้าหมายของตัวเองแบบเพื่อนรู้จักเพื่อน ทั้งอายุ เพศ หน้าตา รสนิยม กลุ่มสังคม แบบชัวร์ๆ ไม่มั่วนิ่ม อย่างที่สื่อเก่าอื่นๆ ให้ไม่ได้
และทุกแคมเปญนั้นก่อ “Experience Marketing” ให้จดจำได้และติดตามากกว่าป้ายโฆษณาแทบทุกรูปแบบ เพราะผู้ชมได้มีส่วนร่วม “Engagement” คอมเมนต์และแอดเป็นเพื่อนแบบเห็นหน้ากันทุกวันอย่างที่สื่ออื่นบนเน็ตทำไม่ได้
อุปกรณ์เสริมเพียบ
หากเป็นยุคก่อนนี้บริษัทองค์กรหรือผู้คนเหล่านี้คงต้องลงทุนจ้างโปรแกรมเมอร์และนักออกแบบทำเว็บมาสร้างหน้าจอและฟังก์ชันการรับส่งข้อความ เก็บรายชื่อผู้ชม เว็บบอร์ด หน้าบล็อก หน้าอัลบั้มรูป กับเพิ่มอัลบั้มคลิปวิดีโอและเพลง ซึ่งเป็นงานเหนื่อยยากซับซ้อนไม่น้อย
แต่ด้วยระบบสำเร็จรูปแบบฟรีๆ ของ hi5 หรือเว็บแนว Social Networking เจ้าอื่นๆ เช่น FaceBook ก็ทำให้ฟังก์ชันทั้งหมดที่กล่าวไปทำได้เองแบบง่ายๆ ในไม่กี่คลิก
และยังมีฟังก์ชันเสริมอื่นๆ เช่นการฝังวิดีโอคลิป ฝังจอเล่นเพลง ฝังจอพิเศษที่นำรูปทั้งหมดของเรามาเล่นเรียงแบบฉายสไลด์ ซึ่งทั้งหมดนี้จัดเป็นพวกอุปกรณ์เสริมบน hi5 เรียกว่า “Widget” (วิดเจ็ต)
hi5 นั้นยังทำตัวเป็นฐาน Platform เปิดกว้างให้บริการอื่นๆ เข้ามาร่วม เช่นเว็บรับฝากคลิป YouTube หรือเว็บรับฝากเพลง iMeem เพราะว่าหากผู้ใช้คนไหนต้องการใส่เพลงใส่คลิปลงในหน้า hi5 ก็ต้องส่งไฟล์ไปฝากที่ YouTube หรือ iMeem
นอกจากนี้ที่นิยมที่สุดคือจอพิเศษที่จะฉายอัลบั้มรูปเราแบบสไลด์ของ slide.com ก็เป็นของเล่นเสริมหรือวิดเจ็ตที่ได้รับความนิยม และล่าสุดก็เริ่มมีเกมสั้นๆ ง่ายๆ สไตล์ Flash Game ออกให้บริการให้เจ้าของหน้า hi5 เอาไปดึงดูดคนให้เข้ามาเล่นแล้ว
FaceBook คู่แข่งของ hi5 นั้นเปิดกว้างให้โปรแกรมเมอร์หรือใครก็ได้สร้างวิดเจ็ตขึ้นไปแปะบนหน้า FaceBook ตัวเอง และแจกจ่ายให้แพร่หลายออกไปได้ แต่ใน hi5 นั้นจำกัดควบคุมไว้ตลอดมา แต่ข่าวล่าสุดก็คือ hi5 ร่วมกับคู่แข่งหลายรายเช่น MySpace ไปให้ Google ช่วยพัฒนาระบบชื่อ “Open Social” ให้ นั่นหมายถึงต่อไป hi5 จะเปิดกว้างเรื่อง Widget เช่นเดียวกับ FaceBook
ล่าสุด FaceBook นั้นเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของตัวเองว่าทุกวันนี้มี Widget บนนั้นกว่า 1 หมื่น 5 พันชิ้นแล้ว
นอกจากวิดเจ็ตจะเอาไว้ใช้ดึงดูดคนแล้ว ยังใช้เป็นเครื่องมือการตลาดได้ด้วย เช่น RedBull ของกระทิงแดงที่ทำเกม RoshemBull ออกแจกใน FaceBook ก่อน และจะแจกใน hi5 ต่อไปหลังระบบ “Open Social” เปิดใช้แล้ว
อีกชิ้นส่วนสำคัญบนหน้าจอ hi5 ก็คือ “Skin” หรือพื้นหลังแบ็กกราวนด์ที่มีสวยงามหลากหลายนับไม่ถ้วนลายและรูป มีให้ดาวน์โหลดตามเว็บต่างๆ ถือเป็นการดึงผู้ใช้เข้าเว็บนั้นไปด้วย ซึ่งแทบทุก Skin จะบอกเว็บเจ้าของผู้ออกแบบไว้ที่มุมบนขวา
อีกลูกเล่นที่น่าตื่นตาคือ “Glitter” การ์ตูนขยับหรือภาพ “ดุ๊กดิ๊ก” ที่เว็บดังๆ ในไทยทั้ง Sanook, Kapook และอีกหลายรายต่างก็จัดทำและสรรหากันมาดึงดูดให้ผู้ใช้เข้าไปก๊อบปี้ “Code” ไปแปะในหน้าของตัวเองและส่งให้เพื่อนๆ กันอย่างแพร่หลาย ผลที่ได้สำหรับเว็บเหล่านี้ก็คือเพิ่มยอดผู้ใช้ เพราะถ้าคนอื่นๆ เห็น Glitter เหล่านี้แล้วถูกใจ ก็สามารถคลิกเข้ามาดาวน์โหลดไปบ้างได้เช่นกัน ฉะนั้นจึงเท่ากับว่าผู้ใช้ต่างช่วยกันคลิกโปรโมตบอกต่อแบบ “Mouse to Mouse” ไปเรื่อยๆ
แม้ทุกวันนี้ hi5 จะเป็นเจ้าตลาด Social Networking ไทย ขึ้นชั้น Mass กวาดผู้ใช้ไปเกือบล้าน แต่ยังมีคู่แข่งอีกรายที่เป็นเจ้าตลาดในอเมริกาอย่าง FaceBook กำลังเริ่มมากวาดเอาผู้ใช้ระดับบนที่เป็นหนุ่มสาวทำงาน การศึกษาค่อนข้างสูง ไปเรื่อยๆ ด้วยความที่มี Widget เยอะกว่า มีเกมมากมาย หน้าจอเรียบง่ายไม่ฉูดฉาดและโหลดเร็ว
FaceBook ในไทยตอนนี้จึงมี Positioning เป็น “ตลาดบน” เป็นสังคมนักท่องเน็ตไทยที่การศึกษาค่อนข้างสูงและรายได้ดี มีทักษะทางภาษาอังกฤษและไอที เพราะ FaceBook มีแต่เมนูภาษาอังกฤษและมีระบบที่หลากหลายต้องใช้เวลาเรียนรู้มากกว่า hi5
ในระดับโลกนั้น hi5 ฮิตมากในสเปน ยุโรปใต้ และประเทศในอเมริกาใต้ที่พูดภาษาสเปนเช่นบราซิล อาร์เจนตินา และประเทศไทย และเป็นจุดแข็งที่มีเมนูหลากภาษาให้เลือกด้านบน ส่วน FaceBook นั้นเป็นเจ้าตลาดในสหรัฐอเมริกา แต่ถ้ารวมทั้งโลกแล้วที่หนึ่งยังคงเป็น MySpace ซึ่งถือเป็นรายแรกในตลาดและกวาดเอาตลาดยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น และอีกหลายชาติไว้อย่างหลากหลาย แต่ก็ค่อยๆเสียผู้ใช้มาให้ FaceBook และ hi5 เรื่อยๆ เช่นกัน
People
เอิร์ธ” อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ Digital Media Director วัย 30 บริษัท Adaptor ซึ่งเป็นเอเยนซี่ที่มุ่งสื่อเว็บเท่านั้น เดิมเขาก็มีหน้า Profile บน hi5 แต่ตอนนี้เขาคือผู้เชี่ยวชาญ FaceBook ที่สุดคนหนึ่งในไทย เพราะลองใช้ลองเล่นมาแล้วหลากฟีเจอร์และหลายเกม และต้องเข้าทุกวัน
“คนนี้ AE บริษัทลูกค้าผม ส่วนคนนี้เป็น Marketing Manager ของลูกค้าอีกราย …” เอิร์ธชี้รูปผู้คนต่างๆ ในรายชื่อเพื่อนบน FaceBook ของเขาให้ทีมงาน POSITIONING ดู และตามด้วยข้อสรุปว่า “คนโฆษณา นักการตลาด ใช้ FaceBook กันเยอะมาก เหมือนพวกเค้าอยากจะหนีความอึกทึกวุ่นวายแบบวัยรุ่นใน hi5 ขึ้นมามีสังคมแบบผู้ใหญ่ๆ หน่อยบนนี้กัน”
และนั่นอาจสะท้อนว่า FaceBook แย่งเอา “ตลาดบน” ของผู้ใช้เว็บ Social Networking ในไทยไปจาก hi5 ได้ไม่น้อยแล้ว]
“ปรากฏการณ์ hi5”
เริ่มจากการครองใจชาวเน็ตไทยด้วยความใช้ง่ายและมีสีสัน บ่งบอกความเป็นตัวเองได้ ทำเป็นอัลบั้มรูปส่วนตัวได้ ลงเพลงลงคลิปได้ ขยายตัวด้วยการแนะนำกันระหว่างเพื่อน ผู้ใช้ติดงอมแงมต้องเข้าซ้ำทุกวันทุกเดือน และยิ่งเปิดใช้เมนูภาษาไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านไป ส่งผลสะเทือนให้ยอดผู้ใช้ที่มากอยู่แล้วมากขึ้นแบบก้าวกระโดดจนเกิดเป็น Talk of the town ดึงดูดให้ธุรกิจทั้งหลายต้องก้าวเข้ามายิ่งแคมเปญโฆษณากันอย่างคึกคัก และด้วยความเป็นสิ่งใหม่ พัฒนาการแต่ละก้าวนับจากนี้ไปจึงต้องจับตามองกันห้ามคลาดสายตา
5 ข้อโดนใจของคนเล่น hi 5 -มีเมนูภาษาไทย เข้าใจง่าย -รู้เรื่องคนอื่นได้มาก เพื่อนๆ คุยอะไรกัน ใครไปเที่ยวไหนมาเรารู้หมด แต่ถ้าอยากคุยกันลับๆก็แอบส่งข้อความส่วนตัวกันได้ ได้คุย ได้รู้จักเพื่อนของเพื่อน แบบไม่ต้องรอให้ใครแนะนำ -ได้หาเพื่อนใหม่ๆที่มีรสนิยมไลฟ์สไตล์ตรงกัน เช่นสมัครเข้า Group แฟนสตาร์บัค, Group แฟนซีรี่ส์เกาหลี -โชว์ทุกรูปเวียนกันแบบเครื่องฉายสไลด์ได้ง่ายๆ ไม่ต้องทำเอง -ลงรูป เพลง MV หนัง ฯลฯ ในหน้าเดียวกันได้ เขียนบล็อกเขียนไดอารี่จบในที่เดียว
5 ข้อโดนใจของนักการตลาด hi 5 -รู้จักกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียด จะได้เลือกโฆษณาตรงกลุ่ม -สร้างระบบ Fanclub หรือ CRM ได้โดยไม่ต้องรู้เรื่องทำเว็บไซต์ จะเขียนบล็อก ลงข่าว ลงรูปอะไรทุกคนใน List รู้หมดไม่ต้องส่งเมลเอง -ลงมัลติมีเดียได้ตั้งแต่เพลงโฆษณา หนังโฆษณา เกมโฆษณา และรับ Comment ตอบกลับได้ด้วย -เพื่อนที่มีอยู่จะนำมาซึ่งเพื่อนใหม่ๆ เป็นลูกโซ่เรื่อยไป ทำให้กลุ่มเป้าหมายขยายตัวเองตลอดเวลาแบบ Viral -วัดผลได้ง่ายเป็นรูปธรรม เช่นดูจำนวน View, ดูจำนวน Friend, ดูจำนวน Comment
http://www.positioningmag.com/magazine/Details.aspx?id=68030









วันพุธที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2551

มีอะไรที่ perfspot







มันก้อไม่มีห่าอะไรหรอกน่ะที่ perfspot มันก้อมีรูป วีดีโอ บล้อก ก้อแค่นั้นแหล่ะ ส่วนมากจะเข้าไปหาดูวีดีโอมากกว่ามั้ง โปรไฟล์ส่วนมากไม่ค่อยจะมีคนปรับแต่งอะไรสักเท่าไหร่ จุดเด่นมันน่าจะอยู่ที่วีดีโออ่ะน่ะ แต่กูเห็นมันมีแต่เพลงฝรั่งก้อเลยไม่ได้สนใจอะไรเท่าไหร่ น่าจะหาเพลงญี่ปุ่นมาลงมั่ง หรือถ้าโหลดมาเก็บในเครื่องได้กูคงจะสนใจอยู่ ถ้าจะให้ออนไลน์เพื่อฟังเพลงกูคงจะไม่ว่างขนาดนั้น ให้พวกขี้เกียจทำงานมันเล่นไปจะดีกว่าก้อจะแจงให้อ่านว่าperfspotมันมีห่าอะไรมั่ง จะได้เข้าใจว่า social network มันเป็นยังไง จะไปเล่นเว็บไหนมันก้อเหมือนๆกันหมดน่ะแหล่ะ เริ่มจากการค้นหาเพื่อน ซึ่งไม่รู้จะหาเพื่อนมาทำผัวหรือไงแล้วก้อดูวีดีโอ ให้อัพโหลดรูปกะวีดีโอไม่จำกัด ซึ่งกูก้อไม่รู้ว่าจะอัพให้มันเกิดประโยชน์อะไรขึ้นมา ถ้าให้มีการอัพโหลดไฟล์กูคงจะสนใจขึ้นมามั่งน่ะ แล้วก้อดูรูปซึ่งปัญญาอ่อนดี ถ้าจะหารูปใช้กูเกิ้ลหาจะไม่ง่ายกว่าเหรอ ส่วนหน้าโปรไฟล์ไม่รู้จะเขียนอะไรลงดี จะให้บอกประวัติตัวเองก้อใช่ที่ ไม่ได้ไปหาสมัครงานสักหน่อย เจอแต่ประวัติหลอกๆทั้งนั้นแหล่ะ จะไปสนใจอะไรมากมาย แล้วก้อมีทริคนิดหน่อย เวลาสมัครถ้าใส่ประเทศที่อยู่ไม่ตรงตามไอพีจริง มันจะตามแบนโปรไฟล์ของเราอ่ะ ซึ่งมันเป็นเหตุผลด้านโฆษณาอ่ะมั้ง จะให้โฆษณาขึ้นตรงตามคนที่เข้าดู แต่โดยรวมๆมันก้อไม่มีอะไรน่าสนใจ จะให้เข้าไปหาคู่เย็ด ก้อหาเอาในชีวิตจริงมันจะไม่ง่ายกว่าเหรอ แต่กูมาทำแอดเซ้นส์แล้วก้อเลยไม่ชอบการเล่นเน้ตแบบฆ่าเวลา เอาเวลาไปทำห่าอย่างอื่นดีกว่า หาเพื่อนทางเน้ตเหรอปัญญาอ่อนว่ะ แต่มันน่าสนใจเหมือนกันว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้พวกบ้าเนี่ยมาเล่นเว็บแบบนี้ ไม่ใช่เพราะเงินก้อคงจะเป็นเพราะว่างจัด เห็นว่าเป็นของสนุกซึ่งถ้าคิดแบบนั้นสุดท้ายก้อจะต้องขัดแย้งกับโลกแห่งความเป็นจริงเข้าจนได้ นั่นคือการกระทำที่ไม่ได้ผลประโยชน์ตอบแทนกลับมาจะไม่มีใครทำ เมื่อเวลาผ่านไปสักหน่อยพวกที่ชอบแชต ชอบอัพรูป วีดีโอ มันก้อเลิกเองของมันนั่นแหล่ะเพราะว่าทุกคนต้องโตขึ้น ต้องมีงานมีการทำ ไม่ใช่จะเป็นปีเตอร์ แพน ที่จะได้เป็นเด็กแล้วเล่นเน็ตไปได้ตลอด ปัญหาใน hi5 จริงๆถ้าปล่อยไปสักระยะคนมันก้อเลิกของมันเองนั่นแหล่ะ หรือการบล้อกฟรีๆไม่มีเงินตอบแทน กูคิดว่ามันทำได้ไม่กี่คนหรอกน่ะ สุดท้ายบล้อกนั้นก้อจะไม่ค่อยอัพเดตอยู่ดี น่าแปลกใจที่บล้อกที่ไม่อัพเดตแต่ยังมีคนเข้าไปดูเยอะ นั่นก้อเพราะอาศัยผู้ชมกลุ่มเดิมๆบวกกับแบ็คลิ้งค์ที่คนอื่นทำให้ ไม่ใช่ websubmit สงสัยว่าการลงรูปโป๊จะเป็นคำตอบสุดท้ายในการเรียกคนดูหรือป่าวหนอ ลองดูล่ะกัน บล้อกร้างจะมาเอาอะไรมากมายกะกู ไม่มีคนดูก้อดีเหมือนกัน คนดูมากมันก้อวุ่นวายตายชัก ประเด๋วมีพวกบ้าศีลธรรมมาเจอเนี่ยก้อวุ่นอีกล่ะ







เว็บเจ็น


ช่วงนี้พยายามหาโหลดเพลงของ aki ฟังแต่ปรากฏว่าเจอแต่เว็บหลอกๆ ไอ้เว็บพวกนี้ก้อคือเว็บเจ็นนั่นเอง คือแม้ชื่อจะเปลี่ยนไปหลายชื่อ แต่เนื้อหาข้างในจะเหมือนกันหมด มันจะทำให้ผู้ใช้หลงติดกับ ไม่สามารถจะหาเว็บโหลดเพลงที่ต้องการได้ อาจจะต้องพยายามหาหลายร้อยหน้ากว่าจะเจอเว็บที่มีประโยชน์จริง คิดว่าเว้บเพลงจะเจอปัญหานี้เยอะ นั่นก้อเพราะเว็บเพลงจะเรียกคนได้มากเป็นพิเศษ เข้าไปก้อเจอแต่ลิ้งค์หลอก เชื่อมโยงไปหลายๆหน้าให้วนเป็นวงกลมอยู่อย่างนั้น เรียกว่าไม่ได้ไปผุดไปเกิดซ่ะที สุดท้ายเมื่อเว็บเจ้นครองเมืองผู้คนก้อจะได้เจอแต่อะไรที่ซ้ำซากจนต้องเลิกใช้เน็ตหาข้อมูลไปเลย duplicate content มันน่ากลัวกว่าเว็บลามกเสียอีก จะให้คนหาเว้บที่มีประโยชน์เจอได้ยังไง ถ้ามีแต่เว็บขยะ ค้นหาอะไรก้อเจอ ควยเหอะ ปัญหาสำคัญที่ทำให้เว็บที่มีสาระประโยชน์ไม่ได้เกิดเพราะคนไม่ค่อยเข้าไปใช้ อืมมม ถ้าไม่มีคนอ่านจะทำเว็บไปทำเหี้ยอะไร ในไทยมันเลยมีแต่เว็บปัญญาอ่อน ลงรูป ลงคลิป เว็บบอร์ด มีอยู่แค่นั้น กลุ่มผู้ใช้ก้อดันมีแต่เยาวชนคนบ้ากาม ไม่มีเงินจะมาใช้สอย ดังนั้นการโฆษณาทางเน็ตในไทยจะมาลงกับแอดเซ้นส์คงจะไม่เหมาะ ต้องไปซื้อพื้นที่โฆษณาในเว็บเฉพาะกลุ่มหรือจะทำเว็บโปรโมตสินค้าเองไปเลย จะขายอะไรก้อทำเว้บเกี่ยวกับเรื่องนั้นไปเลยจะดีกว่า จะมาขายเสื้อผ้า ขายปลาทูเข่ง ขายที่ดิน ขายรถ ทางเน็ต คิดว่ามันก้อไม่ได้หวังจะให้มีการใช้บัตรเครดิตหรอกน่ะ แต่จะให้เบอ์โทรเอาไว้ แล้วค่อยติดต่อกัน ดังนั้นการจะให้การใช้บัตรเครดิตในไทยซื้อของทางเน็ต ก้อคงจะต้องรอไปจนชั่วชีวิตอ่ะน่ะจะกล่าวถึงปัญหาเว็บขยะ มีไอ้เหี้ยในไอซีทีสักคนไหมจะสนใจเรื่องนี้ ฝันไปเหอะมันไม่สนใจหรอก จะมัวแต่จับเว็บโป๊ เว็บลามก เออ แล้วเว็บโป๊ของต่างประเทศจะเอาปัญญาที่ไหนไปตามจับเขาล่ะ คิดราวกับว่าคนทำเว็บโป๊มีแต่คนไทยอย่างนั้นแหล่ะ เหมือนพวกกะทรวงวัฒนธรรมที่ป่านนี้ก้อยังคิดว่า เจ้าของเว็บ hi5 เป็นคนไทย แล้วก้อมีแต่คนไทยเล่น บ้าป่าว มันของอเมริกา และก้อคนเล่นส่วนใหญ่จะเป็นสเปนไม่ใช่ไทย จะเหมาเอาว่ารูปโป๊ใน hi5 เป็นของคนไทยลงมันก้อคงจะไม่ใช่ ในเว็บมันไม่มีพรมแดนจะไล่ตามจับแต่เว็บของคนไทยก้อได้แต่ของต่างชาติก้อยังมีอีกเกลื่อน แล้วทีนี้จะทำเหี้ยยังไงต่อ ตอนนี้เป้าหมายของพวกมันก้อคือ hi5 ต่อไปกูคิดว่าน่าจะเป็น multiply อ่ะน่ะ เพราะ multiply เนี่ยมีรูปวับๆแวมๆไม่ใช่น้อยคนไทยเองก้อไปสุมหีสุมหำกันอยู่ที่นั่นไม่ใช่น้อย จริงๆถ้าจะลงรูปก้อลงรูปฝรั่ง ญี่ปุ่นไปโน่น ไม่ต้องเขียนภาษาไทยทีนี้ก้อจะไม่มีใครรู้ว่าเป็นคนไทยโพสต์ ซึ่งโอกาสที่จะเจอรูปโป๊ใน multiply ค่อนข้างเยอะเพราะค่อนข้างจะเสรีพอสมควร กูพยายามจะบลบล้อกที่นั่นหลายทีแล้วยังทำไม่ได้เล้ยย ลงรูปหีก้อแล้ว รูปควยก้อแล้ว มันก้อไม่สนใจจะลบอ่ะ แปลกดี ถ้าใครชอบลงรูปก้อไปที่นั่นก้อพอใช้ แต่ปัญหาคือมันช้าโคตร เน้ตเร็วสูงยังอืดเลย แต่ถ้าใครเซ๊งๆกับการโดนลบล้อก จะมาระบายใส่ที่นี่รับรองว่าจะไม่ผิดหวัง ประวัติการลองของ ของกูอ่ะน่ะ บล้อกในไทยโดนลบง่ายอยู่แล้ว ส่วนที่อื่น อย่าง myspace livespaces yahoo360 perfspot flixya expatacular เหล่านี้กูโดนลบบล้อกมาหมดแล้ว จริงๆอยากจะลองของอีกหลายที่แต่มันก้อไม่ค่อยมีเวลาอ่ะน่ะ

พักร้อนจริงเหรอ


สงกรานต์สุดท้ายก้อแค่เทศกาลคนเถื่อน เปิดโอกาสให้พวกบ้ากามแสดงความดิบเถื่อนออกมาได้แบบไม่ต้องปิดบัง กูไม่เห็นประโยชน์ห่าอะไรของเทศกาลนี้เลย นอกจากความเหี้ยแล้วมันมีห่าอะไรดีมั่งเนี่ย ถ้ากูจะเล่นน้ำกูก้อเล่นอยู่บ้านกูก้อได้ ทุกวันนี้ก้อนอนเล่นใต้ต้นมะม่วงเย็นกว่าไปสาดน้ำสกปรกใส่หีเสียอีก อีพวกกะหรี่ที่เล่นน้ำกันน่ะ ระวังชื้อราแดกรูหีล่ะ รับรองหีเหม็นเน่าแน่มึง เหี้ย ถ้ากูได้ยินว่าที่ไหนมีพวกหื่นกามชอบจับนมล้วงหี กูอยากจะไปแหกหีให้พวกมันล้างหีให้สักหน่อยก้อดี ไหนๆมันก้อเป็นเทศกาลหื่นกามอยู่แล้วอ่ะนิ หื่นนักก้อไปเลียหีให้แม่มึงสิ ไม่รู้จะไปยุ่งกับหีคนอื่นทำไมว่ะจริงๆกูว่าการออกไปตากแดดแล้วสาดแป้งกับน้ำสกปรกใส่กัน เจอพวกหื่นตามล้วงหี มันไม่ใช่การพักร้อนในแบบของกูน่ะ กูว่าแบบนั้นมันยิ่งจะทำให้เหนื่อยง่ะ แทนที่จะได้พักกลับเหนื่อยสายตัวแทบขาด ถ้าอยากจะเหนื่อยก้อทำงานบ้านก้อได้นิ จริงๆกูชอบแบบอยู่กับองคชาติ เอ้ย ธรรมชาติจะดีกว่าน่ะ ชอบรูปนี้ แค่อาบน้ำสายบัวในสวนหลังบ้านเท่านี้มันก้อเป็นการพักแบบสงบ ได้อยู่กับสายน้ำเย็นๆ ต้นไม้เขียวๆ ที่เงียบๆไม่มีพวกขี้เมาส่งเสียงเอะอ่ะ ยังกะได้ขึ้นสวรรค์เลยเนาะ อยากจะลองจัดสวนแบบนี้มั่งน่าจะดี ต้นไม้ที่บ้านเยอะ แต่ไม่ค่อยจะเป็นระเบียบสักเท่าไหร่ ถ้าทำชั้นวางกระถางแบบนี้ได้ก้อคงจะดูดีสบายตาเลิกพูดได้แล้วกับคำว่าพอเพียงอะไรนั่น ถ้าไม่รู้จักคำว่าสุขสงบเป็นยังไง จะพอเพียงหรือฟุ่มเฟือยแค่ไหนก้อไม่มีประโยชน์ เลยกลายเป็นว่าพอเพียงเพราะจำยอม ไม่มีโอกาสจะโกงกินเหมือนคนอื่น แต่ถ้าโอกาสโกง โอกาสลักขโมยมาถึง ก้อจะทำด้วยความเต็มใจ เพราะสมัยนี้ใครๆก้อคอรัปชั่นกันทั้งนั้น คอรัปชั่นไม่ใช่สิ่งที่ผิดตราบใดที่ยังไม่มีใครจับได้ ใช่ไหมไอ้หน้าหีทักษิณ ถ้ากูเป็นมึงกูจะเอาเวลาไปนอนแก้ผ้า เย็นมาก้ออาบน้ำฝักบัว ค่ำมาก้อดูทีวี แล้วก้อนอน มึงจะบ้าอำนาจไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย กูไม่เชื่อหรอกว่ามึงจะมาหวังดีกับคนอื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ควย พวกบ้ากามในงานสงกรานต์เนี่ยมันก้อมีอยู่ทุกที่อ่ะน่ะ พวกโรคจิตในโรงเรียนก้อเยอะแยะ อย่างที่กูเคยเจออาจารย์นกเขา ทำท่าล้วงกระเป๋ากระโปรงนักเรียนหญิงทำทีขอค้นหายาบ้า แต่เจตนาหวังจะลูบหีลูกศิษย์ พวกโรคจิตแบบนี้มันก้อมีใช่ว่าไม่มี แต่ก่อนที่กูเล่นเแชตแล้วไปเจอไอ้อาจารย์หัวงูที่เคยสอนกูก้อมี กูก้อแปลกใจว่าไอ้บ้าเนี่ยมันยังไม่เลิกเย็ดเด็กอีกหรือเนี่ย น่าจะเรียกมันว่าไอ้แก่ฟันเด็ก หรือไอ้แก่ฟันน้ำนมดีล่ะ

วันเสาร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2551

ซื้อของทางเน็ต จะเข็ดจนวันตาย


ไอ้พวกส้นตีนที่กระแดะซื้อของทางเน็ตโดยใช้บัตรเครดิตง่ะ เออ มันคิดยังไงของมัน ไม่รู้เหรอไงว่าการขโมยข้อมูลบัตรเครดิตน่ะมันไม่มีวันหมดไป แม้แต่การรูดบัตรตามห้างหรือปั๊มน้ำมันมันก้อมีคนคอยจะปลอมบัตรเครดิตอยู่มิใช่น้อย มีคนโดนปลอมบัตรไปมากมายแต่ยังมีพวกโง่อวดรวยใช้บัตรให้เห็นกันอยู่ การใช้เงินกระดาษเนี่ยนี่มันลำบากมากเหรอไงกันน่ะ ต่อไปยิ่งการโอนเงินผ่านมือถือทำได้ง่าย การต้มตุ๋นให้โอนเงินมันก้อจะยิ่งมากขึ้นตามลำดับ ในอเมริกา ปีที่แล้ว มีการล่อลวงทางเน็ตให้เสียเงินฟรีถึง 239 ล้านเหรียญ เฉลี่ยคดีละ 2,530 เหรียญ เรียกว่าใจใหญ่ใช้เงินกันไม่บันยะบันยังเลยน่ะการไม่ใช้บัตรเครดิต ไม่อ่านอีเมล์หลอกลวง ไม่ไปกู้หนี้ยืมสิน มันเป็นการป้องกันที่ดี ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้พวกจัญไร แม้แต่ไอ้พวกส้นตีนซองผ้าป่าเนี่ยกูก้อไม่อยากยุ่งเกี่ยวด้วย แม่งพฤติกรรมยังกะโจร ใครเอาซองระยำเนี่ยมาให้กูก้อรับน่ะแต่รับเอาไปทิ้งนับวันพวกสิบแปดมงกุฏจะมากขึ้นทุกวัน การหลอกลวงเล็กๆน้อยๆในเน้ตก้อมีให้เห็นกันจนชินตา อย่างไอ้พวกหางานทำที่บ้าน รายได้มหาศาล อะไรที่เอาเงินมาล่อ หลอกลวงร้อยเปอร์เซ๊นต์ เพราะถ้ามันดีจริงทำไมไม่ให้โคตรแม่มันทำเอง ใช่ไหมอ่ะ อย่างในรูปที่เห็นเป็นเว็บที่แฮคเก้อร์เอาข้อมูลบัตรเครดิตมาเร่ขายง่ะ แหม ทำไปได้

buy wordpress please


กูล่ะภาวนาเอาไว้ว่าให้กูเกิ้ลซื้อเวิร์ดเพรสซ่ะทีเหอะ กูจะได้ลองเล่นเวิร์ดเพรสดูมั่ง ตอนนี้มันไม่ให้มีโฆษณากูเลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ แต่ถ้ากูเกิ้ลไปซื้อมาแล้วให้มีโฆษณาได้คงจะสนุกดีอ่ะน่ะ กูก้อคิดเล่นๆ พอดีเห็นว่ากูเกิ้ลจะเล่นในตลาด web application หรือ google app นั่นเอง มันคืออะไร มันก้อคือโปรแกรมตกแต่งเว้บ หาของแต่งเว้บอะไรประมาณนั้น หรือจะเรียกว่า free server ก้อน่าจะได้ไม่แน่ใจเพราะมันยังไม่ได้เปิดให้ใช้ฟรี กูลองดูมันก้อใช้ไม่ได้ เลยไม่ได้ศึกษาต่อ มันอกจะคล้ายๆกับ openid แต่ก้อไม่ใช่อยู่ดี มันเหมือนเราไปยืมของจากกูเกิ้ลมาแปะใส่เว้บเรา โดยที่เราต้องเสียคือ แชร์ข้อมูลของผู้ใช้ให้กับกูเกิ้ล ซึ่งสำหรับบล้อกเก้อร์อย่างกูก้อคงจะไม่ต้องการอะไรแล้วอ่ะน่ะ ได้เขียนเนี่ยก้อพอใจแล้ว ไม่รู้จะหาวุ่นวายกับมันให้เกิดเหี้ยอะไรขึ้นมาก้อไม่รู้ จะดิ้นรนไปหา hosting service ไปเพื่ออะไรกัน ถ้าในใจมุ่งหวังจะทำแต่เว้บขยะ จะให้ไปเรียนภาษาเขียนเว้บอีกคงจะไม่เอาแล้วอ่ะน่ะ ตอนนี้สนใจแต่เรื่องการทำหน้าตาของบล้อกให้มันดูได้ก้อพอแล้วมั้ง แม้มันอาจะจะดูธรรมดาไปหน่อย แต่สาระสำคัญมันก้ออยู่ที่เนื้อหาไม่ใช่รูปแบบการจัดวาง แต่งหน้าบล้อกซ่ะเริ่ด แต่โหลดช้า ใครมันจะเข้าไปดู สุดท้ายก้อกลายเป็นว่าจะให้ผู้ชมอ่านเนื้อหา หรือดู theme ถ้าจะเอาแต่วิจิตรพิสดาร ไปๆมาๆมันก้อเละจนดูไม่ได้ ของอะไรที่มันไม่เสียก้ออย่าไปซ่อมมันจะดีกว่าน่ะ นักพัฒนาเว็บก้อพากันกลุ้มใจเกี่ยวกับภาษาที่กำหนดใน API ทำราวกับว่าโลกนี้ไม่มีปัญหาน้ำมันแพง ข้าวขาดตลาดอย่างนั้นแหล่ะ ทุกวันนี้คนมันจะตายไม่ใช่เพราะไม่ได้ใช้ google app แต่เป็นเพราะน้ำมันขึ้นเอาๆ อาหารจะขาดแคลนจนคนแทบจะกินกันเองอยู่แล้ว โอกาสที่จะเกิดสงครามเพื่อแย่งอาหารกันน่ะมันเปนไปได้สูงเลยอ่ะน่ะ แตไม่น่าเชื่อในยุคที่คนอดตายมากมายแต่ยังมีพวกงั่งไปเข้าคอร์สลดน้ำหนักคอร์สละหลายแสน โลกนี้มันก้อบัดซบเช่นนี้แล

AIDS Research


ผู้หญิงกับโรคเอดส์ในอเมริกา
-ปี 2005 71% ของผู้หญิงติดเอดส์เพราะเย็ดกับผู้ชาย
-43% ของผู้ติดเอดส์เป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 13-19 ปี
-หญิงผิวดำติดเอดส์มากกว่าหญิงผิวขาว 25 เท่า
สถิติทั่วโลก
-หญิงทั่วโลกอย่างน้อย 15 ล้านคนที่ติดเอดส์ยังมีชีวิตอยู่อย่างตายทั้งเป็น
-20% ของผู้หญิงอายุ 15-25 ปี เท่านั้นที่จะรู้จักหลีกเลี่ยงจากสถานการณ์เสี่ยงการติดเชื้อ
-90% ของหญิงที่ติดเชื้อในอินเดีย ติดมาจากตัวผู้ที่เรียกตัวเองว่าสามี

สรุปว่าการศึกษาพวกนี้ไม่ได้ช่วยอะไรเลย คนยังติดเอดส์เพิ่มมากขึ้น ห้ามอะไรก้อห้ามได้ แต่ห้ามให้คนเลิกเย็ดมันยากว่ะ

Sources: UNAIDS Epidemic Update, Dec. 2007, Kaiser Family Foundation, U.S. Centers for Disease Control and Prevention, 2006.

flickr photo sharing

ก้อทำไมกันน่ะ flickr ถึงได้ให้มีการอัพโหลดวีดีโอด้วย ถามว่าดีไหม มันไม่ดีแน่ เพราะเว้บที่ให้มีการอัพวีดีโอมันมีมากมายอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นจะต้องไปตามคนอื่นเล้ย ทำไมไม่เน้นจุดแข็งของตัวเองให้มันดีขึ้น จริงๆ flickr มันก้อเป็นของยาฮูน่ะ ถ้าอยากทำเว้บวีดีโอก้อสร้างขึ้นมาใหม่ก้อได้นิ ไม่จำเป็นต้องมายัดเยียดให้กับผู้ใช้เก่าเลยอ่ะน่ะ จริงๆกูไม่ชอบดูวีดีโอในเน็ตหรอกน่ะ เพราะคุณภาพมันไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่ มันค่อนข้างจะเสียเวลาด้วย ใครจะว่างไปรอมันโหลด ต่อไป flickr ก้อจะเต็มไปด้วยวีดีโอขยะจาก youtube แบบเดียวกับ flixya ที่ทุกวันนี้ก้อเป็นแค่บ่อขยะสั่วๆ ถ้ากูไปเจอเว็บไหนที่ embed วีดีโอเอาไว้กูจะรีบกดออกมาเลย เพราะกูไม่ได้มีอารมณ์จะโหลดขยะพวกนี้มาดูสักหน่อย น่าเบื่อข้อมูลขยะ ข้อมูลที่ซ้ำๆกันไปมาเนี่ยมันเฮงซวยดี วันดีคืนดีก้อเจอตำรวจจับเพราะว่าไปอัพวีดีโอคนเย็ดกัน ไอ้พวกเหี้ยเนี่ยมันก้อว่างซ่ะเหลือเกิน เอาเวลาไปทำห่าอะไรอย่างอื่นจะดีไหม ควย มัวแต่อัพวีดีโอส้นตีนให้โคตรพ่อโคตรแม่มันดูล่ะมั้ง แทนที่จะเอาเวลาไปพักผ่อนหรือเล่นกีฬาหรือทำการบ้าน แต่ไอ้พวกเดนสังคมมันดันเอาเวลามาอัพวีดีโอขยะจนเกลื่อน วีดีโอพวกนั้นมันก้อของคนอื่นทั้งนั้น ทำราวกับว่าถ่ายทำเองซ่ะอย่างนั้น เพราะโปรแกรมส้นตีน adsense แท้ๆมันเลยทำได้ถึงปานนี้การกระทำบางอย่างมันก้อยากที่จะเข้าใจว่ามันทำไปทำไม อย่างพระ hi5 อันนี้มันก้อเกิดจากการที่เอาแต่กินกะนอนจนมีเวลาว่างมาก ฟุ้งซ่านเลยฆ่าเวลาด้วยการเล่นเน็ต ควยเหอะ ว่างนักก้อสึกมาหางานทำจะดีกว่าไหม

Angela Aki


รูป http://www.music4games.net/Uploads/Images/PLAY!_Chicago_Angela_Aki.jpg
พอดีได้ดูมิวสิค Jiyuu no Ashiato ของ Angela Aki รู้สึกประทับใจยังไงไม่รู้ เธอคนนี้อาจจะไม่เป็นที่รู้จักในเมืองไทย แต่เป็นศิลปินที่ขายฝีมือคนหนึ่ง ยังไงก้อดีกว่าพวกที่ขายเซ๊กซ์ หรือเต้นย่อกๆแย่กๆแบบพวกดงบังหรือจอห์นนี่ แฟมิลี่ ไอ้แบบนั้นหน้าตาใช้ได้แต่เสียงยังกะควายโดนเชือด คือถ้าได้ดูMV ตัวที่ว่าจะรู้สึกว่าเธอใส่อารมณ์ลงไปในเพลงได้ดีทีเดียว ไม่ใช่จะเอาแต่เต้นเป็นตุ๊กตาโดนผีสิงอ่ะน่ะ ลองดูประวัติเธอ ผลงานที่ดังๆก้อคือ เพลง Kiss me good-bye ในเกมส์ FINAL FANTASY XII จะลองหาโหลดเพลงของเธอมันก้อไม่ยากอะไรน่ะ แต่เจ้าตัวคงจะร้องไห้แน่ถ้ารู้ว่าเพลงโดนก้อปลงเน็ต แต่มันก้อช่วยไม่ได้โว้ย จริงๆเธอคนนี้จะเน้นออกคอนเสิร์ตมากกว่าน่ะ ได้ไปร้องที่บูโดคังด้วย สมัยนี้จะมัวรอเงินจากการขายแผ่นคงจะไม่ได้อะน่ะ หรือจะเปลี่ยนไปขายยาบ้าแทนก้อไม่ว่ากันน่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2551

kiss my ass



อ่ะน่ะ อวัยวะที่ผู้ชายชอบมากที่สุด ใครๆก้อคงจะคิดว่าเป็นหีอ่ะสิ ป่าวผู้ชายชอบมองตูดก่อนเป็นอันดับแรก เพราะอะไร มันเป็นส่วนของร่างกายที่จะชี้ว่าคนๆนั้นเหมาะที่จะตั้งครรภ์หรือไม่ สะโพก ช่องคลอด อุ้มเชิงกราน มันก้ออยู่ด้วยกันน่ะแหล่ะ หีน่ะถ้าไม่แหกให้ดูก้อคงจะไม่มีใครเห็นใช่ไหม การมองตูดเนี่ยมันเป็นการศึกษาสรีระของมนุษย์แบบนึงอะน่ะ สภาพตูดมันจะเป็นตัวบอกว่าผู้หญิงผ่านการเย็ดมาแล้วหรือยัง ผู้หญิงที่โดนควยทะลวงมาแล้วตูดจะหย่อนคล้อย ไม่ต้องไปพิสูจน์กับเยื่อพรหมจรรย์อะไรนั่นหรอก มองกันแบบจะๆเนี่ยแหล่ะ ของที่มันผ่านการใช้งานมาแล้วจะให้ไปเหมือนของใหม่แกะกล่องก้อคงจะไม่ได้ใช่ไหม แล้วอีกะหรี่สองตัวที่กูเอามาเป็นกรณีศึกษาเนี่ย มองก้อรู้ว่าโดนเย็ดมาแล้ว ก้อผัวมันอยู่ข้างๆง่ะ ควย ขาโก่งซ่ะ เล่นท่าไหนกันมั่งล่ะเนี่ย อีดอก ไอ้พวกแอบถ่ายเนี่ยก้อจัญไรจริงๆ คนเขาจะเย็ดกันยังไปถ่ายรูปมาอีก เหี้ย

เมื่อหัวใจเรียกร้องให้ลงนรก

มันก้อมีอยู่ว่า มีบล้อกเก้อร์หลายคนที่ตายโหงตายห่าไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยโรคหัวใจกำเริบเฉียบพลัน ก้อมีการตั้งข้อสงสัยเหมือนกันว่า ความเครียดจากการบล้อกเนี่ยจะเป็นสาเหตุหรือไม่ ซึ่งนิวยอร์ค ไทมส์ ก้อมีการลงข่าวเอาไว้ด้วยน่ะ ที่ http://www.nytimes.com/2008/04/06/technology/06sweat.html?_r=1&oref=slogin ซึ่งบล้อกเก้อร์ที่ตาย ก้อมีรายนามดังต่อไปนี้ http://blogs.zdnet.com/ip-telephony/http://owstarr.com/in-memorium-marc-orchant-1957-2007/http://gigaom.com/2008/01/03/a-heart-to-heart-with-gigaom-readers/สังขารย่อมไม่เที่ยง เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป เป็นธรรมดา แต่ว่าถ้าพักผ่อนกันเสียบ้าง ไม่บ้าบล้อกจนเกินไป พวกเขาเหล่านี้อาจจะไม่ต้องชักแหง่กๆก้อเป็นได้ กูเองก้อคิดเหมือนกันว่าน่าจะถึงเวลาพัก เอาเวลาไปทำเหี้ยเรื่องอื่นจะดีกว่าไหมเนี่ย พักให้ใจเย็นๆแล้วค่อยตายอย่างสงบ อย่างที่กูว่าเอาไว้บ่อยๆว่าการบล้อกเนี่ยมันเหนื่อยอ่ะน่ะ คนที่รู้สึกอย่างนี้แล้วเลิกไปก้อเยอะอ่ะน่ะ แบบนี้ไงมันเลยเกิดมีพวกปั่นบล้อกโดยใช้สคริปต์ ไม่ต้องทำอะไรใช้เวลาเดือนเดียวสามารถโพสต์บล้อกได้เป็นแสนๆ เรียกว่าพวกสแปมอ่ะน่ะ กูเองก้อชักจะขี้เกียจซ่ะแล้ว อยากจะเขียนเกี่ยวกับการทำ seo แต่เอาเข้าจริงมันก้อไม่มีอะไรมาสอนหรอกเพราะว่ากูก้อไม่ได้ทำห่าอะไรกับบล้อกสักเท่าไหร่ เวลาเขียนบล้อกก้อใส่รูปประกอบไปด้วย ให้มันน่าสนใจ มันก้อเหมือนการเขียนหนังสือ จะเขียนยังไงให้มันน่าสนใจก้อเท่านั้น พอดีไปตามเก็บข้อมูลเรื่องโรคเอดส์มา กะว่าจะเอามานำเสนอในแบบชาวบ้านไม่เน้นวิชาการอ่ะน่ะ จะเขียนเรื่องโรคเอดส์แบบไหนถึงจะห้ามให้คนเลิกเย็ดกันได้ โรคเอดส์ไม่น่ากลัวหรอก มะเร็งน่ากลัวกว่าเยอะ มะเร็งไม่มียารักษาเพราะมันไม่ใช่เชื้อโรคมันคือเซลล์ที่ผิดปกติ การใช้ยาก้อแค่ให้ทรมานน้อยลง ส่วนมากจะตายตอนรักษาเพราะแพ้ยา อาการแพ้ยา คือ ท้องเสีย ปวดตามตัว ถ้าหนักสุดคือไข้ขึ้นสูงจนตาย คือถอดใจขอตายดีกว่าอะไรแบบนั้น ชีวิตคนเราที่สำคัญก้อแค่ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเนี่ยโชคดีมากน่ะ ยิ่งกว่าถูกหวย ถ้าเกิดเจ็บป่วยมาต้องเสียเงินมากมาย ลดงานให้น้อยลง ปลูกผักสวนครัว พักให้มากขึ้น ออกกำลังกายทุกวัน ไม่กังวลกับราคาน้ำมัน กินของที่มีประโยชน์ ถ้าทำตัวเองให้ดีเราก้อได้ดีเอง ถ้าทำชั่วก้อได้ชั่วตอบแทน สงกรานต์นี้จะมีตีนผีแหกนรกป่าช้าแตกตายอีกสักเท่าไหร่ โง่กันเข้าไป วันหยุดแทนที่จะพักกลับหาเรื่องลำบากให้ตัวเอง ควายมันยังฉลาดกว่าอีก